
ดีเอสไอรับลูกสอบกล้องซีซีทีวีเปล่า
เพื่อไทยร้องดีเอสไอกทม.ติดกล้องเปล่าแนะมาร์คสอบคู่ขนาน ธาริตรับลูกพร้อมชงเป็นคดีพิเศษหากทุจริต
เพื่อไทยร้องดีเอสไอกทม.ติดกล้องเปล่าแนะมาร์คสอบคู่ขนาน ธาริตรับลูกพร้อมชงเป็นคดีพิเศษหากทุจริต
นายพร้อมพงศ์ นพฤทธิ์ โฆษกพรรคเพื่อไทย เข้ายื่นหนังสือถึงนายธาริต เพ็งดิษฐ์ อธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) ขอให้ตรวจสอบการติดตั้งกล้องวงจรปิด(ซีซีทีวี)ของกทม.ว่ากทม.ได้นำกล้องเปล่าที่ไม่ได้ติดตั้งอุปกรณ์ที่สามารถจับภาพเคลื่อนไหวได้มาติดตั้ง ในช่วงที่นายอภิรักษ์ โกษะโยธิน และม.ร.ว.สุขุมพันธ์ บริบัตร เป็นผู้ว่าราชการกทม.โดยรัฐบาลขณะนั้นมีการจัดสรรงบประมาณไปจำนวนมากต่อมาม.ร.ว.สุขุมพันธ์ ได้ออกมายอมรับว่าเป็นเรื่องจริง
การจัดซื้อกล้องวงจรปิดของกทม.แบ่งเป็น 2 รุ่น รุ่นแรกทำการจัดซื้อหลังเกิดเหตุระเบิดที่บริเวณสี่แยกราชประสงค์ รัฐบาลจัดงบให้ 330 ล้านบาท มีการทำบันทึกข้อตกลงการจัดซื้อในเดือนธ.ค. 2550 และจัดซื้อเดือนพ.ย. 2552 เป็นกล้องจริง 2,046 ตัวและกล้องดัมมี่(กล้องปลอม) 1,325 ตัว ซึ่งราคาในการจัดซื้อของกทม.ระบุว่า หากเป็นกล้องที่มีประสิทธิภาพทั่วไปอยู่ที่ราคาตัวละ 34,000 บาท ส่วนรุ่นที่ซูมได้ราคาตัวละ 130,000 บาท ส่วนกล้องดัมมี่ราคาตัวละ 2,500 -2,700บาท และม.ร.ว.สุขุมพันธ์ ยังได้ยอมรับว่ายังมีกล้องดัมมี่เหลืออยู่อีก 500 ตัว
ทั้งนี้เห็นว่า โครงการดังกล่าว ส่อเค้าผิดปกติในเรื่องการจัดซื้อ ซึ่งน่าจะมีผู้มีส่วนเกี่ยวข้องอาจเอื้อประโยชน์ให้บริษัทเอกชนบางแห่งที่ได้รับประโยชน์จากการจำหน่ายกล้อง เพราะในช่วง 6 เดือน - 1 ปี ที่ผ่านมากทม. ได้ใช้งบในการติดตั้งถึง 2,463 ล้านบาท และขอเรียกร้องให้นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ดำเนินการตรวจสอบเรื่องดังกล่าวแบบคู่ขนานไปกับหน่วยงานที่กำลังตรวจสอบอยู่ในขณะนี้ด้วย
ด้านนายธาริต กล่าวว่า หากดีเอสไอตรวจสอบพบว่าเข้าข่ายทุจริตฮั้วประมูลก็จะนำเสนอเข้าที่ประชุมคณะกรรมการคดีพิเศษ(กคพ.) เพื่อให้รับเป็นคดีพิเศษทันที เบื้องต้นได้มอบหมายให้พ.ต.ท.พงศ์พร พราหมณ์เสน่ห์ ผู้เชี่ยวชาญคดีพิเศษรับผิดชอบในการตรวจสอบ







