
เร่งเขื่อนปล่อยน้ำรับมรสุมลูกใหม่
ร่องมรสุมที่กำลังพาดผ่านพื้นที่ภาคเหนือตอนล่างกับภาคกลาง
ร่องมรสุมที่กำลังพาดผ่านพื้นที่ภาคเหนือตอนล่างกับภาคกลาง
ซึ่งจะทำให้มีฝนตกหนักในพื้นที่ดังกล่าว ทำให้กรมชลประทานวางแผนเร่งระบายน้ำจากเขื่อนเจ้าพระยาเพิ่มขึ้นจาก 300 ลูกบาศก์เมตร (ลบ.ม.) ต่อวินาที เป็น 500 ลบ.ม.ต่อวินาที และจะเพิ่มเป็น 600 ลบ.ม.ต่อวินาที หากปริมาณน้ำเพิ่มสูงขึ้น เพื่อรองรับปริมาณน้ำที่จะมากขึ้น
ขณะเดียวกันก็จะเร่งระบายน้ำออกสู่ทะเล และผันน้ำออกจากแม่น้ำเจ้าพระยา โดยด้านตะวันออกให้ผันน้ำออกทางแม่น้ำนครนายก แม่น้ำบางปะกง และออกสู่ทะเล ส่วนด้านตะวันตกให้ผันน้ำออกทางแม่น้ำท่าจีน โดยติดตั้งเครื่องผันน้ำบริเวณคลองลัดโพธิ์ อ.พระประแดง จ.สมุทรปราการ
นอกจากนี้ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ได้มอบหมายให้กองทัพเรือนำเรือไปจอดบริเวณปากน้ำ และเดินเครื่องเพื่อให้กระแสน้ำไหลในแม่น้ำเจ้าพระยาไหลออกสู่ทะเลได้เร็วขึ้น
ทั้งนี้ จากการติดตามสถานการณ์อุทกภัยด้วยดาวเทียมของสำนักงานพัฒนาเทคโนโลยีอวกาศและภูมิสารสนเทศ (องค์การมหาชน) พบว่ามีพื้นที่ 143 อำเภอ ใน 20 จังหวัด เสี่ยงที่จะเริ่มเกิดน้ำท่วมได้ในช่วงสัปดาห์นี้
สำหรับพื้นที่เฝ้าระวังพิเศษ เนื่องจากจะมีฝนตกเพิ่มในช่วงเวลาดังกล่าว ได้แก่ จ.เชียงราย พะเยา อุตรดิตถ์ พิษณุโลก ตาก เพชรบูรณ์ สุโขทัย กำแพงเพชร บึงกาฬ สกลนคร นครพนม อุบลราชธานี เลย หนองคาย หนองบัวลำภู ชัยภูมิ ขอนแก่น มหาสารคาม ร้อยเอ็ด ศรีสะเกษ ยโสธร นครนายก สระแก้ว และปราจีนบุรี
พื้นที่เฝ้าระวัง ได้แก่ จ.เชียงใหม่ แม่ฮ่องสอน น่าน ลำปาง ลำพูน มุกดาหาร นครราชสีมา สุรินทร์ อำนาจเจริญ บุรีรัมย์ จันทบุรี ตราด ระยอง กาญจนบุรี ระนอง พังงา และสตูล
นายวีระ วงศ์แสงนาค รองอธิบดีกรมชลประทาน เปิดเผยว่า ต้องเร่งระบายน้ำจากเขื่อนเจ้าพระยา เนื่องจากปริมาณน้ำไหลผ่านที่ จ.นครสวรรค์ มีมากถึง 4,028 ลบ.ม.ต่อวินาที ขณะที่ปริมาณน้ำไหลผ่านเขื่อนเพียง 3,720 ลบ.ม.ต่อวินาที ขณะที่ช่วงนี้น้ำทะเลหนุนต่ำ กระแสน้ำจะไหลเร็ว
“แม้ว่าน้ำทะเลจะหนุนสูงขึ้นอีกครั้งในวันที่ 30 ก.ย.นี้ แต่คาดว่าระดับน้ำในพื้นที่ กทม.จะไม่เกิน 1.701.80 เมตร จากวันที่ 21 ก.ย. มีระดับน้ำที่ 1.48 เมตร โดยคันกั้นน้ำของ กทม.รับได้สูงสุด 2.50 เมตร คาดว่าพื้นที่ จ.ปทุมธานี นนทบุรี และ กทม. รอดพ้นจากภัยน้ำท่วมจนถึงกลางเดือน ต.ค.นี้” นายวีระ กล่าว
ด้าน น.ส.ยิ่งลักษณ์ กล่าวว่า ได้สั่งอนุมัติงบประมาณช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัยเพิ่มเติมจังหวัดละ 100 ล้านบาท ทั้งนี้หากไม่พอก็สามารถทำเรื่องของบเพิ่มเติมได้
ขณะที่การจ่ายเงินช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัยครอบครัวละ 5,000 บาทนั้น เสร็จสิ้นไปกว่า 70% แล้ว นอกจากนี้ได้กำชับให้หน่วยงานในพื้นที่ติดตามสืบหาข้อเท็จจริงอย่างต่อเนื่องกรณีมีกลุ่มเจ้าหนี้นอกระบบติดตามข่มขู่เรียกเก็บเงินจากชาวบ้าน ภายหลังเข้ารับเงินชดเชยเยียวยาครัวเรือนละ 5,000 บาท
นายวิบูลย์ สงวนพงศ์ อธิบดีกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) กล่าวว่า การจ่ายเงินช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัยครัวเรือนละ 5,000 บาท ตามมติคณะรัฐมนตรีเมื่อวันที่ 6 ก.ย.ที่ผ่านมา ได้อนุมัติกรอบครัวเรือนจำนวน 174,383 ครัวเรือน กำหนดแล้วเสร็จใน 30 วัน คือ ตั้งแต่วันที่ 14 ก.ย.-13 ต.ค. แต่นายกรัฐมนตรีต้องการให้เสร็จภายใน 14 วัน โดยเมื่อวันที่ 20 ก.ย. ได้ตรวจสอบรายชื่อผู้ประสบภัยให้กับธนาคารออมสินในพื้นที่ต่างๆ แล้ว 131,762 ครัวเรือน คิดเป็น 75.56% เป็นเงิน 658 ล้านบาท ส่วนที่เหลืออีก 24.44% เป็นครัวเรือนที่ไม่เข้าเกณฑ์จะได้รับเงินช่วยเหลือ
ด้านผลกระทบจากอุทกภัย โดยเฉพาะในพื้นที่ จ.พิษณุโลก ซึ่งมีน้ำท่วมขังมาร่วม 2 เดือน นพ.บุญเติม ตันสุรัตน์ นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดพิษณุโลก กล่าวว่า การประเมินภาวะซึมเศร้าของประชาชนที่ประสบอุทกภัยน้ำท่วม พบว่ามีผู้เสี่ยงต่อการฆ่าตัวตาย 119 คน เป็นชาวบ้านในพื้นที่ อ.บางระกำ ถึง 80 คน และมีแนวโน้มเพิ่มมากขึ้น จึงให้เจ้าหน้าที่ติดตามและให้คำปรึกษาทุกรายเพื่อป้องกัน







