posttoday
ปชป.-พท.เกี้ยเซี้ย จบศึกชิงประธาน กมธ.

ปชป.-พท.เกี้ยเซี้ย จบศึกชิงประธาน กมธ.

22 กันยายน 2554

หลังยื้อกันมานาน ในที่สุดการเจรจาต่อรองตำแหน่งประธานคณะกรรมาธิการ (กมธ.)

หลังยื้อกันมานาน ในที่สุดการเจรจาต่อรองตำแหน่งประธานคณะกรรมาธิการ (กมธ.)

โดย...ไพบูลย์ กระจ่างวุฒิชัย

หลังยื้อกันมานาน ในที่สุดการเจรจาต่อรองตำแหน่งประธานคณะกรรมาธิการ (กมธ.) สามัญประจำสภาทั้ง 35 คณะ ระหว่างพรรคเพื่อไทยกับพรรคประชาธิปัตย์ จบลงด้วยดี ในการประชุมเมื่อวันที่ 21 ก.ย.

เดิมคาดว่าเรื่องนี้คงคาราคาซังไม่จบลงง่ายๆ เพราะปัญหาที่ทั้งสองพรรคมีความต้องการประธาน กมธ.ตรงกัน 4 คณะ ประกอบด้วย 1.คณะกรรมาธิการการต่างประเทศ 2.คณะกรรมาธิการการกฎหมาย การยุติธรรม และสิทธิมนุษยชน 3.คณะกรรมาธิการติดตามการบริหารงบประมาณ และ 4.คณะกรรมาธิการการป้องกันและปราบปรามการทุจริตประพฤติมิชอบ (กมธ.ป.ป.ช.) จะส่อเค้ายืดเยื้อไปจนจบสมัยประชุมสามัญทั่วไป ช่วงปลายเดือน พ.ย.

 

ปชป.-พท.เกี้ยเซี้ย จบศึกชิงประธาน กมธ.

ทว่าที่ประชุมซึ่งนำโดย เจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร จุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ ประธานวิปฝ่ายค้าน และอุดมเดช รัตนเสถียร ประธานวิปรัฐบาล มีความเห็นร่วมกันในปัญหาข้อนี้ว่า ทั้งสองพรรคจะพบกันคนละครึ่งทาง คือ แบ่งกันคนละ 2 คณะ ซึ่งพรรคเพื่อไทยได้ กมธ.ต่างประเทศ และ กมธ.กฎหมายฯ ส่วนพรรคประชาธิปัตย์ได้ กมธ.ป.ป.ช. และ กมธ.ติดตามบริหารงบประมาณ

อย่างไรก็ตาม กว่าที่จะหาข้อสรุปลงตัวได้ในส่วนนี้เล่นเอา เจริญ ในฐานะประธานที่ประชุมต้องปาดเหงื่อไปหลายรอบ เพราะทั้งสองพรรคต่างงัดข้อด้วยเหตุผลถึงความชอบที่สมควรได้ กมธ.ทั้ง 4 คณะดังกล่าวแบบไม่มีใครยอมใคร

อุดมเดช ชี้แจงว่า ความจำเป็นที่ไม่สามารถให้พรรคประชาธิปัตย์ดูแล กมธ.ทั้ง 4 คณะได้ เพราะต้องทำงานเชื่อมโยงกับรัฐบาลในฐานะฝ่ายบริหารและฝ่ายนิติบัญญัติ เพื่อให้การทำงานของทั้งสองฝ่ายมีความเป็นเอกภาพมากที่สุด

ขณะที่ จุรินทร์ แย้งว่า ไม่เข้าใจว่าทำไมพรรคเพื่อไทยถึงต้องการดูแล กมธ.ดังกล่าว เพราะฝ่ายนิติบัญญัติมีหน้าที่ตรวจสอบรัฐบาลและการที่พรรคเพื่อไทยรวบ กมธ.สำคัญไว้เองจะทำให้การทำงานดูเหมือนว่าพรรคเพื่อไทยคุมเอาไว้เบ็ดเสร็จ

เมื่อการประชุมทำท่าจะบานปลาย เจริญ จึงได้เอาน้ำเย็นเข้าปลอบว่า ขอให้ทุกฝ่ายยอมถอยกันคนละก้าว เพราะถ้าเราทั้งหมดในนามสภาไม่สามารถหาข้อตกลงเรื่องแค่นี้ได้เท่ากับว่าการตั้ง กมธ.จะล่าช้าออกไปอีก ซึ่งไม่รู้ว่าจะหาข้อยุติได้ภายในสมัยประชุมสามัญทั่วไปได้หรือไม่ ผลเสียจะตกอยู่กับทั้งสองฝ่ายเองจึงอยากให้ทั้งสองพรรคหาข้อยุติให้ได้ภายในวันนี้

ที่สุดแล้วทั้งสองพรรคยอมอ่อนข้อให้แก่กันแบ่งเค้กกันได้ลงตัว เป็นอันว่าศึกระหว่างเพื่อไทยและประชาธิปัตย์เป็นอันยุติ

แต่สถานการณ์ของรองประธานสภารายนี้เหมือนกับ “หนีเสือปะจระเข้” เพราะเสร็จศึกกับประชาธิปัตย์ไม่ทันไรต้องมารบกับพรรคภูมิใจไทยต่ออีก

ปัญหาของ “ภูมิใจไทยเพื่อไทย” อยู่ที่การแย่งชิงตำแหน่งประธาน กมธ.กิจการสภา ซึ่งไม่ว่าเจริญและอุดมเดชจะเจรจาอย่างไร “ชัย ชิดชอบ” สส.บัญชีรายชื่อ พรรคภูมิใจไทย ก็ไม่ยอมถอย หัวชนฝาต้องการโควตาเก้าอี้ตัวนี้ให้ได้

การยอมหักและไม่ยอมงอของอดีตประธานรัฐสภาผู้อาวุโสรายนี้ ทำให้การประชุมต้องยุติลงชั่วคราวและขอให้ อุดมเดชไปเจรจากับพรรคภูมิใจไทย อีกครั้ง โดยในช่วงเย็นพรรคเพื่อไทยเสนอให้ กมธ.สาธารณสุข เพื่อแลกกับ กมธ.กิจการสภา แต่ลุงชัยก็ยังไม่ยอม ทำให้เจริญจนปัญญาและขอให้ไปตัดสินด้วยการจับสลากในวันที่ 22 ก.ย. แทน

ปิดฉากการประชุมทั้งบนดินและใต้ดินกว่า 4 ชั่วโมง (14.00-18.00 น.) ได้บทสรุปเบื้องต้นว่า พรรคเพื่อไทย 19 คณะ อาทิ กมธ.การท่องเที่ยวและกีฬา กมธ.ต่างประเทศ กมธ.การกฎหมาย การยุติธรรม และสิทธิมนุษยชน พรรคประชาธิปัตย์ 11 คณะ เช่น กมธ.ป.ป.ช. กมธ.การคมนาคม กมธ.ตำรวจ กมธ.การศึกษา พรรคภูมิใจไทย 2 คณะ แต่ตกลงได้เก้าอี้เพียงตัวเดียว คือ กมธ.การปกครอง

อย่างไรก็ตาม ในส่วน กมธ.กิจการสภา พรรคเพื่อไทยยังไม่ยอมยกให้โดยเสนอแลกกับ กมธ.สาธารณสุข พรรคชาติไทยพัฒนา 1 คณะ คือ กมธ.การเกษตรและสหกรณ์ พรรคพลังชล 1 คณะ คือ กมธ.การศาสนา ศิลปะและวัฒนธรรม พรรคชาติพัฒนาเพื่อแผ่นดิน 1 คณะ กมธ.อุตสาหกรรม  

 

ข่าวล่าสุด

การบินไทย ออกมาตรการเยียวยาผู้โดยสาร กระเป๋าตกค้าง ยกเลิกเที่ยวบิน ช่วงน้ำท่วม

การบินไทย ออกมาตรการเยียวยาผู้โดยสาร กระเป๋าตกค้าง ยกเลิกเที่ยวบิน ช่วงน้ำท่วม