
รัฐบาลอย่าหลงทาง
นโยบายของรัฐบาล น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ที่จะแจกเงินให้กองทุนหมู่บ้าน
นโยบายของรัฐบาล น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ที่จะแจกเงินให้กองทุนหมู่บ้าน
หมู่บ้านละ 1 ล้านบาท รวม 8 หมื่นหมู่บ้าน คิดเป็นเงิน 8 หมื่นล้านบาท ถือเป็นเรื่องที่ดีและควรให้การสนับสนุนเป็นอย่างยิ่ง
เพราะแนวทางดังกล่าว รัฐบาลกำลังสร้างความแข็งแกร่งและเสริมสร้างประสิทธิภาพในการเข้าถึงแหล่งเงิน เป็นการเปิดทางให้คนระดับฐานรากของประเทศสามารถนำเงินกู้จากกองทุนหมู่บ้านที่กระจายอยู่ทั่วประเทศไปสร้างงาน สร้างอาชีพให้ครอบครัวลืมตาอ้าปากได้
กองทุนหมู่บ้านที่รัฐบาล พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร ได้ทำคลอดขึ้นมาเมื่อ 10 ปีที่แล้ว จึงกลายเป็นช่องทางแห่งโอกาสที่ทำให้คนในชุมชนลืมตาอ้าปาก มีเงินกู้ไปใช้สร้างรายได้ให้กับครอบครัวจำนวนมาก จนปัจจุบันนี้กองทุนหมู่บ้าน 8 หมื่นกองทุนนั้น สามารถยกระดับขึ้นมาเป็นสถาบันการเงินชุมชน เป็นธนาคารชุมชนกว่า 2,000-3,000 แห่งเข้าไปแล้ว และได้กลายเป็นเสาหลักในการขับเคลื่อนระดับเศรษฐกิจในชุมชน มีระบบการกำกับดูแล การติดตามเงินกู้ การบริหารเงินที่แทบไม่ต่างจากสถาบันการเงินมืออาชีพ
ประชาชนในหลายพื้นที่ต่างรู้สึกรักและหวงแหนกองทุนหมู่บ้าน ที่ปัจจุบันได้แปรสภาพมาเป็นเส้นเลือดในการหล่อเลี้ยงคนในชุมชน
ทว่าความเข้มแข็งของกองทุนหมู่บ้านอาจพังพาบเอาโดยง่าย หากรับเอาแนวนโยบายของนายธีระชัย ภูวนาถนรานุบาล รมว.คลัง ที่สั่งการให้หน่วยงานของรัฐใช้กองทุนหมู่บ้านให้เป็นแขนขาหลักในการเข้าไปรับแก้ไขหนี้นอกระบบตามที่รัฐบาลพรรคเพื่อไทยได้หาเสียงเอาไว้ เนื่องเพราะกองทุนหมู่บ้านไม่ได้ถูกออกแบบมาเพื่อการแก้หนี้ แต่ให้กองทุนหมู่บ้านคือท่อส่งเงินลงไปในชนบท ให้คนเหล่านั้นมีโอกาสบริหารจัดการกับเงินทุนด้วยคนในชุมชน เพื่อการเติบโตของคนในชุมชน
แนวคิดของการใช้กองทุนหมู่บ้านเป็นเครื่องมือในการรับซื้อหนี้นอกระบบมาบริหารจึงเป็นนโยบายที่หลงทาง และอาจทำลายสถาบันการเงินในชุมชนมากกว่า รัฐบาลควรใช้ช่องทางอื่นในการดูแลแก้ไขหนี้นอกระบบมากกว่า
เพราะถ้าควักเงินจากกองทุนหมู่บ้านเข้าไปรับซื้อหนี้นอกระบบ ถามว่ากองทุนหมู่บ้านมีเงินเพียงพอในการล้างหนี้นอกระบบมากแค่ไหน
ขณะเดียวกันนั้น องค์ความรู้ของกองทุนหมู่บ้านก็ไม่เพียงพอที่จะไปบริหารจัดการหนี้นอกระบบของคนที่ไม่มีขีดความสามารถในการชำระหนี้ ขนาดสถาบันการเงินมืออาชีพที่รับแก้ไขหนี้ตามนโยบายรัฐบาลและมีระบบการบริหารความเสี่ยงที่ดีปัจจุบันยังมีหนี้เสียที่เกิดจากการแก้หนี้นอกระบบ 10-20%
รัฐบาลต้องไม่ทำลายกองทุนหมู่บ้านที่กำลังมีกลไกการขับเคลื่อนที่ดีและกำลังเติบโตอย่างมีระบบ ด้วยวิธีโยนภาระงานที่เกินกว่าขอบเขตที่ควรจะเป็น ไม่เช่นนั้นกองทุนหมู่บ้านที่กำลังเป็นเสาหลักในการขับเคลื่อนชุมชนจะล่มจมเอาได้







