
เกษตรของบ 1 หมื่นล้าน ขยายคลองแก้น้ำท่วมยั่งยืน
แม้ว่าปริมาณน้ำเหนือไหลผ่านเขื่อนเจ้าพระยาไม่มาก เพราะน้ำใน จ.นครสวรรค์
แม้ว่าปริมาณน้ำเหนือไหลผ่านเขื่อนเจ้าพระยาไม่มาก เพราะน้ำใน จ.นครสวรรค์
โดย...ทีมข่าวภูมิภาค
แม้ว่าปริมาณน้ำเหนือไหลผ่านเขื่อนเจ้าพระยาไม่มาก เพราะน้ำใน จ.นครสวรรค์ ไปไหลวนอยู่ใน จ.อุทัยธานี โดยระดับน้ำใน จ.นครสวรรค์ อยู่ที่ 3,900 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที แม่น้ำสะแกกรัง จ.กำแพงเพชรอุทัยธานี อยู่ที่ 500-600 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที เขื่อนเจ้าพระยา จ.ชัยนาท 3,720 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที ขณะที่ระดับน้ำใน จ.อ่างทอง สิงห์บุรี และพระนครศรีอยุธยายังคงที่ เนื่องจากพนังกั้นน้ำใน อ.อินทร์บุรี จ.สิงห์บุรี แตก ทำให้น้ำไหลไปรวมอยู่ที่ อ.บ้านหมี่ จ.ลพบุรี แต่หลายฝ่ายยังคงต้องเฝ้าระวังมวลน้ำขนาดใหญ่ที่จะไหลผ่านแม่น้ำเจ้าพระยา จ.นครสวรรค์ เข้าสู่กรุงเทพฯ อย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะหากมีน้ำทะเลหนุนและฝนตกหนักในช่วงที่น้ำจากภาคเหนือเข้าสู่ กทม.
ธีระ วงศ์สมุทร รมว.เกษตรและสหกรณ์ กล่าวว่า ได้เตรียมรับมือน้ำเหนือที่จะไหลเข้าสู่ กทม.อย่างเต็มที่ แต่ที่ผ่านมายอมรับว่าแก้ปัญหาน้ำท่วมล่าช้า เพราะเครื่องไม้เครื่องมือมีอยู่จำกัด พยายามที่จะทำโดยที่ไม่ปฏิเสธ ซึ่งทุกวันนี้เห็นได้ชัดว่าน้ำที่ผ่านลำน้ำเจ้าพระยาค่อนข้างมาก การบริหารจัดการน้ำจากเดิมที่ผันออกทางตะวันตกทางแม่น้ำปราจีนบุรี คลองชัยนาทป่าสัก เป็นสิ่งที่มีปัญหาทุกปี แต่ก็ได้นำบทเรียนจากปีที่แล้วมาศึกษาจนใกล้จะเสร็จแล้ว โดยคิดว่าในทางฝั่งตะวันออกจะขยายคลองชัยนาทป่าสัก เพื่อให้รับน้ำเพิ่มเติมได้มากขึ้น และมีแนวคิดว่าจะแบ่งน้ำจากแม่น้ำเจ้าพระยาไปลงฝั่งตะวันตกอย่างไรที่นอกเหนือจากแม่น้ำท่าจีน แม่น้ำคลองมะขามเฒ่า ซึ่งจะทำเป็น Flood Way เพื่อจะตัดน้ำที่ผ่านมาทางเขื่อนเจ้าพระยา จ.ชัยนาท ให้ออกสู่ทะเล
ธีระ กล่าวต่อว่า จะเสนอของบประมาณปี 2555 ไม่ต่ำกว่า 1 หมื่นล้านบาท เพื่อจะศึกษาเส้นทางขยายทางน้ำ โดยเปิดทางน้ำตรงกลางอีกประมาณ 300 เมตร สองข้างจะทำเป็นถนน เพื่อจะเป็นทางให้น้ำออกสู่ทะเล ถ้าช่วงที่ไม่มีน้ำผ่านก็ให้ทำการเกษตรได้ในพื้นที่ โดยจะต้องมีการศึกษารายละเอียดและผลกระทบที่จะเกิดขึ้นก่อน
เช่นเดียวกับ ม.ร.ว.สุขุมพันธุ์ บริพัตร ผู้ว่าฯ กทม. เตรียมเสนอแผนการป้องกันน้ำท่วมต่อ ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี วันที่ 21 ก.ย. โดยรวบรวมข้อมูลเกี่ยวกับระบบการป้องกันและแก้ไขปัญหาน้ำท่วม รวมถึงแผนงานที่ดำเนินการในปัจจุบัน แผนงานที่จะพัฒนาต่อเนื่องในอนาคต ได้แก่ โครงการอุโมงค์ยักษ์ระบายน้ำ และการขอรับการสนับสนุนจากรัฐบาลในด้านต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นการแก้ไขกฎหมายและกฎกระทรวงเพื่อให้อำนาจ กทม.ในการดำเนินการด้านต่างๆ รวมถึงการประสานงานร่วมกับจังหวัดปริมณฑลในการกำหนดแผนป้องกันน้ำท่วม ตลอดจนการจัดทำร่างผังเมืองรวม กทม.ร่วมกับจังหวัดปริมณฑล เป็นต้น
“สถานการณ์น้ำในพื้นที่ กทม.ยังไม่น่าห่วง เนื่องจากมีการบริหารจัดการน้ำอย่างเป็นระบบ แต่ยังห่วงถนนหลายสายในความดูแลของกรมทางหลวงชนบท ซึ่งประสบปัญหาน้ำท่วมขังหลายพื้นที่ ดังนั้น กทม.จึงเตรียมเสนอนายกรัฐมนตรีเพื่อขอให้ กทม.เข้าไปดูแลรับผิดชอบถนนทุกสายในพื้นที่ กทม. เพื่อให้การป้องกันและแก้ไขปัญหาน้ำท่วมในพื้นที่เกิดความคล่องตัวและมีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น” ผู้ว่าฯ กทม. ระบุ
ด้าน ฐิติมา ฉายแสง โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงการแก้ไขปัญหาน้ำท่วมว่า นายกรัฐมนตรีได้สั่งการให้ผู้ว่าราชการจังหวัดที่ประสบอุทกภัย เร่งระบายน้ำออกจากพื้นที่ก่อนพายุระลอกใหม่จะเข้าภายใน 2 วันนี้ พร้อมสั่งติดตั้งเรือปั่นน้ำ 7 จุด ระบายน้ำไม่ให้ท่วม กทม. และวันที่ 21 ก.ย.นี้ นายกรัฐมนตรีจะเป็นประธานการประชุมบูรณาการแก้ไขปัญหาน้ำท่วม โดยจะเรียกทุกหน่วยงานมาหารือถึงการแก้ไขปัญหาน้ำท่วม
นอกจากนี้ คณะรัฐมนตรียังมีมติแต่งตั้งคณะกรรมการบริหารจัดการการแก้ไขปัญหาอุทกภัย ดินโคลนถล่ม และภัยแล้ง เพื่อจัดทำแผนแม่บทในการแก้ไขปัญหาอย่างเป็นระบบต่อไป







