posttoday
จับหนุ่มฉกบัตรเดบิตถูกลืมคาตู้ATMรูดชื้อมือถือ

จับหนุ่มฉกบัตรเดบิตถูกลืมคาตู้ATMรูดชื้อมือถือ

21 กันยายน 2554

ตำรวจจับหนุ่มฉวยโอกาสเห็นบัตรเดบิตลืมไว้คาตู้เอทีเอ็ม ฉกไปรูดซื้อมือถือ

ตำรวจจับหนุ่มฉวยโอกาสเห็นบัตรเดบิตลืมไว้คาตู้เอทีเอ็ม ฉกไปรูดซื้อมือถือ

ที่ กองบังคับการปราบปราม (บก.ป.) เมื่อวันที่ 21 ก.ย. พ.ต.อ.ปิยะ เจริญสุข ผกก.1 บก.ป.สั่งการ พ.ต.ท.ธีรเดช ธรรมสุธีร์ รอง ผกก.1 บก.ป. พ.ต.ท.ธีรพัฒน์ ธารีไทย สว.กก.1 บก.ป.นำกำลังจับกุม นายสัมภาส พุทธรักษา อายุ 39 ปี อยู่บ้านเลขที่ 4 หมู่ 8 ต.ท่าน้ำอ้อย อ.พยุหะคีรี จ.นครสวรรค์ อาชีพพนักงานขับรถบริษัท เซฟรอนประเทศไทยสำรวจและผลิต จำกัด ผู้ต้องหาตามหมายจับศาลอาญา ที่ 1544/2554 ลงวันที่ 20 เม.ย. 2554 ข้อหาลักทรัพย์และใช้บัตรอีเล็กทรอนิกส์ของผู้อื่นโดยมิชอบในประการที่น่าจะก่อให้เกิดความเสียหายแก่ผู้อื่นหรือประชาชน ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 334 และ269/5 จับกุมได้ที่อาคาร 3 ไทยพาณิชย์ปาร์คพลาซ่า เลขที่ 19 ถนนรัชดาภิเษก แขวงจอมพล เขตจตุจักร กทม.

จับหนุ่มฉกบัตรเดบิตถูกลืมคาตู้ATMรูดชื้อมือถือ

ทั้งนี้ สืบเนื่องจากเมื่อวันที่ 22 ส.ค.ที่ผ่านมา น.ส.ศรัยรักษ์ ประยุกต์วงศ์ ผู้เสียหายได้เข้าพบ พ.ต.ท.พงษ์ไสว แช่มลำเจียก พงส.(สบ3) กก.1 บก.ป.เพื่อแจ้งความดำเนินคดีกับผู้ที่ลอบนำบัตรเดบิตธนาคารไทยพาณิชย์ของผู้เสียหาย ไปรูดซื้อโทรศัพท์มือถือยี่ห้อโนเกีย รุ่นเอ็น8 ราคา 12,900 บาท ที่ร้านเอ็มช็อป ห้างสรรพสินค้าไอทีสแควร์ ถนนวิภาวดีรังสิต เขตหลักสี่ กทม.หลังจากนำบัตรดังกล่าวไปใช้กดเงินสดที่ตู้เอทีเอ็มซึ่งอยู่ภายในห้างเดียวกันแล้วลืมบัตรทิ้งไว้ที่ตู้เอทีเอ็ม

ต่อมาเจ้าหน้าที่ได้เร่งสืบสวนสอบสวนกระทั่งทราบว่าคนร้ายรายนี้ คือ นายสัมภาส จึงรวบรวมพยานหลักฐานขออนุมัติศาลออกหมายจับและติดตามจับกุมตัวไว้ได้

สอบสวนนายสัมภาส ให้การรับสารภาพว่า ในวันเกิดเหตุเตรียมจะไปโอนเงินที่ตู้เอทีเอ็มจึงพบบัตรดังกล่าวคาอยู่ที่ช่องสอดบัตรเมื่อหยิบออกมาครั้งแรกก็คิดว่าหากเจ้าของบัตรรู้ตัวก็คงย้อนกลับมาหา ไม่ได้คิดจะนำไปใช้รูดซื้อสินค้าแต่อย่างใด แต่เมื่อเสร็จธุระแล้วก็ยังไม่พบเจ้าของบัตร ตนจึงลองนำไปใช้ซื้อโทรศัพท์มือถือซึ่งตนอยากได้มาก่อนหน้านี้แล้ว โดยถามพนักงานขายร้านที่เกิดเหตุว่าบัตรนี้สามารถใช้งานได้หรือไม่ ทางพนักงานขายจึงนำบัตรไปรูด พร้อมกับบอกว่ารูดไปแล้วก็เท่ากับชำระค่าสินค้าตนจึงปล่อยเลยตามเลย

นายสัมภาส ให้การต่อว่า หลังจากได้โทรศัพท์เครื่องดังกล่าวตนก็นำไปให้ภรรยาซึ่งอยู่ที่ จ.ลพบุรี ไว้ใช้งาน ส่วนบัตรก็ทิ้งไปแล้วเมื่อพบว่าใช้งานไม่ได้อีก จากนั้นจึงกลับมาทำงานตามปกติ ก่อนจะมาถูกตำรวจจับกุมตัว

อย่างไรก็ดี ผู้ต้องหาได้ยื่นหลักทรัพย์เป็นเงินสด 50,000 บาท ขอประกันตัวในชั้นสอบสวน ซึ่งพนักงานสอบสวนพิจารณาแล้วเห็นผู้ต้องหามีที่อยู่เป็นหลักแหล่ง ไม่มีพฤติการณ์ที่คิดจะหลบหนี จึงอนุญาตให้ประกันตัว ก่อนจะสรุปสำนวนคดีและนัดหมายผู้ต้องหาอีกครั้งเพื่อส่งฟัองต่ออัยการต่อไป

ข่าวล่าสุด

วัย 60+ ยังมีไฟ จัดหางานดันผู้สูงอายุมีงานทำ สร้างรายได้กว่า 116 ล้านต่อปี

วัย 60+ ยังมีไฟ จัดหางานดันผู้สูงอายุมีงานทำ สร้างรายได้กว่า 116 ล้านต่อปี