
ปู ยึดโมเดลคอป.เดินหน้าสู้ปรองดอง
หมายเหตุ — ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี
หมายเหตุ — ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี
ได้แถลงรับข้อเสนอแนะของคณะกรรมการอิสระตรวจสอบและค้นหาความจริงเพื่อการปรองดองแห่งชาติ (คอป.) หลังที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) เมื่อวันที่ 20 ก.ย. มีมติเห็นชอบข้อเสนอ คอป. โดยมีใจความสำคัญดังนี้
วิกฤตการณ์ความขัดแย้งรุนแรงเมื่อเดือน เม.ย.พ.ค. 2553 ที่ผ่านมา ที่ดูเสมือนหนึ่งเป็นความขัดแย้งระหว่างบุคคล หรือกลุ่มบุคคลที่ยึดมั่นในอุดมการณ์แตกต่างกันในความเป็นจริง เป็นความขัดแย้งที่เกิดขึ้นมีรากเหง้าของปัญหาที่หยั่งรากลึกถึงระดับโครงสร้างทางสังคมและโครงสร้างทางการเมืองของประเทศ
ความขัดแย้งที่เดิมอาจจะเริ่มจากความขัดแย้งระหว่างบุคคลและกลุ่มบุคคล แต่เมื่อผสมกับปัญหาเชิงโครงสร้างความเหลื่อมล้ำของสังคมและความอ่อนแอของกลไกภาครัฐ ทำให้ปัญหามีความซับซ้อนมากขึ้น
รัฐบาลเห็นว่าทุกฝ่ายจึงควรให้ความสำคัญในการร่วมกันแสวงหาแนวทางเพื่อแก้ปัญหาอย่างจริงจัง โดยคำนึงถึงประโยชน์สูงสุดของประเทศชาติเป็นที่ตั้ง อยู่บนพื้นฐานของการค้นหาความจริงซึ่งเป็นสาเหตุหลักของการนำประเทศชาติมาสู่ความขัดแย้ง การรับฟังความคิดเห็นทุกฝ่าย และการเปิดกว้างที่จะร่วมกันแสวงหาทางออกให้กับประเทศสนับสนุนส่งเสริมการเยียวยาและฟื้นฟูผู้ที่ได้รับผลกระทบทุกฝ่ายอย่างต่อเนื่องและทั่วถึง
ทั้งความเสียหายที่เกิดขึ้นแก่ร่างกาย จิตใจ สิทธิและทรัพย์สิน โดยให้ความช่วยเหลือที่ครอบคลุมทั้งการรักษาด้านทางร่างกาย จิตใจ การประกอบอาชีพ และด้านอื่นๆ ที่ผู้เสียหายได้รับผลกระทบจากความขัดแย้งทางการเมือง อันเป็นการดำเนินการตามหลักมนุษยธรรม เพื่อสร้างความสมานฉันท์และลดความขัดแย้งในสังคมนำไปสู่สังคมแห่งการปรองดองต่อไป
เนื่องจากเป็นที่ตระหนักแล้วว่า การบริหารราชการแผ่นดิน การแก้ไขปัญหาวิกฤตทางเศรษฐกิจ การรักษาความมั่นคงแห่งชาติและการพัฒนาประเทศไม่ว่าภายใต้การนำของผู้ใด ไม่อาจดำเนินไปได้อย่างมีประสิทธิภาพท่ามกลางความขัดแย้ง และความแตกแยกอย่างหนักในสังคม ซึ่งตรงกับแนวทาง เข้าใจ เข้าถึง และพัฒนา
“เข้าใจ” คือ การรับฟังความคิดเห็น การตกลงว่าจะร่วมกันแก้ไขปัญหา การยอมรับรู้ว่าปัญหาข้อขัดข้องคับแค้นใจของคนในชาติมีอยู่จริง เช่น ความไม่พอใจในการเลือกปฏิบัติสองมาตรฐาน การไม่ได้รับความช่วยเหลือหรือเยียวยาความเสียหายอย่างเหมาะสม และครอบคลุมความเดือดร้อนทางเศรษฐกิจ
“เข้าถึง” คือ การให้ความถูกต้องเป็นธรรม การให้อภัยในสิ่งที่สามารถให้ได้ และการให้โอกาสทุกฝ่ายตามวิถีทางการเมืองระบอบประชาธิปไตย ในระบบรัฐสภาอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข และตามกฎหมายโดยไม่สกัดขัดขวาง
“พัฒนา” คือ การดึงทุกฝ่ายออกมารวมกันแก้ปัญหา ร่วมพัฒนาประเทศในทางการเมือง เศรษฐกิจ และสังคม โดยไม่มีการหวาดระแวงกัน ทำนองเดียวกันกับให้มีผู้ร่วมพัฒนาชาติไทยมาแล้ว
คอป.ได้เรียกร้องให้รัฐบาลต้องนำข้อเสนอแนะที่ได้เสนอต่อรัฐบาลนี้ และที่ได้เคยเสนอต่อรัฐบาลที่ผ่านมารวม 2 ครั้งมาพิจารณาและนำไปปฏิบัติอย่างเป็นรูปธรรม เพื่อให้เกิดความเข้าใจร่วมกัน และเยียวยาผู้ที่ได้รับผลกระทบ อันจะนำไปสู่การป้องกันความรุนแรงไม่ให้เกิดขึ้นซ้ำอีกในอนาคต และส่งเสริมการปรองดองในประเทศในระยะยาวต่อไป
โดยที่ข้อเสนอแนะและข้อเรียกร้องของ คอป. สอดคล้องกับนโยบายของรัฐบาลที่ได้แถลงต่อรัฐสภา และ ครม.เห็นด้วยกับ คอป.ว่าปัญหาความขัดแย้งที่เกิดขึ้น หน่วยงานใดหน่วยงานหนึ่งไม่สามารถแก้ปัญหาได้โดยลำพัง การจะดำเนินการเพื่อให้ข้อเสนอแนะของ คอป.สำเร็จเป็นรูปธรรม จำเป็นต้องมีการประสานการดำเนินงานอย่างเป็นระบบ โดยเฉพาะอย่างยิ่งการให้การเยียวยาผู้ที่ได้รับผลกระทบทุกฝ่ายอย่างทั่วถึงและต่อเนื่อง ซึ่งสามารถที่จะดำเนินการได้ตามนโยบายเร่งด่วนที่รัฐบาลได้แถลงไว้ต่อรัฐสภา
ทั้งนี้ ครม.จึงมีมติ 1.รับทราบข้อเสนอแนะของ คอป. 2.เพื่อแสดงเจตจำนงอันแน่วแน่ของรัฐบาลที่จะดำเนินการตามนโยบายสร้างความปรองดองสมานฉันท์ของคนในชาติและฟื้นฟูประชาธิปไตยและสนับสนุนการดำเนินการของ คอป. จึงให้ตั้งคณะกรรมการประสานและติดตามผลการดำเนินงานตามข้อเสนอแนะของ คอป. โดยมี ยงยุทธ วิชัยดิษฐ รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.มหาดไทย เป็นประธาน
3.ให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องนำข้อเสนอแนะของ คอป.ที่เสนอต่อ ครม.ทุกครั้งไปพิจารณาศึกษา และจัดเตรียมรายงานผลการดำเนินงานในส่วนที่เกี่ยวข้องต่อคณะกรรมการที่จะตั้งขึ้นตามข้อ 2







