
ไฟเขียวขึ้นเงินขรก.1.5หมื่นบาท
ครม.อนุมัติปรับเงินเดือนขั้นต่ำขรก.-ลูกจ้างรัฐ 1.5หมื่นบาท 6.49 แสนคนมีผล 1 ม.ค.55 คาดใช้งบ 1.8หมื่นล้านบาท
ครม.อนุมัติปรับเงินเดือนขั้นต่ำขรก.-ลูกจ้างรัฐ 1.5หมื่นบาท 6.49 แสนคนมีผล 1 ม.ค.55 คาดใช้งบ 1.8หมื่นล้านบาท
น.ส.อนุตตมา อมรวิวัฒน์อนุตมา รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) มีมติอนุมติให้ปรับเพิ่มค่าครองชีพสำหรับข้าราชการและบุคลากรภาครัฐที่จบการศึกษาระดับปริญญาตรีและมีเงินเดือนไม่ถึง 1.5 หมื่นบาท ให้ได้รับเงินเดือนขั้นต่ำ 1.5 หมื่นบาท ขณะที่ ข้าราชการ ลูกจ้างประจำ และลูกจ้างชั่วคราว ที่สำเร็จการศึกษาระดับต่ำกว่าปริญญาตรี ที่มีอัตราเงินเดือน หรืออัตราค่าจ้างไม่ถึงเดือนละ 9,000 บาท ได้รับเงินเพิ่มการครองชีพชั่วคราวเพิ่มขึ้นเช่นกัน รวมแล้วมีรายได้เดือนละ 9,000 บาท ซึ่งในส่วนนี้ได้รวมทหารกองประจำการ ซึ่งได้รับเงินเดือนรวมกับเบี้ยเลี้ยงเดือนละ 8,610 บาท ให้ปรับขึ้นเป็น 9,000 บาทด้วย มีผลตั้งแต่วันที่ 1 ม.ค.2555 เป็นต้นไป
ทั้งนี้มีผู้ได้รับประโยชน์จากการปรับเพิ่มในครั้งนี้ จำนวน 649,323 อัตราขณะที่ใช้วงเงินงบประมาณในการดำเนินการปรับเพิ่มเงินเพิ่มการครองชีพชั่วคราวจากงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ.2555 ซึ่งเบิกจ่ายจากงบประมาณรายจ่ายของแต่ละหน่วยงาน รวมทั้งสิ้น 18,864 ล้านบาท โดยจะเป็นการปรับนโยบายของคณะรัฐมนตรี ตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม-30 กันยายน 2555 ประมาณ 18,396 ล้านบาท หรือประมาณปีละ 24,533 ล้านบาท และตั้งแต่วันที่ 1 เมษายน-31 ธันวาคม 2555 ประมาณ 468 ล้านบาท
อย่างไรก็ตาม ที่ประชุมได้มอบให้ สำนักงานคณะกรรมการข้าราชการพลเรือน (ก.พ.) กลับไปทบทวนตัวเลขเกี่ยวกับการปรับขึ้นรายได้ของข้าราชการและลูกจ้างประจำ ที่ได้รับเงินเดือนในอัตราระหว่าง 15,500-20,000 บาท กรณีผู้ที่จบการศึกษาระดับปริญญาโท และปริญญาเอก เพื่อไม่ให้เกิดความเหลื่อมล้ำกับข้าราชการที่ปรับขึ้นเงินเดือนในครั้งนี้ ซึ่งอาจจะใช้ในรูปแบบการให้ค่าวิชาการเพิ่มเติมก็ได้
ด้าน น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ในส่วนของสายวิชาชีพที่ไม่ได้พูดถึง อย่างผู้ที่จบปวช. ปวส. คงต้องไปดูโครงสร้างรวมด้วย เพื่อให้เกิดความรอบคอบ เพราะนโยบายนี้เป็นประเด็นที่ส่งผลกระทบกับคนส่วนใหญ่ จึงต้องให้ทุกหน่วยงานพิจารณาอย่างครอบคลุม
เมื่อถามว่า แต่นโยบายเงินเดือนปริญญาตรี 15,000 บาท ไม่ได้พูดถึงปวช.-ปวส. น.ส.ยิ่งลักษณ์ กล่าวว่า เป็นการช่วยเหลือเพิ่มเติม ตัวนโยบายยังคงอยู่







