
รวบแก๊งบาซูก้ายิงโทรศัพท์-ยาไอซ์เข้าคุกคลองไผ่
ตำรวจสีคิ้วโคราช จับแก๊งบาซูก้าอัดลมยิงโทรศัพท์-ยาไอซ์เข้าเรือนจำคลองไผ่
ตำรวจสีคิ้วโคราช จับแก๊งบาซูก้าอัดลมยิงโทรศัพท์-ยาไอซ์เข้าเรือนจำคลองไผ่
เมื่อเวลา 08.00 น. ที่ผ่านมา นายคงกริช พรคงธวัช ผบ.เรือนจำกลางคลองไผ่ อ.สีคิ้ว จ.นครราชสีมา ได้ประสานไปที่ พ.ต.อ.ณรงค์ฤฑธิ์ มณีโชติ ผกก.สภ.สีคิ้ว , พ.ต.ท.ไกรศักดิ์ วงค์ดำเนิน สว.กก.2 บก.ปส.2, พ.ต.ท.สุรัตน์ น้อยจันทึก พงส.(สบ.3)ช่วยราชการด่านตรวจยานพาหนะสีคิ้ว ให้นำกำลังเข้าสมทบกับกำลังของเจ้าหน้าที่กรมราชทัณฑ์ เพื่อปิดล้อมป่าด้านหลังของเรือนจำกลางคลองไผ่ เนื่องจากพบเห็นกลุ่มชายฉกรรจ์ กำลังจะยิงวัสดุเข้ามาให้นักโทษ ในเรือนจำกลางคลองไผ่
หลังจากกำลังของเจ้าหน้าที่ตำรวจทั้ง 2 หน่วยงานกว่า 50 นาย ไปถึงได้กระจายกำลังกันโอบล้อมป่าไว้ ซึ่งเป็นป่าหนาทึบ จากนั้นได้ออกค้นหาตัวคนร้ายที่หลบซ่อนอยู่ในป่าซึ่งมีอาณาบริเวณกว้างกว่า 100 ไร่ ปรากฏว่าพบนายเมธี หรือต๋อย ยศผักแว่น อายุ 26 ปี อยู่บ้านเลขที่ 18 หมู่ 6 ต.หนองไม้ไฟ อ.หนองบุญมาก จ.นครราชสีมา กับ นายปัญญา หรือเกรียง โมห้างหว้า อายุ 23 ปี อยู่บ้านเลขที่ 105 หมู่ 11 ต.โคกลาบ อ.ลำปลายมาศ จ.บุรีรัมย์ หลบ ซ่อนตัวอยู่ใต้ซอกหินโดยทั้ง 2 คน จะมีเทปพลาสติกพันรอบนิ้วมือไว้ทั้ง 10 นิ้ว เพื่อมิให้ลายนิ้วมือติดอยู่กับวัสดุที่จะยิงเข้าไป และจากการตรวจค้นในสถานที่ดังกล่าว เจ้าหน้าที่พบเครื่องยิงชนิดอัดลมซึ่งใช้ท่อน้ำพีวีซี.ขนาด 3.5 นิ้ว มาประกอบติดกับท่อขนาด 2 นิ้ว ความยาว 2.5 เมตร จำนวน 6 กระบอก เครื่องสูบลม 3 ชุด และหัวกระสุนที่มีรูปร่างคล้ายจรวดทำจากท่อพีวีซี.เส้นผ่าศูนย์กลางประมาณ 2 นิ้ว ความยาวประมาณ 20 นิ้ว จำนวน 3 หัว จึงนำตัวบุคคลทั้ง 2 ออกมาสอบปากคำ
โดยผู้ต้องหาทั้ง 2 คนยอมรับสารภาพว่า พวกตน 3 คนซึ่งมีนายขวัญ ไม่ทราบนามสกุลที่หลบหนีไปได้รวมอยู่ด้วย ได้รับการว่าจ้างจากนายทุนคนหนึ่งในราคาค่าตัวคนละ 6 หมื่นบาท เพื่อให้นำเครื่องยิงชนิดอัดลม ยิงโทรศัพท์มือถือเข้าไปในเรือนจำกลางคลองไผ่ ซึ่งจะมีนักโทษในเรือนจำคอยโทรศัพท์บอกตำแหน่งที่จะให้ยิงคือใกล้กับอาคารด้านหลังสุด บริเวณแดน 5 ทั้ง 3 คน ได้เดินลัดเลาะในป่าจนมาถึงด้านหลังของเรือนจำฯและเตรียมที่จะยิงหัวจรวดที่ภายในบรรจุโทรศัพท์มือถืออยู่ทั้ง 3 หัวเข้าไปยังจุดหมายที่นักโทษภายในให้สัญญาณไว้ แต่เห็นเจ้าหน้าที่ตำรวจบุกเข้าไป ตน 2 คน จึงพากันหนีไปหลบซ่อนตัวในซอกหินและนายขวัญได้หอบวัสดุสิ่งของอีกส่วนหนึ่งวิ่งไปขึ้นรถหลบหนีไปได้ เจ้าหน้าที่จึงทำการผ่าหัวจรวดทั้ง 3 หัวต่อหน้าสื่อมวลชน พบว่าภายในหัวจรวด คนร้ายได้บรรจุเครื่องโทรศัพท์ยี่ห้อต่างๆสภาพใหม่เอี่ยมไว้หัวละ 4 เครื่อง รวม 12 เครื่อง อุปกรณ์ชาร์ตไฟจำนวน 16 ชุด หูฟังจำนวน 11 ชุด และยาไอซ์อีกจำนวน 6.9 กรัม โดยคนร้ายได้แพคสิ่งของดังกล่าวไว้อย่างแน่นหนาและป้องกันการสะเทือนไว้ด้วย จากนั้นเจ้าหน้าที่ได้ให้ผู้ต้องหาทั้ง 2 ทำการสาธิตวิธีการยิงเครื่องยิงอัดลม ปรากฏว่าสามารถยิงได้สูงกว่า 20 เมตร และตกไกลกว่า 200 เมตร จึงส่งตัวผู้ต้องหาให้ พ.ต.ท.ประภาส มะเริงสิทธิ์ พนักงานสอบสวน สภ.คลองไผ่ อ.สีคิ้ว ดำเนินคดีต่อไป
ทางด้านนายคงกริช พรคงธวัช เปิดเผยว่า เรือนจำกลางคลองไผ่เป็นเรือนจำที่มีความมั่นคงสูงเป็นอันดับ 2 ของประเทศ มีนักโทษคดีอุกฉกรรจ์ที่มีโทษไม่ต่ำกว่า 15 ปี ถูกคุมขัง 3,118 คน ซึ่งแต่ละคนมีนิสัยดุร้ายเพราะส่วนใหญ่จะเคยก่อคดีร้ายแรงมา อีกส่วนหนึ่งก็เป็นนักค้ายาที่มีอิทธิพลมาก่อน การควบคุมจึงลำบาก ส่วนเจ้าหน้าที่มี 156 คน โทรศัพท์เหล่านี้หากหลุดรอดเข้าไปภายในเรือนจำจะมีราคาเครื่องละ 250,000 บาท







