posttoday
ดึงทหารสกัดยาเสพติดแนวตะเข็บชายแดนเหนือ

ดึงทหารสกัดยาเสพติดแนวตะเข็บชายแดนเหนือ

16 กันยายน 2554

“เฉลิม” ดึงทหารสกัดยาเสพติดแนวตะเข็บชายแดน 8 จังหวัดภาคเหนือ เสนอให้ปปง.เข้มงวดใช้กม.ยึดทรัพย์ ตั้งเป้าปราบ 1 ปี

“เฉลิม” ดึงทหารสกัดยาเสพติดแนวตะเข็บชายแดน  8 จังหวัดภาคเหนือ เสนอให้ปปง.เข้มงวดใช้กม.ยึดทรัพย์ ตั้งเป้าปราบ 1 ปี

ที่สำนักงานป้องกันและปราบปรามยาเสพติด(ป.ป.ส.) ร.ต.อ.เฉลิม  อยู่บำรุง  รองนายกรัฐมนตรี  และผอ.ศูนย์อำนวยการพลังแผ่นดินเอาชนะยาเสพติดแห่งชาติ(ศพส.)  พล.ต.อ.ประชา  พรหมนอก   รมว.ยุติธรรม   พล.ต.ท.วรพงษ์  ชิวปรีชา  ผู้ช่วยผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ  ร่วมกันประชุมศพส.

ร.ต.อ.เฉลิม  กล่าวในฐานะผอ.ศพส.  ว่าต้องการหารือกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับการแก้ไขปัญหายาเสพติดเพื่อหาแนวทางบูรณาการทำงานร่วมกัน  โดยปัญหายาเสพติดส่วนใหญ่เกิดจากการนำเข้าจากนอกประเทศนำเข้ามาในประเทศ   โดยพื้นที่ที่พบการนำเข้ามากสุดคือบริเวณ 8 จังหวัดภาคเหนือ พบการนำเข้ามากกว่า 87 เปอร์เซ็นต์   รองลงมาคือภาคตะวันออกเฉียงเหนือพบการนำเข้ามากว่า 13 เปอร์เซ็นต์   และมีการนำเข้ามากสุดทางอำเภอ เขมราฐ จ.อุบลราชธานี  ดังนั้น ตนจึงมีแนวคิดอุดช่องโหว่การนำเข้าด้วยการปิดรอยตะเข็บชายแดน  โดยต้องอาศัยกำลังเจ้าหน้าที่ทหารสนับสนุนการทำงาน  รวมถึงประสานกับรมว.สาธารณสุข  เพื่อควบคุมและสกัดกั้นสารตั้งต้นยาเสพติด  ทั้งนี้ เชื่อว่าปัญหายาเสพติดของประเทศมีเจ้าหน้าที่เข้าไปเกี่ยวข้องด้วย

ร.ต.อเฉลิม กล่าวว่า นอกจากนี้ตนได้หารือกับรมว.ยุติธรรม แก้ไขปัญหานักโทษล้นคุกเพราะนักโทษส่วนใหญ่เป็นนักโทษคดียาเสพติด ด้วยการให้นักโทษคดียาเสพติดที่เหลือโทษไม่เกิน  1 ปี เข้าสู่กระบวนการบำบัดรักษา ซึ่งอาจจะต้องมีการแก้กฎหมาย  และขอให้กระทรวงมหาดไทยติดตามพิสูจน์ทราบพฤติกรรมภายหลังการบำบัด ตลอดจนใช้วิธีการบำบัดที่บ้าน โดยการแก้กม.นั้นคงต้องมีการศึกษาข้อกฎหมายเพื่อรองรับกรณีการจับกุมผู้ต้องหาที่มียาเสพติดจำนวนไม่มาก เช่น กรณีจับได้เพียง 1 เม็ด ไม่ให้ต้องรับโทษจำคุก เพื่อแก้ปัญหานักโทษล้นคุก ซึ่งรัฐบาลตั้งเป้าแก้ปัญหายาเสพติดภายใน 1 ปี  อย่างไรก็ตาม ตนได้เรียกเลขาธิการคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน(ปปง.) หารือเพื่อใช้มาตรการยึดทรัพย์กับกลุ่มผู้ต้องหาคดียาเสพติดควบคู่ไปด้วย

เมื่อถามถึงมาตรการในการป้องกันไม่ให้เกิดปัญหาฆ่าตัดตอนกลับมาอีก ร.ต.อ.เฉลิม กล่าวว่า  ยังไม่มีมาตรการในเรื่องดังกล่าว   เจ้าหน้าที่ต้องทำงานโดยดูตามสถานการณ์  เรื่องแบบนี้พูดยาก แล้วแต่สถานการณ์ แต่ทุกอย่างต้องอยู่ภายใต้กฎหมาย ซึ่งที่ผ่านมาเจ้าหน้าที่ถือว่าเป็นฝ่ายเสียเปรียบเพราะต้องรอให้อีกฝ่ายยิงก่อนจึงจะต่อสู้ได้

ทั้งนี้ ในวันที่ 17 ก.ย. เวลา 10.00 น.นายกรัฐมนตรีจะเป็นประธานพิธีเผาทำลายวัตถุเสพติดครั้งที่ 40  ที่ นิคมอุตสาหกรรมบางปะอิน จ.อยุธยา โดยยาเสพติดของกลางที่ถูกทำลายมีจำนวน 821 กิโลกรัม  มูลค่ากว่า 2,450ล้าน

ข่าวล่าสุด

ปภ. รายงานน้ำท่วมใน 20 จังหวัด- กทม.  เร่งช่วยเหลือฟื้นฟูพื้นที่

ปภ. รายงานน้ำท่วมใน 20 จังหวัด- กทม. เร่งช่วยเหลือฟื้นฟูพื้นที่