
ทักษิณคิด เพื่อไทยทำ
นายกรัฐมนตรียิ่งลักษณ์พูดไม่ผิดที่ว่า รัฐบาลไม่มีนโยบายเรื่องฎีกา
นายกรัฐมนตรียิ่งลักษณ์พูดไม่ผิดที่ว่า รัฐบาลไม่มีนโยบายเรื่องฎีกา
โดย..ไชยันต์ ไชยพร
เพราะเป็นเรื่องของเสื้อแดงนับล้านที่เข้าชื่อกันทูลเกล้าฯ ถวายฎีกาขอพระ ราชอภัยโทษให้แก่คุณทักษิณ จะด้วยเหตุผลใดก็ตาม การตรวจสอบรายชื่อการทูลเกล้าฯ ถวายฎีการัฐบาลชุดที่แล้วกินเวลานานมาก มารู้ตัวอีกทีก็ตอนเพื่อไทยเป็นรัฐบาล และมีคนของเพื่อไทยเป็นรมว.ยุติธรรม
จริงอยู่ตอนหาเสียงเพื่อไทยไม่ได้กล่าวถึงการติดตามการทูลเกล้าฯ ถวายฎีกาแม้แต่น้อย หรืออาจจะพูดแต่สังคมไม่ได้ยิน จะพูดก็แต่การแก้รัฐธรรมนูญเพื่อนิรโทษกรรม และหลังจากเป็นรัฐบาลรวมทั้งเป็นประธานรัฐสภากันแล้ว ก็พูดกันแต่เรื่องการแก้ไขรัฐธรรมนูญ
และแล้วจู่ๆ ก็มีการติดตามเรื่องการทูลเกล้าฯ ถวายฎีกาเกิดขึ้น เชื่อว่าไม่น่าจะอยู่ในความคิดของนายกรัฐมนตรีและ รมว.ยุติธรรม เพราะไม่น่าจะเป็นประโยชน์กับการบริหารงานประเทศภายใต้คำวิพากษ์วิจารณ์ต่างๆ นานาต่อสัญญาต่างๆ ที่ให้ไว้ตอนหาเสียง ซึ่งดูจะไม่มีความแน่นอนว่าจะทำได้ในเร็ววันเท่าไรนัก อีกทั้งนโยบายลดราคาน้ำมันพลังงานที่ออกมาอย่างรวดเร็วก็กลับเสียรูปมวยอย่างปฏิเสธไม่ได้ ทั้งนี้ไม่รวมข้อสังเกตจากผู้เชี่ยวชาญของ TDRI ต่อความเสี่ยงในนโยบายจำนำข้าว จนเกิดรัฐบาลยิ่งลักษณ์ได้ฉายาว่า “ดีแต่โม้” และก็ยังมีปัญหาอุทกภัยอีก!
ปัญหารุมเร้ามากอยู่แล้ว คนในรัฐบาลไม่น่าจะขุดเรื่องฎีกาขึ้นมาเอง?
การช่วยคุณทักษิณให้พ้นโทษ มีสองทาง ทางแรก แก้ไขรัฐธรรมนูญ ซึ่งต้องใช้เวลาเป็นปี เพราะบางคนในเพื่อไทยเสนอว่า ให้จัดตั้ง ส.ส.ร.ชุดใหม่ขึ้นมา หล่อพอที่จะไม่ใช่เสียงข้างมากของตนในสภาแก้รัฐธรรมนูญ โดยยืนยันเจตนาที่จะให้ประชาชนตัดสินทางตรง นั่นคือ ให้มีประชาพิจารณ์และประชามติด้วย ซึ่งก็จะทำให้ได้รัฐธรรมนูญที่มีที่มาเป็นประชาธิปไตยแทนรัฐธรรมนูญ 2550 ที่บ่มเพาะภายใต้หมอกควันรัฐประหาร
แต่วิธีการดังกล่าว นอกจากจะทำให้คุณทักษิณต้องรอนานนับปี ไม่รู้ว่าจะเสร็จเมื่อไรแน่ อีกทั้งหากเพื่อไทยบริหารประเทศไปนานๆ เกิดกระแสตก มิจะพานทำให้กระแสคุณทักษิณตกไปด้วย จะทำให้ร่างรัฐธรรมนูญไม่ผ่านไปด้วย เพราะจะผ่านไปทำไม จะช่วยทักษิณไปทำไม? เพราะทักษิณคิด เพื่อไทยทำ แต่ดันทำได้ไม่โดนใจประชาชน การแก้รัฐธรรมนูญที่ต้องผ่านประชามติและต้องอาศัยเวลานานภายใต้รัฐบาลนายกฯ มือใหม่หัดขับนี้
ไปๆ มาๆ เสียงประชาชนที่เคยเป็นเสียงสวรรค์นั้น อาจจะกลายเป็นนรกสำหรับคุณทักษิณไปก็ได้ เพราะจะว่าไปแล้ว การที่เสื้อแดงจำนวนหนึ่งต้องการให้มีการแก้รัฐธรรมนูญก็เพราะต้องการล้างระบอบอำมาตย์ และที่ปฏิเสธไม่ได้ คือ คืนความเป็นธรรมให้คุณทักษิณ พูดง่ายๆ คือ อยากให้คุณทักษิณกลับมาเป็นนายกฯ อีก ถ้ายังไม่ได้ ขอตัวแทนที่เป็นตัวแทนจริงๆ อย่างน้องสาวโคลนนิงก็ยังดี เพราะเชื่อจริงๆ ว่า ทักษิณคิด เพื่อไทยทำตาม ก็พอแล้ว แต่อย่างที่กล่าวไปแล้ว หากบริหารล้มเหลว เชื่อว่าร่างรัฐธรรมนูญก็ยากที่จะผ่าน
การช่วยคุณทักษิณผ่านการแก้รัฐธรรมนูญจึงเสี่ยงอย่างยิ่ง เพราะใช้เวลานาน เวลาที่นานนี้ก็อาจเป็นคุณแก่คณะรัฐมนตรีเพื่อไทยและพรรคร่วมด้วย เพราะนั่นหมายความว่า อยู่ในอำนาจนาน เพราะหากแก้รัฐธรรมนูญสำเร็จเมื่อไร ก็ต้องยุบสภา ใครก็ตามที่อยู่ในอำนาจย่อมขออยู่นานๆ
ดังนั้นคนหยิบยกการเรื่องการทูลเกล้าฯ ถวายฎีกาย่อมต้องเป็นฝีมือของคนนอกคณะรัฐมนตรี และต้องการชี้ให้เห็นถึงความจริงใจในการช่วยเหลือคุณทักษิณมากกว่าพวกแก้รัฐธรรมนูญ
ขณะเดียวกันเริ่มมีนักวิชาการจำนวนไม่น้อยที่ยืนยันว่า หากจะให้บ้านเมืองสงบจริง ต้องทำตามกติกาสากล นั่นคือ ในการลงประชามติเรื่องที่สำคัญจริงๆ จะต้องใช้เสียงข้างมากพิเศษ ไม่ใช่เสียงข้างมากปกติประเภท 51 ต่อ 49 ก็ชนะแล้ว เหมือนการลงประชามติรัฐธรรมนูญฉบับ 2550 ที่ชนะกันไม่มากนัก ส่งผลให้เกิดปัญหาการแบ่งแยกในสังคมการเมืองอย่างรุนแรงติดตามมา และหากต้องใช้เสียงข้างมากพิเศษในยามที่รัฐบาลเพื่อไทยคะแนนนิยมตก ก็อาจไม่ผ่าน
ดังนั้น เล่นทางฎีกาดีกว่า เพราะไม่ต้องอาศัยเสียงประชาชนนับสิบกว่าล้าน แต่หวังพึ่งพระบารมีขององค์พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวพระองค์เดียวเท่านั้น และน่าจะใช้เวลาสั้นกว่าด้วย เพราะมีการเรียกร้องให้ทันพระราชทานอภัยโทษในอภิมหามงคลสมัยวันที่ 5 ธ.ค.ปีนี้ หรือไม่เกินปีหน้า ซึ่งน่าจะเร็วกว่าใช้การแก้รัฐธรรมนูญ ประเด็นอยู่ที่ว่าคุณทักษิณต้องรับโทษก่อนหรือไม่ ถ้าต้อง ก็มีแผนการเตรียมคุกอย่างดีไว้ให้ติดระยะสั้นๆ
ไม่ว่าผลจะออกมาอย่างไร ย่อมจะรุนแรงชัดเจนเด็ดขาดในทุกมิติของการเมืองตามความคาดหมายของคนบางกลุ่ม...ไม่รู้ว่านี่คือ ทักษิณคิด เพื่อไทยทำ หรือเปล่า?
(ส่วนหนึ่งของงานวิจัย ภายใต้โครงการพัฒนามหาวิทยาลัยวิจัยแห่งชาติ ปีงบประมาณ 2555 ความมั่นคงของมนุษย์ เรื่อง “การพัฒนาระบอบการเมืองประชาธิปไตยเพื่อความเป็นธรรมและเสมอภาคในกระแสการเปลี่ยนแปลงของสังคมไทย” (HS1068A) สนับสนุนโดย สกอ. ตุลาคม 2554-กันยายน 2555)







