
บรอมีเลียดกับการจัดสวนในอาคาร
ปัจจุบันเราหาซื้อบรอมีเลียดได้ไม่ยากนัก และด้วยราคาที่ไม่สูงจนเกินไปนัก
ปัจจุบันเราหาซื้อบรอมีเลียดได้ไม่ยากนัก และด้วยราคาที่ไม่สูงจนเกินไปนัก
โดย..ม.ล.จารุพันธ์ ทองแถม
ปัจจุบันเราหาซื้อบรอมีเลียดได้ไม่ยากนัก และด้วยราคาที่ไม่สูงจนเกินไปนัก ทั้งๆ ที่ก่อนหน้านี้สัก 10 ปีก่อนบรอมีเลียดเป็นของหาได้ยาก และส่วนใหญ่มีราคาสูงเกินกว่าจะนำมาปลูกจัดตกแต่งสวนได้คงปลูกเป็นไม้สะสม (Collector Items) ปัจจุบันสถานการณ์เปลี่ยนแปลงไปแล้ว เนื่องจากบรอมีเลียดทนทาน ปลูกง่ายตายยาก ขยายพันธุ์ค่อนข้างง่ายและรวดเร็วพอใช้ แม้ดูเหมือนจะช้ากว่าไม้ใบ ไม้ดอกอื่นๆ แต่ความที่บรอมีเลียดหลายสกุลแตกหน่อได้ดี และหลายสกุลสามารถเพาะเมล็ดและสามารถเพาะเลี้ยงเนื้อเยื่อได้ จนหลายคนสั่งต้นอ่อนจากแล็บต่างประเทศเข้ามาปลูก ทำให้บรอมีเลียดหรือที่คนไทยเรียกกันว่าสับปะรดสีนั้นมีราคาถูกลง และถูกนำไปลงสวนประดับนอกอาคารและในอาคารได้
สวนในเขตกรุงเทพฯ หลายแห่งมักมีแสงแดดน้อย โดยเฉพาะอย่างยิ่งสวนซึ่งมีต้นไม้ใหญ่ขึ้นเป็นไม้ประธาน ยิ่งในช่วงฤดูฝนอันยาวนานเช่นปี 2554 นี้ กรุงเทพฯ ได้รับฝนมาตั้งแต่เดือน มี.ค.เม.ย. หลายวันเกือบไม่ได้รับแสงแดด ไม้ประดับที่ปลูกโคนต้นไม้ใหญ่ได้รับแสงน้อยมาก ดังนั้น การเลือกใช้บรอมีเลียดปลูกประดับสวน จึงให้ทั้งสีสรรและพุ่มใบที่มีรูปทรงโดดเด่นแปลกตา
บรอมีเลียดซึ่งต้องการแสงแดดจัดจ้า เหมาะสำหรับปลูกในแปลงซึ่งมีการยกแปลงให้สูงเกินระดับพื้นสนามหญ้า ได้แก่ บรอมีเลียดสกุลสับปะรด (Ananas Spp) ซึ่งควรเลือกสับปะรดด่างทั้งสองชนิดมาปลูก สับปะรดด่างสามสี (Ananas Comosus Var.Bracteatus Tricolor) สับปะรดด่าง (A.comosus Variegates) มีหลายพันธุ์ ซึ่งหาซื้อได้ไม่ยากนักในตลาดนัดสวนจตุจักรทุกวันพุธและพฤหัสบดี
แปลงปลูกสับปะรดควรใช้ทรายหยาบผสมกับใบไม่ผุจะช่วยให้ระบายน้ำได้ดี ไม่ควรใช้ปูนขาวปรับปรุงดินเป็นอันขาด หากยังไม่ตรวจระดับความเป็นกรดด่างของดิน และรดน้ำเฉพาะช่วงขาดฝนติดต่อกันหลายๆ วันเท่านั้น วิธีดีที่สุดคือดูว่าดินในแปลงแห้งหรือไม่ ถ้ายังเปียกแฉะอยู่ก็ไม่ควรให้น้ำเพิ่มเติมอีก แปลงปลูกบรอมีเลียดที่ชอบแสงแดดจัดนี้ยังจัดร่วมกับหิน โดยจัดเป็นสวนหินก็สวยงามไปอีกแบบ
บรอมีเลียดสกุลที่เหมาะสมในการปลูกกับหิน ได้แก่ สกุลดิ๊กเกีย เฮกเทียส์ คริพแอนอัส พูยา พอร์เทีย พิมคาร์เนีย เป็นต้น นอกจากนี้ก้อนหินขนาดต่างๆ แล้ว กิ่งไม้ ตอไม้ ลำต้นไม้ตายซากขนาดต่างๆ เป็นสิ่งที่ใช้ปลูกบรอมีเลียดประดับสวนหินได้ โดยปลูกร่วมกับทิลแอนเซีย (Tillandsia) ชนิดต่างๆ และไม้อากาศหรือพืชอิงอาศัยอื่นๆ เช่น เฟิน โฮยา ดิสคิเดีย ฯลฯ
บรอมีเลียดที่ชอบร่ม
บรอมีเลียดที่ชอบร่มหลายชนิดมีใบสีน้ำตาลอมแดง โดยเฉพาะอย่างยิ่งใต้ใบซึ่งเป็นมาตรการปรับตัวให้เข้ากับที่ร่มนั่นเอง บรอมีเลียดซึ่งมีใต้ใบแดง ได้แก่ เอกเมียร์ลูกผสมต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นฟอสเตอร์เฟเวอริตหรือแบล็กแจ็ก หรือเรดไวน์ รอยัลไวน์ พวกนี้นักปลูกบรอมีเลียดรู้จักกันดีมานาน เอกเมียร์ลูกผสมเหล่านี้ออกช่อดอกและพัฒนาไปเป็นเบอร์รีสีฉูดฉาด ห้อยลงประดับต้นอยู่ได้นานนับเดือน บรอมีเลียดที่อยู่ในร่มเหล่านี้ปลูกอยู่ได้กับตอไม้บนดินหรือมัดติดลำต้นไม้ใหญ่ ยิ่งทำให้เรามองเห็นใต้ใบสีแดงได้ดีและดูสะดุดตา
บรอมีเลียดสกุลนีโอรีจีลยาซึ่งมีใบด่างอาจปลูกได้ดีกว่าหากปลูกในพื้นที่ใต้ต้นไม้ผลัดใบเป็นบางฤดู เช่น ต้นทองหลางด่างเพราะมันปรับตัวได้กับปริมาณความเข้มแสงซึ่งเพิ่มขึ้นในฤดูร้อน โดยเฉพาะเช่น Neoregelia Carolinae ลูกผสมซึ่งมีสีฉูดฉาดนำเอาความสดชื่นมาอยู่กับสีเขียวของสวน ลูกผสมนีโอชนิดนี้มีพันธุ์ต่างๆ หลากหลายให้หาซื้อมาปลูกประดับสวนที่ร่ม ซึ่งเราอาจปลูกสนมังกร สนดินสอ หรือแม้แต่ต้นยูคาลิปตัสหลายชนิดเป็นไม้บังร่มผลัดใบ ซึ่งชอบสวนที่แห้งแล้งอยู่แล้ว ดังนั้น เราจึงให้น้ำน้อยมากเพียง 23 สัปดาห์ต่อครั้งเท่านั้น
บรอมีเลียดซึ่งชอบที่ร่มอีกชนิด ได้แก่ Aechmea Weilbachii ซึ่งแม้จะเป็นไม้เก่า แต่ขยายพันธุ์ง่ายและใช้จัดสวนได้ในราคาต่ำ เราอาจปลูกเป็นกลุ่มให้อยู่กับกองอิฐมอญ กาบมะพร้าวและคลุมแปลงด้วยใบก้ามปู จะช่วยรักษาความชุ่มชื้นและให้ภาพเป็นธรรมชาติ พื้นที่ริมสวนซึ่งได้รับแสงแดดเป็นบางช่วงของวัน อาจใช้บรอมีเลียดหลายสกุลปลูกรวมกัน ไม่ว่าจะเป็นนิดอูลาเรียม (Ninularium Spp) เช่น อาเมโซนิกุม อินโนเซนติ ซึ่งพอจะหาซื้อได้ไม่ยากนักในตลาดจตุจักรทุกวันพุธ บรอมีเลียดซึ่งขึ้นอยู่ได้ทนทานและแทงช่อดอกขนาดใหญ่ในฤดูฝน ได้แก่ พิตคาร์เนีย (Pitcairnia Flammea) ซึ่งปลูกอยู่บนดินในแปลงหรือปลูกร่วมกับกาบมะพร้าว ใบไม้ผุ บนคาบต้นไม้ใหญ่ จะให้ความสวยงามโดดเด่นมาก
โปรดนึกอยู่เสมอว่า บรอมีเลียดเป็นพืชป่าซึ่งให้ความรู้สึกของป่าผืนใหญ่ มันช่วยนำเอาธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมที่ชุ่มฉ่ำกลับมาสู่สวนของเราซึ่งอยู่ในเมืองอีกวาระหนึ่ง







