
รวบแก๊งคอลเซ็นเตอร์ฟิลิปปินส์
กองปราบจับแก๊งคอลเซ็นเตอร์ชาวฟิลิปปินส์ แอบเข้าไทยกว่า 5 ปี
กองปราบจับแก๊งคอลเซ็นเตอร์ชาวฟิลิปปินส์ แอบเข้าไทยกว่า 5 ปี
ที่กองบังคับการปราบปราม (บก.ป.) พ.ต.อ.ประสพโชค พร้อมมูล รอง ผบก.ป. พ.ต.อ.ธนาวุฒิ ท้วมสมบุญ ผกก.4 บก.ป.แถลงข่าวจับกุมแก๊งคอลเซ็นเตอร์ชาวฟิลิปปินส์ ประกอบด้วย 1.นายอลัน ลูคัส (ALAN LUCAS) อายุ 32 ปี หัวหน้าแก๊ง 2.นายโรแลนโด้ ออดตูจัน (ROLANDO ODTUJAN) อายุ 32 ปี 3.น.ส.โรส เพงสัน (ROSE PENGSON) อายุ 30 ปี 4.น.ส.ซาร่า เซอวิต้า (SARAH SERVITA) อายุ 29 ปี 5.น.ส.จีเซตเต้ อัมบรูซิโอ (JISETTE AMBRUSIO) อายุ 26 ปี และ 6.น.ส.ปาเนียว่า มาร์ทิเนอร์ (PANEIVA MARTINER) อายุ 29 ปี พร้อมตรวจยึดของกลาง เครื่องโทรศัพท์ 7 เครื่อง คอมพิวเตอร์โน้ตบุ๊ค เครื่องปริ้นท์เตอร์ สมุดบัญชีเงินฝากธนาคารไทยพาณิชย์ 1 เล่ม กระเป๋าเอกสาร และเอกสารที่เกี่ยวข้องอีกจำนวนหนึ่ง จับกุมผู้ต้องหาทั้งหมด พร้องของกลางดังกล่าว ได้ที่ห้องเช่า 4 ชั้น เลขที่ 55/20 หมู่บ้าน “บ้านกลางเมือง” ถนนลาดพร้าว ซอย 88/1 แขวงพลับพลา เขตวังทองหลาง กทม.
พ.ต.อ.ประสพโชค กล่าวว่า การจับกุมแก๊งคอลเซ็นเตอร์รายนี้สืบเนื่องจากชุดสืบสวนนำโดย พ.ต.ท.ชณพล วันขวัญ รอง ผกก.4 บก.ป. พ.ต.ท.ตุลยวัต เมืองทอง สว.กก.4 บก.ป.สืบทราบว่ามีกลุ่มบุคคลชาวต่างชาติ ได้ลอบตั้งสำนักงานภายในหมู่บ้านดังกล่าว เพื่อใช้เป็นสถานที่โทรศัพท์หลอกลวงผู้เสียหายซึ่งเป็นชาวต่างชาติด้วยกัน ให้นำเงินมาร่วมลงทุนซื้อหุ้น หรือลงทุนในตลาดหุ้น หรือตลาดตราสารหนี้ กับทางบริษัทตัวแทนหรือโบรกเกอร์แห่งหนึ่ง (โปรเกรสอินเวสเม้นท์ แอลแอลซี) (PROGRESS INVESTMENT LLC) จึงรวบรวมพยานหลักฐาน ก่อนขออนุมัติหมายศาล เข้าตรวจค้นและจับกุมผู้ต้องหาทั้งหมดไว้ได้พร้อมของกลาง
สอบสวนผู้ต้องหาทั้งหมดให้การรับสารภาพ โดยนายอลัน เข้ามาอยู่ในประเทศไทยประมาณ 5 ปี ส่วนรายอื่นๆ เข้ามาอยู่อาศัยเป็นเวลา 1 ปี ส่วนการตั้งสำนักงานดังกล่าวนั้นมีนายทุนอีกรายเป็นผู้สั่งการโดยแต่ละวันมีหน้าที่โทรศัพท์ไปหาลูกค้าในประเทศต่างๆ ทั่วโลก เพื่อชักชวนให้ร่วมนำเงินมาลงทุนกับทางบริษัทแห่งนี้
ทั้งนี้ ตามแนวทางการสืบสวนในเบื้องต้นพบว่าเหยื่อที่ถูกแก๊งคนร้ายรายนี้โทรศัพท์ไปหลอกลวงเป็นชาวออสเตรเลีย แต่ช่วงเวลาในแต่ละวันก็จะมีการโทรศัพท์หาเหยื่อต่างพื้นที่กันไปตามโซนเวลา ทั้งในยุโรป อเมริกา และเอเซีย ซึ่งขณะนี้ยังไม่สามารถประเมินมูลค่าความเสียหายได้ แต่เจ้าหน้าที่ได้เร่งสืบสวนขยายผลการจับกุมแล้ว ส่วนผู้ต้องหาทั้งหมดดำเนินคดีในข้อหา เป็นบุคคลต่างด้าวเข้ามาทำงานในราชอาณาจักรโดยไม่ได้รับอนุญาต อย่างไรก็ดี หากพบว่าเข้าข่ายกระทำความผิดฐานฉ้อโกง ก็จะพิจารณาแจ้งข้อกล่าวหาเพิ่มเติมต่อไป







