
รับมือวิกฤตโลก
เศรษฐกิจโลกกำลังเดินหน้าเข้าสู่ภาวะวิกฤตอย่างสุกงอม
เศรษฐกิจโลกกำลังเดินหน้าเข้าสู่ภาวะวิกฤตอย่างสุกงอม
จนทำให้องค์การเพื่อความร่วมมือทางเศรษฐกิจและการพัฒนา (โออีซีดี) ถึงกับออกมาเตือนว่าเขตเศรษฐกิจรายใหญ่ของโลกกำลังใกล้เข้าสู่ภาวะถดถอย
ถือเป็นโชคร้ายของเศรษฐกิจโลก ที่สถานการณ์ทั้งในสหรัฐและยุโรป กำลังเข้าสู่ภาวะวิกฤตหนักในช่วงเวลาไล่เลี่ยกัน สหรัฐกำลังเผชิญหน้ากับการเติบโตของเศรษฐกิจที่แทบจะไม่ขยับตัวและเต็มไปด้วยปัญหาการว่างงานเรื้อรัง
ด้านยุโรปก็กำลังเผชิญหน้ากับวิกฤตหนี้ครั้งเลวร้ายที่สุดในประวัติศาสตร์ จากปัญหาหนี้ในกรีซที่ยังไม่หายขาด ปัญหากำลังลุกลามไปยังประเทศอื่น เช่น อิตาลี และสเปนมากขึ้น ขณะเดียวกันอัตราการเติบโตทางเศรษฐกิจของยูโรโซนในไตรมาส 2 ที่ผ่านมา แทบไม่ขยับตัวอยู่ที่ 0.2% เป็นปัจจัยซ้ำเติมเลวร้ายมากขึ้น
สถานการณ์ในยุโรป ยังถูกมองว่ามีโอกาสสูงที่จะลุกลามหนักไปสู่การเป็นวิกฤตการเงินครั้งใหญ่ ถ้าหากในที่สุดแล้วกรีซกลายเป็นหนี้เสีย อันจะส่งผลกระทบรุนแรงต่อบรรดาธนาคารและสถาบันการเงินที่ถือครองพันธบัตรกรีซ
มูดี้ส์ อินเวสเตอร์ เซอร์วิส เพิ่งประกาศลดอันดับเครดิตเชือดธนาคารรายใหญ่ของฝรั่งเศส 2 แห่ง สดๆ ร้อนๆ เนื่องจากธนาคารเหล่านี้มีทุนสำรองไม่เพียงพอที่จะรับมือกับความเสี่ยง ถ้าหากกรีซกลายสภาพเป็นหนี้เสียจริงๆ
ยิ่งไปกว่านี้ ความหวังที่เอเชียจะอาศัยการเติบโตของจีนเป็นแรงผลักดันนั้น ก็ดูเหมือนว่าจะไม่สามารถพึ่งพาได้อีกต่อไป ในเมื่อจีนเองก็ต้องลดความร้อนแรงของเศรษฐกิจลง เพื่อแก้ไขปัญหาเงินเฟ้อที่กำลังร้อนระอุอยู่ในเวลานี้
ดังนั้น การชะลอตัวในสหรัฐตลอดจนวิกฤตหนี้ในยุโรป และการชะลอความร้อนแรงของเศรษฐกิจจีนจึงกลายเป็นความเสี่ยงที่อันตรายอย่างที่สุดต่อประเทศกำลังพัฒนาในเอเชียที่ส่วนใหญ่ยังต้องพึ่งพาตลาดส่งออกเหล่านั้น
อีกทั้งสัญญาณร้ายต่อภาคการส่งออกไทยก็เริ่มปรากฏขึ้นให้เห็น เมื่อเลขาธิการสมาคมผู้ส่งออกไทยเปิดเผยว่า ผู้นำในสหรัฐและยุโรปเริ่มขอให้ผู้ส่งออกไทยชะลอการส่งมอบสินค้าในหลายกลุ่มออกไป 1530 วัน ดังนั้น ถือเป็นวาระเร่งด่วนอย่างยิ่งที่รัฐบาลไทยควรออกมาตรการเตรียมพร้อมต่อปัญหาสำคัญนี้ได้แล้ว
แต่เป็นเรื่องน่าเศร้าที่ข้อเท็จจริงอันปรากฏให้เห็นนั้น รัฐบาลไทยกลับไม่ให้ความสนใจปัญหานี้อย่างที่ควร และยังไร้นโยบายรับมือที่เป็นรูปธรรมใดๆ ซ้ำร้ายรัฐบาลยังกลับมัวแต่สาละวนโยกย้ายข้าราชการและการเมือง การนิรโทษกรรมอดีตนายกฯ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร และมุ่งเน้นการรื้อฟื้นความสัมพันธ์กับประเทศเล็กๆ อย่างกัมพูชา
ทั้งๆ ที่ปัญหาระดับโลกที่มีความสำคัญกว่าและจะส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจในระดับรุนแรงกว่า กำลังจ่อคอหอยรออยู่หน้าประตูบ้านแท้ๆ







