
ถวิล ย้ำสู้เพื่อศักดิ์ศรีไม่ใช่ตำแหน่ง
"ถวิล" แจง ร้อง กพค. สู้เพื่อ "ศักดิ์ศรี" ไม่ใช่ "ตำแหน่ง" ย้ำ ถูกย้ายไม่เป็นไปตามระบบคุณธรรม
"ถวิล" แจง ร้อง กพค. สู้เพื่อ "ศักดิ์ศรี" ไม่ใช่ "ตำแหน่ง" ย้ำ ถูกย้ายไม่เป็นไปตามระบบคุณธรรม
นายถวิล เปลี่ยนศรี ที่ปรึกษานายกรัฐมนตรี กล่าวระหว่างการเสวนาเรื่องธรรมาภิบาลในการแต่งตั้งโยกย้าย ว่า หลังจากยื่นเรื่องต่อคณะกรรมการพิทักษ์ระบบคุณธรรม (ก.พ.ค.) แล้วก็ไม่อยากให้ข้อมูลอะไรเพิ่ม เพราะเชื่อมั่นในกลไกที่มีอยู่ว่าจะสามารถพิทักษ์คุณธรรมได้ ตลอดเวลาที่อยู่ที่สมช.ได้มองเป็นความไม่เป็นธรรมในการแต่งตั้งโยกย้ายมาตลอดชีวิตข้าราชการ
ทั้งนี้ มั่นใจว่าแม้จะไม่มีการปรับย้ายตำแหน่งที่กระทบมาจากสำนักงานตำรวจแห่งชาติ (สตช.) แต่เชื่อว่าตนเองจะยังเป็นส่วนหนึ่งที่ต้องถูกแต่งโยกย้าย เพราะฝ่ายการเมืองพูดมาตลอดว่าเป็นเรื่องขอความโกธรแค้นแบ่งฝักแบ่งฝ่าย ถ้าระบบโยกย้ายในสมช.ยังเป็นอย่างนี้จะทำใหการทำงานของสมช.ที่จะทำงานให้เกิดประโยขน์กับงานความมั่นคงไม่ได้เพราะสิ่งที่เกิดขึ้นขึ้นกระทบกับกำลังใจของคนทำงาน
นายถวิล กล่าวว่า ตั้งแต่รัฐบาลนี้เข้ามา ตนเองพยายามทำงานอยู่ในขอบเขต ตลอดช่วงเวลาแถลงนโยบาย ได้เตรียมพร้อมในการเข้าไปช่วยสนับสนุนการแถลงนโยบาย รวมถึงการไปเป็นกรรมการจัดทำแผนบริหารราชการแผ่นดินกับสภาพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ แต่ฝ่ายการเมืองก็ยกเอาเรื่องที่เคอยู่ในศูนย์อำนวจการแก้ไขสถานการณ์ฉุกเฉิน(ศอฉ.) ทั้งที่ กฎหมายเขียนไว้ว่าเลขาฯสมช.ต้องไปเป็นกรรมการศอฉ.
"มันไม่เป็นไปตามระบบคุณธรรม ท่านนายกฯพูดตลอดว่าผมไม่มีความผิด แล้วทำไมมาโยกย้ายผม ท่านบอกว่าผมมีความถนัดเรื่องความมั่นคงซึ่งงานนั้นเลขาฯสมช.ทำได้ดีอยู่แล้ว ผมไม่ได้สู้เพื่อกลับไปอยู่ตำแหน่งเดิมแต่สู้เพื่อศักดิ์ศรีและความถูกต้อง ถ้าถูกรังแกพอทนได้แต่ถ้ารังแกด้วยระบบราชการถือว่าทำร้ายประเทศชาติ ผมจะได้รับการคุ้มครองหรือไม่ขึ้นอยู่กับ กพค. ผมเชื่อในกฎแห่งกรรมผมมีอายุราชการเหลือแค่ 3 ปี ผมคิดว่าจะได้เห็นผลของกฎแห่งกรรมนั้น“ นายถวิล กล่าว
นางผาณิต นิติทัณฑ์ประภาส ผู้ตรวจการแผ่นดิน กล่าวว่า คำสั่งโยกย้ายของข้าราชการเป็นคำสั่งปกครองที่สามารถอุทรณ์ให้เกิดความเป็นธรรม ครั้งที่อยู่สำนักงานข้าราชการพลเรือน (กพ.) ได้พยายามสร้างกฎกติกามารยาทในการบริหารงานคนเพื่อให้เกิดความเป็นธรรม ซึ่งพ.ได้ยืนหยัดว่าหากมีการโยกย้ายที่ไม่เป็นธรรมจะต้องชี้ออกมาให้เห็นว่าสิ่งเหล่านั้นมีเหตุมีผลอย่างไร ส่วนเรื่องที่ว่าจะไม่ตอบสนองนโยบายของรัฐบาลเป็นเรื่องที่เกิดขึ้นตามปกติเมื่อไม่สามารถดำเนินการตามที่ฝ่ายการเมืองต้องการซึ่งข้าราชการจะต้องยึดมั่นในหลักการที่สามารถอธิบายเหตุและผลได้
นายปรีชา วัชราภัย อดีตเลขาธิการกพ. กล่าวว่า เดิมการโยกย้ายไม่เคยมีปัญหามาช่วงหลังที่ต้องมีการออกระเบียบหรือกติกาขึ้นเพราะระยะหลังเริ่มมีการแต่งตั้งโยกย้ายที่ไม่เป็นธรรม จะเห็นว่าหลักการไม่ใช่ของไม่ดีแต่มีปัญหาในวิธีปิฎิบัติ แม้รัฐธรรมนูญได้กำหนดไม่ให้มีการก้าวก่ายของฝ่ายการเมืองแต่ในทางปฏิบัติมีการกระทำที่เกิดขึ้นเรื่อยๆ เราจึงควรใช้หลักการของรัฐธรรมนูญที่มีอยู่ในการต่อสู้เพื่อเรียกร้องความเป็นธรรม
"เราต้องทำให้เห็นว่าการแทรกแซงโดยการเมืองไม่ใช่สิ่งปกติเพราะไม่เช่นนั้นฝ่ายการเมืองจะรู้สึกว่าการทำเช่นนั้นเป็นเรื่องปกติ บางครั้งไม่จำเป็นที่ข้าราชการที่ถูกระทำจะต้องดำเนินการแต่ผู้ที่เห็นความไม่เป็นธรรมเกิดขึ้นสามารถช่วยกันเรียกร้องความเป็นธรรม สิ่งสำคัญตัวข้าราชการเองต้องใช้สิทธิในการเรียกร้องความเป็นธรรม นอกจากนี้ประชาชนสามารถแสดงสิทธิในฐานะประชาชนที่จะออกมาแสดงออกว่าสิ่งที่เกิดขึ้นเป็นความไม่ถูกต้องเพราะข้าราชการเป็นของประชาชน"นายปรีชากล่าว
ทั้งนี้ สำหรับการเสวนาเรื่องธรรมาภิบาลในการแต่งตั้งโยกย้าย จัดโดยคณะอนุกรรมาธิการเสริมสร้างธรรมาภิบาลในภาครัฐ ในคณะกรรมาธิการตรวจสอบเรื่องการทุจริตและเสริมสร้างธรรมาภิบาล วุฒิสภา







