
ปล่อยผีค่าอุปการคุณดันแป๊ะเจี๊ยะพุ่ง20%
“เดือดร้อนแน่ระวังให้ดี แป๊ะเจี๊ยะปีหน้าจะยิ่งเพิ่มสูงขึ้นแน่นอน เพราะปีที่แล้วถูกห้าม
“เดือดร้อนแน่ระวังให้ดี แป๊ะเจี๊ยะปีหน้าจะยิ่งเพิ่มสูงขึ้นแน่นอน เพราะปีที่แล้วถูกห้าม
โดย...ธเนศน์ นุ่นมัน
“เดือดร้อนแน่ระวังให้ดี แป๊ะเจี๊ยะปีหน้าจะยิ่งเพิ่มสูงขึ้นแน่นอน เพราะปีที่แล้วถูกห้าม และปีนี้เหมือนจะได้รับสัญญาณไฟเขียว จึงเชื่อมั่นว่าจะเพิ่มขึ้นอย่างน้อยก็ 20% และโรงเรียนดังๆ ที่เก็บกันสูงอยู่แล้วก็ยิ่งหนักขึ้น”
คำประเมินจาก สมพงษ์ จิตระดับ อาจารย์ประจำคณะครุศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย กล่าวเตือนบรรดาผู้ปกครองให้เตรียมรับมือกับ “แป๊ะเจี๊ยะ” หรือเงินกินเปล่าที่ผู้ปกครองจะต้องจ่ายแลกสิทธิเข้าเรียนโรงเรียนดังทั้งหลาย
ในช่วงเดือน เม.ย. และ พ.ค. ของทุกปี ผู้ปกครองที่มีบุตรหลานกำลังจะเข้าเรียนโรงเรียนแห่งใหม่ทั้งชั้นประถมและมัธยมต้องกุมขมับ เพราะใครๆ ก็อยากให้ลูกเข้าโรงเรียนที่ดีที่สุด ขณะที่โอกาสเข้าโรงเรียนดังที่มีความพร้อมในทุกๆ ด้าน และมีชื่อชั้นที่หมายตาของเด็กและผู้ปกครอง หวังเป็นหลักประกันสำหรับอนาคตของบุตรหลานกลับมีทางเลือกไม่มาก
ทางเลือกที่มีก็คือ หากบุตรหลานเรียนดีก็วัดกันได้จากการเข้าสังเวียนสอบชิงที่นั่ง หากอยู่ในพื้นที่ก็วัดดวงจับสลาก หรืออีกทางหนึ่งคือ “ช่องทางพิเศษ”
เรื่องนี้ผู้ปกครองหลายคนทำใจว่า หนีไม่พ้นที่ต้อง “วิ่งเต้น” หาเส้นสาย เพื่อเบียดแทรกเข้าไปเรียนโรงเรียนดัง หลายคนยอมควักกระเป๋า ทั้งจ่ายบนโต๊ะ มีใบเสร็จรับเงิน มีหลักฐานชัดเจน และส่งมอบกันใต้โต๊ะ ไร้ใบเสร็จเป็นหลักประกัน
“เรื่องนี้เป็นปัญหาเรื้อรังที่ตอกย้ำเรื่องความแตกต่างด้านคุณภาพการศึกษา โอกาสเป็นสิ่งที่ซื้อขายกันได้ คนรวยมีสิทธิเลือกก่อน แม้รัฐบาลบอกปัดว่า เป็นแนวคิดเปิดช่องให้โรงเรียนระดมทรัพยากร ไม่ใช่แป๊ะเจี๊ยะ” สมพงษ์ ระบุ
นอกจากนี้ สมพงษ์ ยังกล่าวด้วยว่า ทั้งสองคำแตกต่างกันอย่างสิ้นเชิง รัฐบาลต้องชี้แจงรายละเอียดให้ชัดเจนว่ามีรายละเอียดอย่างไร โดยเฉพาะเรื่องแนวทางจัดการบริหาร ไม่เช่นนั้นเรื่องนี้จะยิ่งซ้ำเติมโรงเรียนที่แย่อยู่แล้วก็ยิ่งแย่เข้าไปอีก เพราะงบประมาณที่รวบรวมมาจากโรงเรียนดังอาจไปไม่ถึงโรงเรียนเล็กๆ ตามที่ตั้งใจ
“ส่วนโรงเรียนดังไม่ต้องพูดถึง เขามีช่องทาง ไม่เดือดร้อนเรื่องเงินอยู่แล้ว และถ้าไม่ชัดในเรื่องนี้ปัญหาเรื่องความเหลื่อมล้ำก็วนกลับมาที่เดิม เปลี่ยนไปแค่เม็ดเงินแลกกับการเข้าโรงเรียนดัง” อาจารย์จุฬาฯ ระบุ
“ปีก่อนๆ ได้ยินว่า ค่าแป๊ะเจี๊ยะสูงสุดอยู่ที่ 3 ล้านบาท เป็นอัตราที่ขยับทุกปี ขึ้นอยู่กับหลายปัจจัย เช่น บางคนคะแนนสอบทำได้น้อยก็ต้องจ่ายหนักหน่อย ขณะที่บางโรงเรียนมีวิธีการจะจ่ายดื้อๆ เลยไม่ได้ มีระบบจ่ายล่วงหน้าในรูปของการบริจาคในนามของผู้อุปถัมภ์เพื่อโควตาพิเศษสำหรับที่ผู้มีอุปการคุณ ต้องมียอดหลักล้าน”
“หรือในรูปของเงินบริจาคมีผลต่อการพิจารณาคะแนนตอนสอบ โดยระดมเงินผ่านกิจกรรมการกุศลของโรงเรียน” ผู้ปกครองนักเรียนรายหนึ่ง ระบุ
สำหรับบางโรงเรียนการจ่ายเงินเพื่อแลกที่นั่งให้บุตรหลาน ไม่ใช่สิ่งที่ใครก็ทำได้ จำเป็นจะต้องมีเส้นสายตามศักยภาพหรือฐานะทางสังคมของพ่อแม่และเส้นสายที่วิ่งเต้นอีกด้วย
ขณะที่ อำนวย สุนทรโชติ ประธานชมรมค่านิยมเพื่อสร้างชาติ หนึ่งในกรรมการติดตามและตรวจสอบการรับนักเรียนของรัฐบาลชุดก่อน เล่าว่า เรื่องแป๊ะเจี๊ยะเป็นสิ่งที่ยอบรับว่า ไม่ว่าจะพยายามเท่าไร ระบบนี้ก็ยังมีอยู่ในการศึกษาไทย
“ปีที่ผ่านมาแม้แทบจะไม่พบ แต่ก็เชื่อว่ารูปแบบก็แยบยลขึ้น เพราะพอมีการห้ามพวกเขาก็เปลี่ยนรูปแบบ ไปหาช่องทางใหม่ๆ เช่น เรื่องช่วยโกงคะแนนสอบเข้าบ้าง ปลอมคะแนนบ้าง เรื่องนี้เป็นปัญหาที่จะกระทบทั้งโครงสร้าง รัฐบาลชุดนี้น่าจะเข้ามาอุดช่องโหว่ ไม่ใช่หาวิธีเปิดช่องให้เกิดขึ้นในรูปของการระดมทุนของสถานศึกษา”
“จะอย่างไรก็ตาม หากมีผลผูกพันกับการเข้าเรียนก็คือ แป๊ะเจี๊ยะที่เปลี่ยนชื่อเรียกจะบอกว่าทำให้ถูกต้องแล้วหมดไปก็คงไม่ใช่ เพราะแม้แต่หวยใต้ดินมาอยู่บนดินใต้ดินก็ยังมีอยู่” อำนวย กล่าว
นอกจากนี้ อำนวย ทิ้งท้ายด้วยว่า ด้วยว่าเม็ดเงินของแป๊ะเจี๊ยะที่สูงขึ้นนั่นเองที่จะดึงดูดให้หลายคนหาช่องเดินหน้าเรื่องนี้ ซึ่งจะเป็นปัญหาที่ถ่างช่องว่างด้านความเหลื่อมล้ำทางการศึกษาให้ยิ่งห่างออกไป โดยมีเด็กเป็นผู้รับกรรม







