
15เขื่อนใหญ่ใกล้ล้น กรมชลฯภาวนาฝนอย่าเพิ่ม
เตือนภัยล่าสุดของกรมอุตุนิยมวิทยา เรื่อง ฝนตกหนักถึงหนักมากทั่วทุกภาคของประเทศ
เตือนภัยล่าสุดของกรมอุตุนิยมวิทยา เรื่อง ฝนตกหนักถึงหนักมากทั่วทุกภาคของประเทศ
ซึ่งจะส่งผลให้ปริมาณน้ำท่วมในพื้นที่ราบลุ่มริมน้ำบริเวณภาคกลาง รวมทั้งกรุงเทพมหานครและปริมณฑล และภาคตะวันออก เพิ่มสูงขึ้นในระยะ1-2 วันนี้
ประกอบกับข้อมูลของศูนย์ประมวลวิเคราะห์สถานการณ์น้ำ กรมชลประทาน ซึ่งระบุว่า เขื่อนใหญ่ 15 แห่งทั่วประเทศมีปริมาณน้ำมากกว่า 80% จึงทำให้ปริมาณฝนเป็นปัจจัยสำคัญต่อภาวะน้ำท่วมที่เกิดขึ้น
วีระ วงศ์แสงนาค รองอธิบดีกรมชลประทาน เปิดเผยว่า ต้องจับตาตัวแปรที่สำคัญคือ สภาพฝนว่าจะเป็นอย่างไร โดยเฉพาะในพื้นที่เหนือเขื่อนที่มีปริมาณน้ำมากอยู่แล้ว ซึ่งได้แต่ภาวนาว่าอย่าให้มีฝนตกลงมามากกว่านี้อีกเลย เพราะน้ำในระบบเต็มพิกัดแล้วจริงๆ
ทั้งนี้ ระดับน้ำในเขื่อนต่างๆ อาทิ เขื่อนภูมิพล 83% เขื่อนสิริกิติ์ 95% เขื่อนป่าสักชลสิทธิ์ ปริมาณน้ำเพิ่มขึ้นเพียงวันเดียวน้ำเพิ่มขึ้นถึง 8% โดยขณะนี้มีน้ำอยู่ถึง 78%
ศรีสมบัติ พรประสิทธิ์ รองอธิบดีกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) สรุปสถานการณ์ว่า ยังคงมีสถานการณ์อุทกภัยใน 16 จังหวัด 82 อำเภอ 539 ตำบล 2,949 หมู่บ้าน มีราษฎรได้รับความเดือดร้อน 217,189 ครัวเรือน 570,142 คน พื้นที่การเกษตร คาดว่าเสียหาย 3,681,912 ไร่
ศรีสมบัติ กล่าวอีกว่า สถานการณ์น้ำล้นตลิ่งในลุ่มน้ำต่างๆ มีแนวโน้มเพิ่มสูงขึ้น ได้แก่ ลุ่มน้ำยม ที่ จ.พิษณุโลก และ จ.พิจิตร ลุ่มน้ำน่าน จ.พิจิตร และ จ.นครสวรรค์ และลุ่มน้ำป่าสัก ที่ จ.เพชรบูรณ์ ชายฝั่งตะวันออก ที่ จ.สระแก้ว จันทบุรี และตราด
พื้นที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือบริเวณลุ่มน้ำชี ที่ จ.ยโสธร ลุ่มน้ำมูล ที่ จ.นครราชสีมา อุบลราชธานี ร้อยเอ็ด และศรีสะเกษ ขณะที่ลุ่มน้ำในพื้นที่ภาคใต้ ที่ จ.สตูล และจ.ตรัง
ด้านสถานการณ์น้ำท่วม ระดับน้ำในแม่น้ำเจ้าพระยาที่เพิ่มสูงขึ้นอย่างรวดเร็ว ทำให้น้ำทะลักคันกั้นน้ำเข้าคลองรังสิตประยูรศักดิ์ เข้าท่วมบ้านเรือนประชาชนใน ต.บางพูน อ.เมือง และ อ.สามโคก จ.ปทุมธานี นอกจากนี้ ยังท่วมเส้นทางไป อ.ปากเกร็ด ตลอดเส้นทาง ส่งผลทำให้การจราจรติดขัดเมื่อช่วงเช้าวันที่ 12 ก.ย.
ขณะที่ จ.นนทบุรี ได้เตรียมรับมือมวลน้ำจากภาคเหนือในแม่น้ำเจ้าพระยาด้วยการวางแนวกระสอบทรายเป็นคันกั้นน้ำ เนื่องจากมีฝนตกทำให้น้ำในแม่น้ำเจ้าพระยามีระดับสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง
อาภากร สนิกะวาที ปฏิบัติราชการแทนผู้อำนวยการโครงการชลประทานนนทบุรี กล่าวว่า ปริมาณน้ำที่ไหลผ่านเขื่อนเจ้าพระยาในวันที่ 13 ก.ย. มีปริมาณ 3,013 ลบ.ม.ต่อวินาที และจะเพิ่มขึ้นต่อเนื่องจนถึงสัปดาห์หน้า
ด้าน จ.ตาก ฝนตกหนัก 3 วันติดต่อกัน ทำให้ดินถล่มปิดถนนเส้นทางเข้าสู่ อ.อุ้มผาง รถสัญจรผ่านไปมาไม่ได้ แขวงการทางตากที่ 2 ต้องนำเครื่องจักรเข้าเปิดทาง ขณะเดียวกันก็เกิดภาวะน้ำท่วมในเขตเทศบาลนครแม่สอด
ขณะเดียวกันภาวะฝนตกหนักและน้ำทะเลหนุนสูงส่งผลให้เกิดน้ำท่วมในพื้นที่ 7 อำเภอของ จ.สตูล โดยเฉพาะเขตเทศบาลเมืองสตูล ทำให้การสัญจรไปมาติดขัดอย่างมาก
สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ สภานายิกาสภากาชาดไทย ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้ท่านผู้หญิงฉัตรแก้ว นันทาภิวัฒน์ นางสนองพระโอษฐ์ เป็นผู้แทนพระองค์ นำเงินพระราชทาน จำนวน 5 แสนบาท มอบให้กับสภากาชาดไทย นำไปช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัย และอีก 5 แสนบาท นำไปช่วยเหลือพระภิกษุสงฆ์อาพาธที่โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์
ทั้งนี้ สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้เลขาธิการสภากาชาดไทย นำชุดธารน้ำใจสภากาชาดไทยพระราชทาน ช่วยเหลือราษฎร 19 จังหวัด รวมมูลค่ากว่า 35 ล้านบาท







