
ตั้ง3ปมเคลียร์อภัยโทษแม้วมาร์คชี้รื้อที่รัชดาตอกย้ำผิด
คณะทำงานกลั่นกรองและตรวจสอบข้อเท็จจริง
คณะทำงานกลั่นกรองและตรวจสอบข้อเท็จจริง
กรณีมีคณะบุคคลทูลเกล้าฯ ถวายฎีกา ตั้ง 3 ประเด็นก่อนชี้ขาด ยื่นขออภัยโทษ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร
“กรอบอำนาจหน้าที่ 3 ประเด็น คือ 1.ผู้ที่ยื่นรายชื่อถวายฎีกาอยู่ในฐานะยื่นถูกต้องตามกฎหมายหรือไม่ 2.วิธีการยื่นและสถานที่ขอพระราชทานอภัยโทษถูกต้องหรือไม่ และ 3.พิจารณาในข้อกฎหมายว่าผู้ขออภัยโทษจะต้องรับโทษก่อนหรือไม่” นายธงทอง จันทรางศุ เลขาธิการสภาการศึกษา ในฐานะคณะทำงานฯ กล่าวหลังประชุมคณะทำงานฯ
นายธงทอง ยืนยันอีกว่า “จะทำงานอย่างรอบคอบโดยไม่มีฝ่ายการเมืองเข้ามาแทรกแซง ซึ่งคณะทำงานไม่ได้กำหนดกรอบระยะเวลาทำงานว่าจะเสร็จสิ้นเมื่อใด” นายธงทอง กล่าว
ขณะที่ความคืบหน้าในการรื้อฟื้นคดีที่ดินรัชดาฯ นั้น ล่าสุด ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง รองนายกรัฐมนตรี ยังคงยืนยันว่า พ.ต.ท.ทักษิณ สามารถขอรื้อคดีได้ เพราะศาลแพ่งได้ตัดสินว่าสัญญาซื้อขายที่คุณหญิงพจมาน ภริยาของ พ.ต.ท.ทักษิณ ขณะนั้น ทำสัญญาซื้อขายกับกองทุนฟื้นฟูฯ เป็นโมฆะตั้งแต่ต้น ทุกอย่างจึงไม่เกิดขึ้น ก็กลับมาที่เดิม
ขณะเดียวกัน ในขณะที่ศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองตัดสินข้อเท็จจริงนี้ มันยังไม่มีศาลฎีกาฯ จึงพิจารณาเฉพาะกฎหมายประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยเจ้าหน้าที่รัฐและเมื่อมีการตัดสินว่าสัญญาเป็นโมฆะตั้งแต่ต้น ก็ถือว่าไม่มีอะไร และ พ.ร.บ.การรื้อฟื้นคดีอาญาขึ้นมาพิจารณาใหม่ พ.ศ. 2526 ระบุว่า ผู้ที่ได้รับผลกระทบสามารถรื้อฟื้นคดีอาญาได้ แต่ก็อยู่ที่ดุลยพินิจของศาล ไม่ใช่เรื่องของฝ่ายค้านหรือรัฐบาล
นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า ศาลตัดสินคดีที่ดินรัชดาฯ ไปแล้ว พ.ต.ท.ทักษิณ ก็มีความผิดทางอาญา เมื่อมีความผิดในคดีอาญาเกี่ยวข้องกับการทำสัญญาระหว่างหน่วยงานกับคุณหญิงพจมาน อดีตภริยา พ.ต.ท.ทักษิณ ซึ่งศาลแพ่งบอกว่าการทำสัญญาซื้อที่ดินรัชดาไม่ชอบด้วยกฎหมาย จึงเพิกถอนการซื้อขายที่ดินดังกล่าว แต่จะอ้างว่าเพิกถอนแล้วความผิดทางอาญาไม่เกิด คงไม่ได้
“ดังนั้นจึงไม่เห็นประเด็นที่จะมารื้อคดีได้ และการที่ศาลแพ่งพิพากษาดังกล่าวยิ่งเป็นการย้ำว่ากระบวนการไม่ชอบด้วยกฎหมาย และต้องดำเนินคดีอาญาไปตามนั้น” นายอภิสิทธิ์ กล่าว
นายเจษฎา อนุจารี อุปนายกฝ่ายนโยบายและแผนงาน สภาทนายความ กล่าวว่า ตามกฎหมายก็มีสิทธิยื่นคำร้องขอรื้อฟื้นคดีได้ แต่ก็มีโอกาสน้อยมากที่จะได้รื้อฟื้น เพราะต้องพิสูจน์ให้ชัดว่ามีพยานหลักฐานใหม่ และผลคดีแพ่งดังกล่าวเป็นการพิจารณาต่อเนื่องจากคดีอาญาที่มีผลคำพิพากษาถึงที่สุดแล้ว หากจะมีการยื่นคำร้องจริง ยังต้องรอใช้เวลาพิสูจน์พยานหลักฐานที่หยิบขึ้นมาอ้างว่าเป็นหลักฐานใหม่จริง







