posttoday
ม.เกษตรวิจัยแบบจำลองน้ำท่วม-ดินถล่มชงรัฐ

ม.เกษตรวิจัยแบบจำลองน้ำท่วม-ดินถล่มชงรัฐ

09 กันยายน 2554

ม.เกษตร วิจัยแบบจำลองน้ำท่วม-ดินถล่ม บูรณาการข้อมูล 8 หน่วยงาน ชงรัฐบาลปูแก้วิกฤตภัยธรรมชาติ

ม.เกษตร วิจัยแบบจำลองน้ำท่วม-ดินถล่ม บูรณาการข้อมูล 8 หน่วยงาน ชงรัฐบาลปูแก้วิกฤตภัยธรรมชาติ

นายเจษฎา แก้วกัลยา ผู้ทรงคุณวุฒิคณะกรรมการทรัพยากรน้ำแห่งชาติ และที่ปรึกษาโครงการวิจัยเพื่อแก้ไขปัญหาน้ำท่วมดินถล่มของมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ (มก.) เปิดเผยว่า ปัญหาอุทกภัยในประเทศไทยมีแนวโน้มความรุนแรงสูงขึ้น มก.จึงได้ร่วมมือกับ 8 หน่วยงานหลักในการทำวิจัยโครงการบูรณาการข้อมูลอุตุ-อุทกวิทยาในลุ่มน้ำชี-มูล เพื่อจัดทำระบบช่วยตัดสินใจในการบริหารจัดการวิกฤตน้ำท่วมลินถล่ม และโครงการศึกษาบทเรียนจากเหตุการณ์น้ำท่วมและมาตรการแก้ปัญหาน้ำท่วม กรณีศึกษา จ.ลพบุรี และ จ.นครราชสีมา โดยจะนำผลวิจัยจากทั้ง 2 โครงการ เสนอเป็นแนวทางให้กับรัฐบาลต่อไป

นายเจษฎา กล่าวว่า โครงการวิจัยของ มก. ถือเป็นหนึ่งในกรอบยุทธศาสตร์ป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย 2P และ 2R ตามที่รัฐบาลประกาศ โดยอยู่ในขั้นเตรียมความพร้อมก่อนเกิดเหตุ (Preparedness) ซึ่งสถานการณ์ของประเทศขณะนี้ถือว่ามีความรุนแรงสูงสุดระดับ 4 ที่นายกรัฐมนตรีจะต้องเป็นผู้บัญชาการเหตุการณ์ด้วยตัวเอง ซึ่งข้อมูลจากงานวิจัยจะมีส่วนสำคัญที่ช่วยในการตัดสินใจได้

“ยืนยันว่าหากคณะอาจารย์ได้ทำการวิจัยเสร็จสิ้นแล้ว ผลงานทั้งหมดจะไม่ถูกขึ้นหิ้งอย่างแน่นอน เพราะองค์ความรู้ต่างๆ จะถูกถ่ายทอดไปยังตัวแทนเจ้าหน้าที่จากหน่วยงานสำคัญต่างๆ ที่รับผิดชอบดูแลปัญหาน้ำท่วม 8 หน่วยงาน ฉะนั้นความรู้ที่ได้มาจะไม่สูญเปล่า” นายเจษฎา กล่าว

นายวุฒิชัย กปิลกาญจน์ อธิการบดี มก. กล่าวว่า ปัจจุบันปัญหาอุทกภัยมีความรุนแรงยิ่งขึ้น และคาดว่าจะขยายไปยังหลายพื้นที่มากขึ้นเรื่อยๆ หน่วยงานที่เกี่ยวข้องจำเป็นต้องบูรณาการข้อมูลร่วมกัน ซึ่งปัญหาหลายอย่างที่เกิดขึ้นในประเทศเป็นเพราะมีเจ้าภาพมากเกินไปหรือบางครั้งไม่มีเลย

ด้านนายจิระวัฒน์ กณสุต อาจารย์ภาควิชาวิศวกรรมทรัพยากรน้ำ คณะวิศวกรรมศาสตร์ มก. หัวหน้าโครงการวิจัยการบูรณาการข้อมูลฯ กล่าวว่า สภาพปัญหาบริเวณลุ่มน้ำชีและลุ่มน้ำมูล มักประสบปัญหาน้ำท่วมต่อเนื่องทุกปี โดยเฉพาะ จ.นครราชสีมา ชัยภูมิ และอุบลราชธานี ซึ่งเสี่ยงต่อการเกิดดินถล่ม ดังนั้นจึงจำเป็นต้องมีระบบคาดการณ์พื้นที่อ่อนไหวที่ครอบคลุมทั้ง 16 จังหวัดในลุ่มน้ำชี-มูล เพื่อแจ้งเตือนภัยล่วงหน้าได้ทันต่อสถานการณ์

นายจิระวัฒน์ กล่าวว่า คณะนักวิจัยได้ศึกษาแนวทางการบูรณาการข้อมูลภาพถ่ายดาวเทียม เรดาร์ตรวจวัดสภาพอากาศและปริมาณน้ำฝน ร่วมกับการตรวจวัดน้ำด้วยระบบโทรมาตรของกรมอุตุนิยมวิทยา กรมชลประทาน กรมทรัพยากรน้ำ การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย โดย มก.จะเป็นศูนย์กลางในการประสานข้อมูล ซึ่งจะทำให้ได้ข้อมูลสำคัญที่ช่วยในการตัดสินใจบริหารจัดการวิกฤต

ขณะที่นายชัยวัฒน์ ขยันการนาวี อาจารย์ภาควิชาวิศวกรรมทรัพยากรน้ำ คณะวิศวกรรมศาสตร์ มก. หัวหน้าโครงการวิจัยศึกษาบทเรียนจากเหตุการณ์น้ำท่วม กล่าวว่า พื้นที่เป้าหมายในการวิจัยครั้งนี้คือ จ.นครราชสีมา และ จ.ลพบุรี โดยมีจุดประสงค์ให้ชุมชนมีส่วนร่วมในการสะท้อนปัญหาเพื่อจัดทำเป็นข้อเสนอในการป้องกันและแก้ไขปัญหาน้ำท่วมต่อไป

นายชัยวัฒน์ กล่าวว่า ผลการศึกษาเบื้องต้นพบว่า สาเหตุสำคัญของปัญหาน้ำท่วม จ.นครราชสีมา และจ.ลพบุรี คือ สภาพป่าเสื่อมโทรม ลักษณะการใช้ประโยชน์จากที่ดินเปลี่ยนแปลงไป อีกทั้งท่อลอดระบายน้ำมีขนาดเล็กหรือไม่สามารถระบายไปยังพื้นที่ที่เหมาะสมได้ บางครั้งยังทำให้เกิดปัญหาความขัดแย้งระหว่างชาวบ้านด้วยกันเอง

“ในอนาคตสำนักผังเมืองควรมีการกำหนดระยะถอยร่นระหว่างสิ่งก่อสร้างที่ติดกับแม่น้ำ ห้วย คลอง ให้ชัดเจนมากขึ้น เพื่อไม่ให้เกิดการกีดขวางทางน้ำ” นายชัยวัฒน์ กล่าว

ทั้งนี้ โครงการวิจัยทั้ง 2 โครงการมีกรอบระยะเวลาศึกษา 1-2 ปี โดย มก.ได้รับการสนับสนุนจากสำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย (สกว.)

ข่าวล่าสุด

ปภ. รายงานน้ำท่วมใน 20 จังหวัด- กทม.  เร่งช่วยเหลือฟื้นฟูพื้นที่

ปภ. รายงานน้ำท่วมใน 20 จังหวัด- กทม. เร่งช่วยเหลือฟื้นฟูพื้นที่