
จัดแถวแบงก์รัฐไม่หมูธปท.ชี้ต้องใช้งบเพียบ
ธปท.ชี้จัดระเบียบธนาคารรัฐไม่หมู
ธปท.ชี้จัดระเบียบธนาคารรัฐไม่หมู สร้างมาตรฐานใกล้เคียงกับธนาคารพาณิชย์ต้องใช้งบประมาณก้อนโต
แหล่งข่าวจากธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) เปิดเผยว่า การที่นายธีระชัย ภูวนาถนรานุบาล รมว.คลัง มีนโยบายจะปรับปรุงมาตรฐานและแนวทางการทำงานของสถาบันการเงินเฉพาะกิจของรัฐถือเป็นเรื่องที่ดี แต่จะมีผลต่อภาระงบประมาณจำนวนมาก เฉพาะการกันสำรองหนี้เสียและเรื่องมาตรฐานของเงินกองทุนก็จำนวนมหาศาล ทำให้ที่ผ่านมารัฐบาลไม่อยากทำในเรื่องนี้
แหล่งข่าวชี้แจงว่า ที่ผ่านมาธนาคารรัฐใช้กฎเกณฑ์การดำเนินงานแตกต่างจากธนาคารพาณิชย์มาก ไม่ว่าจะเป็นหลักเกณฑ์ในเรื่องการไม่ต้องกันสำรองหนี้เสียเหมือนธนาคารพาณิชย์ ไม่ต้องตั้งเงินกองทุนต่อสินทรัพย์เสี่ยง(บีไอเอส) ขั้นต่ำไว้ 8.5% ไม่ต้องเสียภาษี ทำให้มีต้นทุนที่ต่ำกว่า แต่ถ้ามองในแง่ความเสี่ยง จะพบว่าการทำงานนอกเหนือภารกิจซึ่งมักจะยึดแนวการทำงานตามนโยบายการประเมินผลงานหรือเคพีไอ ของกระทรวงการคลังแล้วถือว่ามีความเสี่ยงสูงที่จะเกิดหนี้สูญเช่นกัน
“เข้าใจว่าแนวคิดที่ต้องการให้ธนาคารรัฐไม่ควรไปแข่งกับธนาคารพาริชย์เอกชน ไม่ควรไปทำข้ามภาระกิจ ทำนอกเหนือภาระกิจ และควรปฏิบัติตามเกณฑ์ของธปท.ของ รมว.คลังนั้น น่าจะมีแนวคิดนี้มานานแล้ว ตั้งแต่สมัยที่เคยทำงานอยู่ธปท. เพราะเคยพูดมานานแล้ว ว่าธนาคารรัฐไม่ค่อยปฏิบัติตามที่ผู้ตรวจธปท.บอก แต่อันนี้ก็ต้องเข้าใจ เพราะธนาคารรัฐจะกำกับโดยคลัง ส่วนธปท.จะกำกับธนาคารพาณิชย์ แต่ธปท.จะเข้าไปช่วยคลังตรวจเท่านั้น ฉะนั้น ผลการตรวจธนาคารรัฐจะทำตามหรือไม่ ขึ้นอยู่กับนโยบายของคลัง ถ้ารมว.คลังจะปรับปรุงเกณฑ์เหล่านี้จริง ต้องถือว่ากล้ามาก เพราะต้องใช้งบประมาณจำนวนมาก เอาแค่ตั้งสำรองหนี้เสียและเงินกองทุน ถ้าทำกันจริงๆก็ใส่ทุนเข้าไปมหาศาลพอสมควร เนภาระงบประมาณอีก ที่ผ่านมาที่รัฐบาลไม่อยากทำเรื่องนี้ก็เพราะเป็นภาระต่องบประมาณจำนวนมากนี้หละ แต่ถ้าทำได้ก็เป็นเรื่องดี” แหล่งข่าวธปท.กล่าว
แหล่งข่าว ธปท. เปิดเผยว่า หากพิจารณาเรื่องเงินกองทุนและผลการขาดทุน หากนำมาตรฐานการกำกับแบบเอกชนมาใช้ ธนาคารรัฐหลายแห่งคงมีปัญหา เช่น ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) ที่ขาดทุนจากโครงการรัฐบาลจำนวนมาก แม้ว่ารัฐบาลจะตั้งงบชดเชยแต่ก็ยังไม่ได้เงินจริง ต้องไปกู้เงินมาหมุนทำงานให้ธนาคารมีสภาพคล่องพอที่จะดำเนินการไปได้เท่านั้น สภาวะนี้ไม่ต่างจากธนาคารรัฐอื่นๆ







