posttoday
ซื้อรถคืนแสน

ซื้อรถคืนแสน

09 กันยายน 2554

รมช.คลังเสนอให้ครม.อนุมัติอังคารหน้าจ่ายเงินคืนที่กรมสรรพสามิต

รมช.คลังเสนอให้ครม.อนุมัติอังคารหน้าจ่ายเงินคืนที่กรมสรรพสามิต

คลังเสนอคืนภาษีรถ 1 แสนบาท ให้ ครม.อนุมัติอังคารนี้ ลุ้นรับรวดเดียว-ทยอยรับใน 3 ปี

นายบุญทรง เตริยาภิรมย์ รมช.คลัง เปิดเผยว่า กระทรวงการคลังจะนำเสนอมาตรการคืนภาษีรถยนต์คันแรก 1 แสนบาท โดยไม่จำกัดประเภทรถยนต์ แต่ราคารถที่จะซื้อต้องไม่เกิน 1 ล้านบาท ให้คณะรัฐมนตรี (ครม.) พิจารณาอนุมัติในวันอังคารหน้านี้แน่นอน

รมช.คลัง กล่าวว่า รูปแบบการหักคืนภาษีแก่ผู้ซื้อรถนั้น คาดว่าจะตั้งเป็นเงินงบประมาณมาจ่ายคืนให้กับผู้ซื้อรถ โดยจะให้ไปรับภาษีคืนได้ที่กรมสรรพสามิต

ซื้อรถคืนแสน

ทั้งนี้ กรมสรรพ สามิตประเมินว่า จะต้องใช้เงินงบประมาณปีละ 5,000-6,000 ล้านบาท โดยเทียบเคียงกับรายได้จากการเก็บภาษีสรรพสามิตรถยนต์ในแต่ละปี

นายบุญทรง กล่าวว่า ขณะนี้อยู่ระหว่างการพิจารณาในรายละเอียดว่า จะจ่ายคืนครั้งเดียวทั้งก้อนหรือจะทยอยจ่ายคืนภายใน 3 ปี แต่ให้ครอบครองรถเป็นเวลา 5 ปี เหมือนกับการซื้อกองทุนอาร์เอ็มเอฟและกองทุนแอลทีเอฟ

รมช.คลัง กล่าวว่า ก่อนหน้านี้มีการพิจารณาการจ่ายคืนภาษีให้ผู้ซื้อหลายรูปแบบ ไม่ว่าจะให้หักคืนจากภาษีสรรพากร แต่ไม่สามารถทำได้เพราะกฎหมายไม่อนุญาตให้ทำได้

นอกจากนี้ ยังมีข้อเสนอให้คืนภาษี ณ ราคาหน้าโรงงาน โดยเมื่อมีการสั่งซื้อมาที่ดีลเลอร์ ดีลเลอร์จะยื่นเอกสารขอสั่งซื้อให้กับโรงงานผลิตรถยนต์ และส่งไปยังกรมการขนส่งทางบก เพื่อตรวจสอบว่าผู้สั่งซื้อเป็นเจ้าของรถคันแรกจริง และแจ้งมาทางกรมสรรพสามิตเพื่อทำเรื่องขอยกเว้นภาษีไม่เกิน 1 แสนบาท ให้ที่หน้าโรงงานทันที

วิธีการนี้ยังมีข้อกังวลว่าเงื่อนไขสำหรับผู้ที่ได้สิทธิต้องถือครองเป็นระยะเวลา 5 ปีนั้น จะตรวจสอบอย่างไร เพราะไม่มีระบบป้องกันตรวจสอบการรั่วไหลไว้รองรับ อาจเกิดการโอนลอยขึ้นได้

แหล่งข่าวจากวงการรถยนต์ เปิดเผยว่า ค่ายรถยนต์ได้หารือกับกระทรวงการคลังในเรื่องของขั้นตอนการคืนเงินภาษี โดยในเบื้องต้นเสนอว่าให้กรมสรรพสามิตเป็นผู้คืนเงินภาษี โดยคิดจากราคาหน้าโรงงานในอัตราตามการเก็บภาษีสรรพสามิต แต่เก็บสูงสุดไม่เกิน 1 แสนบาท

อย่างไรก็ตาม แนวคิดนี้ยังติดปัญหาที่สรรพสามิต ไม่สามารถตรวจสอบการถือครองรถยนต์ได้ว่า ผู้ซื้อทำตามเกณฑ์หรือไม่ และจะส่งคืนเงินภาษีกลับให้กับประชาชนได้อย่างไร

นอกจากนี้ ยังมีการเสนอให้กรมสรรพากรเข้ามาช่วยปรับเกณฑ์ให้ผู้ซื้อรถต้องเป็นผู้ที่เสียภาษีให้กับกรมสรรพากรเท่านั้น แต่ก็ถูกติงว่าฐานรายชื่อประชากรที่อยู่กับกรมสรรพากรมีเพียง 6 ล้านราย และมีผู้ที่เสียภาษีจริงเพียง 2 ล้านรายเท่านั้น ทำให้โครงการนี้ไม่ส่งผลดีต่อผู้บริโภคในวงกว้าง และยังไม่มีการสรุปเกณฑ์การคืนเงินที่ชัดเจน

“ตอนนี้ยังไม่มีความชัดเจนและข้อสรุปในแผนงานดังกล่าว ซึ่งการโยกย้ายอธิบดีกรมสรรพสามิตก็ทำให้ค่ายรถต้องเลื่อนการเข้าพบ รมช.คลังไปก่อน อย่างไรก็ตาม อยากให้รัฐบาลเดินหน้าหาข้อสรุปในประเด็นปัญหาทั้งหมดให้เร็วที่สุด เนื่องจากหวั่นว่าลูกค้าอาจจะชะลอการซื้อรถยนต์ลงไปได้ในช่วงนี้” แหล่งข่าวกล่าว

 

ข่าวล่าสุด

“ศุภณัฐ” แฉงบเยียวยาน้ำท่วม 5,290 ล้านใกล้หมด แต่ประชาชนอีก 1.7 ล้านรายยังไม่ได้เงิน

“ศุภณัฐ” แฉงบเยียวยาน้ำท่วม 5,290 ล้านใกล้หมด แต่ประชาชนอีก 1.7 ล้านรายยังไม่ได้เงิน