
ปชป. แฉพิรุธกลุ่มทุนประสานล้มกสทช.
ปชป. แฉ ดีเอสไอ รับ คดีกสทช. ไม่ชอบมาพากล มีความพยายามล้ม กสทช. ชี้นายกฯต้องนำชื่อขึ้นทูลเกล้าฯ
ปชป. แฉ ดีเอสไอ รับ คดีกสทช. ไม่ชอบมาพากล มีความพยายามล้ม กสทช. ชี้นายกฯต้องนำชื่อขึ้นทูลเกล้าฯ
นายสาทิตย์ วงศ์หนองเตย สส.ตรัง พรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) กล่าวว่า มีความไม่ชอบมาพากลในการที่กรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) รับเรื่องการสรรหากรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ(กสทช.) ไม่โปร่งใสเอาไว้พิจารณาเป็นคดีพิเศษ เพราะคนที่เริ่มต้นร้องเรื่องนี้ คือนายพิชา วิจิตรศิลป์ ซึ่งเคยเรียกร้องให้ พล.อ.เปรม ติณสูลานนท์ และ พล.อ.สุรยุทธ์ จุลานนท์ ลาออกจากตำแหน่ง องคมนตรีมาแล้ว นอกจากนี้ จากการที่นายพิชายื่นเรื่องเมื่อวันที่ 27 ก.ค. ใช้เวลาเพียงแค่ไม่กี่วัน ดีเอสไอ กลับพิจารณารับเป็นคดีพิเศษ นำมาสู่การพิจารณาใน 7 ประเด็น ซึ่งในบางประเด็น ศาลปกครองเคยพิจาณาแล้วว่า กระบวนการสรรหาเป็นไปโดยชอบ
นอกจากนี้ ยังมีการตั้งธงชัด จาก ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง รองนายกฯ ว่าจะมีการชะลอการทูลเกล้าฯรายชื่อ กสทช. ออกไป เป็นความพยายาม จะทำให้เกิดความล่าช้าและหวังที่จะล้มกระบวนการสรรหา ทั้งที่ขั้นตอน และการดำเนินการเป็นไปตามขั้นทุกอย่างเหลือเพียงนำขึ้นทูลเกล้าเท่านั้น และตามขั้นตอนนายกฯ ไม่สามารถทัดทานได้ เพราะแม้จะมีข้อยกเว้นไม่นำเรื่องทูลเกล้าฯ ในมาตรา 18 พ.ร.บ. กสทช. แต่ก็เป็นเรื่องที่เกิดความไม่ถูกต้องในคุณสมบัติ ส่วนบุคคลไม่เกี่ยวข้องกับกระบวนการสรรหา ดังนั้นหากไม่นำขึ้นทูล อาจเสี่ยงต่อการละเว้นการปฏิบัติหน้าที่
นายสาทิตย์ กล่าวว่า หากไม่ทูลเกล้าฯก็จะนำไปสู่ความเสียหาย ไม่มีกสทช. เหมือน 10 ปีที่แล้ว ที่จะโยงไปถึงเรื่องการอนุมัติการดำเนินการในระบบ 3 จี และ การตรวจสอบให้ใบอนุญาตวิทยุชุมชน เคเบิล ทีวีดาวเทียม ซึ่งมีการการตั้งข้อสังเกตว่า การจะชะลอการทูลเกล้าฯ ครั้งนี้ออกไป มีผลประโยชน์อะไรจากกลุ่มทุนที่เข้ามาเคลื่อนไหวผ่านกลุ่มการเมืองหรือไม่ ซึ่งพรรคฝ่ายค้านจะได้ตามติดเรื่องนี้ต่อไป







