posttoday
สภาการนสพ.โต้มติชนไร้การเมืองแทรก

สภาการนสพ.โต้มติชนไร้การเมืองแทรก

07 กันยายน 2554

สภาการหนังสือพิมพ์โต้เครือมติชน ยันไม่มีการเมืองแทรก-ทำงานแบบมืออาชีพ เสียดายมติชนลาออกไม่ยอมรับการตรวจสอบ

สภาการหนังสือพิมพ์โต้เครือมติชน ยันไม่มีการเมืองแทรก-ทำงานแบบมืออาชีพ เสียดายมติชนลาออกไม่ยอมรับการตรวจสอบ

นายสมาน สุดโต ประธานคณะอนุกรรมการฝ่ายเลขานุการ สภาการหนังสือพิมพ์แห่งชาติ กล่าวถึงกรณีเครือมติชน ประกอบด้วย หนังสือพิมพ์มติชน ข่าวสด และ ประชาชาติธุรกิจ ขอลาออกจากการเป็นภาคีสมาชิกสภาการหนังสือพิมพ์แห่งชาติ เนื่องจากไม่พอใจผลสอบอีเมลสินบนสื่อพรรคเพื่อไทย ว่า รู้สึกเสียดายที่เครือมติชนประกาศลาออกจากสมาชิกสภาการฯ  เพราะเครือมติชนเป็นที่ยอมรับในสังคม และผู้บริหารเครือมติชนก็เป็นผู้ร่วมก่อตั้งสภาการฯ 

อย่างไรก็ตาม การที่หนังสือลาออกระบุว่า การเมืองเข้ามาแทรกแซงสภาการฯ ตนในฐานะชงเรื่องการบรรจุวาระการประชุมทุกเดือนเพื่อให้สภาการฯ พิจารณา ขอปฏิเสธว่า ไม่มีเด็ดขาดเพราะกรรมการสภาการฯ เกือบ 20 คนได้รับเลือกตั้งโดยสมาชิกเลือกกันเอง การเมืองไม่ได้เข้ามาแทรกแซง เราบริหารแบบมืออาชีพ มีความเป็นผู้ใหญ่เกือบทุกคน

สภาการนสพ.โต้มติชนไร้การเมืองแทรก

"การลาออกจากสมาชิก ไม่ใช่เพิ่งเกิด ก่อนหน้านี้ก็มีมาบ้าง บางฉบับที่ลาออก เพราะไม่สามารถรับเงื่อนไขของสภาการหนังสือพิมพ์ทั้งนี้สภาการฯ  ตั้งขึ้นมาเพื่อตรวจสอบกันเอง  ผู้ที่เข้ามาเป็นองค์กรสมาชิกคือ ผู้ที่ยินยอมให้ตรวจสอบด้านจริยธรรม  และการลาออกครั้งนี้ก็ไม่ได้ทำให้สภาการฯ อ่อนแอ กลับยิ่งเข้มแข็งมากขึ้น เพราะหลักการเราดี  ใครที่ทนไม่ได้ต้องไป"นายสมาน กล่าว 

ด้าน นายบุตรดา ศรีเลิศชัย อนุกรรมการฝ่ายจริยธรรม สภาการหนังสือพิมพ์แห่งชาติ ว่า เป็นสิทธิของผู้บริหารเครือมติชนเองที่จะตัดสินใจลาออกจากสภาฯหรือไม่ ซึ่งสภาการหนังสือพิมพ์เองก็คงจะไม่สามารถไปยับยั้งหรือห้ามการตัดสินใจได้ เพราะมีหน้าที่เพียงแต่ตัดสินตามความเป็นจริง และพยายามรักษาความเป็นกลางในการสอบสวนมากที่สุดแล้ว

"อันที่จริงสภาการหนังสือพิมพ์ก็ไม่ได้ตัดสินอะไรที่รุนแรง เหมือนอย่างที่กฎหมายตัดสิน แต่เราให้ผู้อ่านหนังสือพิมพ์และสังคมเป็นผู้ตัดสินมากกว่า ว่าเป็นอย่างไรบ้าง เพราะฉะนั้นบทบาทของเราก็แค่เป็นข้อมูลส่วนหนึ่งให้สังคมตัดสินได้ง่ายขึ้น และการทำงานก็มีกรอบการทำงาน รวมถึงทำตามขั้นตอนมาโดยตลอด ซึ่งทางเครือมติชนอาจมีความเข้าใจคลาดเคลื่อนอยู่บ้าง ก็คงจะเข้าไปทำความเข้าใจเพิ่มเติม ทั้งนี้ มติของสภาการหนังสือพิมพ์จะสะท้อนออกมาชัดขึ้น ภายหลังมีการประชุมคณะกรรมการสภาการหนังสือพิมพ์ในวันที่ 20 กันยายนนี้"นายบุตรดากล่าว

ขณะที่นายสุนทร จันทร์รังสี รองประธานสภาการหนังสือพิมพ์แห่งชาติ กล่าวว่า ในภาพรวมคงไม่กระทบกับสภาการหนังสือพิมพ์ เพราะสภาการหนังสือพิมพ์ไม่ได้ทำอะไรผิด แต่น่าเสียดายการตัดสินใจของผู้บริหารเครือมติชน ทั้งนี้ การทำงานของสภาการหนังสือพิมพ์ ก็เหมือนกับคนในสังคม แต่ละคนก็มีความคิด มีจุดยืนที่ต่างกัน กรรมการบางคนอาจจะชอบสีหนึ่ง อีกคนอาจจะไม่ชอบ แต่เมื่อมีมติเอกฉันท์ทุกคนก็รับฟังกันด้วยดี

ส่วนจะมีการเข้าไปพูดคุยกับทางผู้บริหารเครือมติชนหรือไม่นั้น นายสุนทรกล่าวว่า อาจมีบางคนเข้าไปพูดคุย ขอให้เขาเปลี่ยนใจได้ แต่การแสดงจุดยืนของผู้บริหารที่ให้ลาออกจากสภาการหนังสือพิมพ์พร้อมกันทั้ง 3 ฉบับนั้น คงจะแสดงออกลำบากนิดหนึ่ง และการเปลี่ยนใจก็คงต้องมีเงื่อนไขบางอย่าง ต้องปล่อยให้เป็นเจตนารมณ์ของเครือมติชนเองมากกว่า ซึ่งในฐานะสื่อด้วยกัน ก็ไม่ได้โกรธเคืองกันเป็นส่วนตัว และขอยืนยันว่าการสอบสวนเรื่องนี้ ไม่มีเรื่องการเมืองเข้ามาเกี่ยวข้องอย่างแน่นอน

นายนรินทร์ นำเจริญ อาจารย์คณะการสื่อสารมวลชน มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ กล่าวว่า กลไกของสภาการหนังสือพิมพ์แห่งชาตินั้น ไม่สามารถจัดการอะไรได้ตั้งแต่ต้นแล้ว และนี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่มีการถอนตัวของหนังสือพิมพ์ในภาคี แต่ในอดีตก็เกิดขึ้นตลอดเวลา และเมื่อเกิดขึ้นสักระยะหนึ่ง แล้วกระแสเงียบหายไป หนังสือพิมพ์เหล่านี้ก็กลับเข้าไปเป็นสมาชิกใหม่ ซึ่งสะท้อนภาพออกมาได้ชัดว่าสภาการหนังสือพิมพ์แห่งชาติ ไม่เคยเป็นศูนย์รวมของสื่อสิ่งพิมพ์ เพราะหนังสือพิมพ์ท้องถิ่นเองก็มีหลายฉบับที่ไม่ยอมรับบทบาทของสภาฯ และไม่เคยมีบทบาทในการจัดการปัญหาอะไรได้เลย

"ปัญหาที่เกิดขึ้นคือการไม่ยอมรับกันทั้งคู่ สภาการหนังสือพิมพ์เองก็ไม่มีวิธีการสื่อสารให้กับสังคมได้รับรู้ดีเพียงพอ ขณะที่มติชนเองก็มีความเชื่อมั่นในตัวเองสูง เชื่อมั่นแต่เพียงว่าตนเองทำถูก และพยายามยึดโยงกับกรณีอีเมล์ฉาวเท่านั้น แต่ไม่ได้มองไปถึงวิธีการทำงาน การถอนตัวของมติชนออกจากภาคีในครั้งนี้ จึงไม่ใช่เรื่องน่าแปลกใจ"นายนรินทร์กล่าว

ข่าวล่าสุด

ถ่ายทอดสด เบรนท์ฟอร์ด พบ ลิเวอร์พูล พรีเมียร์ลีก วันนี้ 16 ต.ค.69

ถ่ายทอดสด เบรนท์ฟอร์ด พบ ลิเวอร์พูล พรีเมียร์ลีก วันนี้ 16 ต.ค.69