
แก้ไขไม่แก้ตัว
นโยบายการรับจำนำข้าวของรัฐบาลยิ่งลักษณ์
นโยบายการรับจำนำข้าวของรัฐบาลยิ่งลักษณ์
ที่ถูกวิพากษ์วิจารณ์จากนักวิชาการ นักธุรกิจมากมายว่าจะสร้างผลเสียต่อระบบกลไกตลาดข้าวทั่วโลก ไม่ใช่เพียงการวิพากษ์วิจารณ์ในประเทศ แม้ต่างประเทศเองสำนักข่าวบลูมเบิร์กก็เกาะติดนักเศรษฐศาสตร์ต่างชาติที่วิจารณ์ว่านโยบายนี้จะสร้างปัญหาตามมาอีกมากมาย
เสียงวิจารณ์ของใครไม่แสลงหูรัฐบาลเท่ากับเสียงวิพากษ์วิจารณ์ของ นายอัมมาร สยามวาลา นักวิชาการเกียรติคุณจากสถาบันวิจัยเพื่อการพัฒนาประเทศไทย (ทีดีอาร์ไอ) ที่นำผลการวิจัยเรื่องนโยบายรับจำนำข้าว ออกมาแถลงพร้อมกับนายนิพนธ์ พัวพงศธร ประธานกรรมการ ทีดีอาร์ไอ โดยยืนยันว่านโยบายรับจำนำข้าวของรัฐบาลจะทำให้รัฐบาลขาดทุนจากโครงการนี้มหาศาล
ที่จะขาดทุนเป็นแสนล้านนั้นก็เพราะซื้อข้าวมาเก็บ โดยตั้งราคาข้าวขาวตันละ 1.5 หมื่นบาทนั้น เป็นการกำหนดราคาเกินกว่าราคาตลาดในปัจจุบัน ที่อยู่ในระดับตันละ 1 หมื่นบาท หรือสูงขึ้นถึง 50% ทำให้ข้าวแพงมีปัญหาส่งออก ประเทศผู้ซื้ออาจจะหันไปซื้อจากประเทศคู่แข่งทำให้ไทยเสียตลาดได้
นอกจากนี้ จะทำให้ข้าวในประเทศมีราคาสูงประชาชนต้องบริโภคข้าวในราคาแพง ทั้งที่เราผลิตเองในประเทศ ขณะที่คนที่ได้ประโยชน์จะเป็นกลุ่มโรงสีข้าว ที่กว้านซื้อข้าวจากเกษตรกรมาเก็บไว้ล่วงหน้า และสุดท้ายโครงการนี้จะสร้างหนี้ให้รัฐบาลมหาศาล
นายอัมมารถึงกับตั้งฉายาว่ารัฐบาลนี้ดีแต่โม้ เพราะพูดแล้วทำไม่ได้ แต่หากพิจารณาจากการวิจารณ์นโยบายข้าวของรัฐบาลที่ทีดีอาร์ไอออกมากล่าวนั้น เป็นการวิจัยบนพื้นฐานของความเป็นจริงที่เกิดขึ้น และตามหลักวิชาการไม่ได้พูดลอยๆ หรือใช้อารมณ์โดยไม่มีตรรกะและเหตุผล
แทนที่รัฐบาลจะนำเอาข้อเสนอและการตั้งข้อสังเกตของทีดีอาร์ไอไปดูว่ามีอะไรที่จะต้องปรับปรุงให้นโยบายเดินหน้าไปได้และรั่วไหลน้อยที่สุด คนในรัฐบาลกลับออกมาตอบโต้นักวิชาการอย่างรุนแรงเต็มไปด้วยอารมณ์
ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรง รองนายกรัฐมนตรี ออกมาตำหนิทีดีอาร์ไอว่า คนพวกนี้ไม่ดูตัวเอง ดีแต่พูด ส่วนโฆษกพรรคเพื่อไทย ก็ออกมากล่าวว่านายอัมมารเป็นขาประจำ มีอคติส่วนตัว และมีนัยทางการเมือง
การตอบโต้อย่างดุดันและรุนแรง ไม่ได้ช่วยแก้ไขปัญหาอะไร สิ่งที่รัฐบาลควรทำก็การรับฟังและนำไปพิจารณาแก้ไขปรับปรุง เลือกสิ่งดีๆ ที่มีคนเสนอมาให้ปรับปรุงนโยบาย ไม่ใช่ออกมาก่อวิวาทะอย่างไม่สร้างสรรค์
สิ่งที่ทีดีอาร์ไอทำในการวิจารณ์นโยบายข้าวของรัฐบาลต้องนับเป็นความกล้าพูดความจริง ที่ควรจะมีหน่วยงานหรือองค์กรที่เห็นว่ารัฐบาลควรแก้ไขปรับปรุงนโยบายให้ดีขึ้น ออกมาบอกความจริงกับประชาชน ไม่ใช่ละเลยหรือเกรงกลัวรัฐบาลเสียงข้างมาก ปล่อยให้บริหารประเทศไปตามยถากรรม เพราะประเทศไทยเป็นของคนไทยทุกคนไม่ใช่ของคนใดคนหนึ่ง







