
ทำเปิดผลสอบจำนำข้าวรัฐบาลไทยรักไทย สตง.พบจุดรั่วไหลเพียบ
โครงการรับจำนำข้าวของรัฐบาลที่ถูกสถาบันวิจัยเพื่อการพัฒนาประเทศไทย (ทีดีอาร์ไอ)
โครงการรับจำนำข้าวของรัฐบาลที่ถูกสถาบันวิจัยเพื่อการพัฒนาประเทศไทย (ทีดีอาร์ไอ)
วิเคราะห์ว่า จะสร้างปัญหาให้กับระบบการค้าข้าวอย่างมากและใช้เงินงบประมาณมหาศาล กำลังถูกสังคมจับตามองว่าโครงการนี้จะมีช่องทางให้คอร์รัปชันได้มากหรือไม่
ในรายงานของสำนักงานคณะกรรมการตรวจเงินแผ่นดิน (สตง.) ที่ได้ตรวจสอบการดำเนินงานโครงการรับจำนำข้าวเปลือกนาปี การผลิต 2548/ 2549 และ 2549/2550 ซึ่งเป็นปีที่พรรคเพื่อไทยเป็นรัฐบาล และได้ส่งรายงานนี้ให้แก่ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรีไป มีประเด็นที่น่าสนใจ เช่น การเปิดจุดรับจำนำข้าวเปลือกของโรงสีส่วนใหญ่ล่าช้ากว่ากำหนด ทำให้เกษตรกรมีเวลาไม่พอสำหรับส่งข้าวเข้าโรงสี
นายพิศิษฐ์ ลีลาวชิโรภาส รองผู้ว่าการสตง. กล่าวว่า สตง.พบว่าปริมาณข้าวจำนวนมากคงเหลือในคลังสินค้ากลางเป็นเวลานาน 23 ปี ทำให้ข้าวเสื่อมสภาพ ขายได้ราคาต่ำ เพราะรัฐบาลระบายข้าวที่รับจำนำมาได้ล่าช้า คณะทำงานจัดการข้าวเปลือกไม่ให้ความสำคัญต่อการประชุมและแก้ปัญหา
เช่นเดียวกับการระบายข้าวสารในแต่ละปีทำได้น้อยมากไม่ถึง 50% โดยจากข้อมูลปริมาณข้าวสารคงเหลือในคลังสินค้ากลางในปี 2551 พบว่ามีจำนวนมากถึง 1.98 ล้านตัน ซึ่งเป็นข้าวที่เก็บมานานถึง 2 ปี ทำให้เกิดความเสียหาย รัฐต้องรับภาระขาดทุนขายข้าวไม่ได้เท่ากับที่จำนำไว้ ทำให้รัฐมีหนี้ค้างกับธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) ซึ่งเป็นแหล่งทุนในโครงการนี้ รวมถึงภาระที่ต้องจ่ายดอกเบี้ยให้ ธ.ก.ส. รวมผลขาดทุนอีกปีละหลายหมื่นล้านบาท
ข้าวที่จัดเก็บเสื่อมคุณภาพไม่น้อยกว่า 1.8 ล้านกระสอบ และมีความเสี่ยงจากภัยธรรมชาติ เช่น น้ำท่วม หรือหลังคารั่ว ทำให้ข้าวที่เก็บไว้ในโรงสี หรือโกดังเสียหายไม่น้อยกว่า 1 แสนกระสอบ โดยที่รัฐไม่สามารถเอาผิด หรือเรียกค่าเสียหายจากหน่วยงานใดได้
รวมทั้งพบว่ามีการทุจริตในการ บริหารจัดการ มีข้าวตามโครงการสูญหาย หรือข้าวขาดบัญชีของโรงสีที่เข้าร่วมโครงการ และพบว่ากล้องวงจรปิดของคลังสินค้ากลางบางแห่งไม่สามารถเปิดใช้งานได้ การเปิด–ปิดคลังสินค้ากลางไม่รัดกุม ระบบการตรวจสอบข้าวของเจ้าหน้าที่ อคส. และเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องยังขาดความรัดกุม ไม่ดำเนินการอย่างจริงจังเมื่อพบข้อผิดพลาด
ทั้งนี้ ในขั้นตอนการปฏิบัติงานพบว่า การขึ้นทะเบียนเกษตรกรเป็นไปอย่างล่าช้า ไม่ถูกต้องและครบถ้วน ไม่ถูกต้องและไม่เป็นปัจจุบัน ทำให้ไม่สามารถนำข้อมูลไปใช้ประโยชน์ในการวางแผนงานหรือกำหนดนโยบายได้
รวมทั้งการออกใบรับรองเกษตรกรไม่ถูกต้อง การออกใบประทวนสินค้าล่าช้า ตัวแทนประจำโรงสีไม่สามารถทำงานตามบทบาทหน้าที่ เนื่องจากไม่มีความรู้หรือประสบการณ์ด้านคุณภาพข้าว การหักลดความชื้น สิ่งเจือปน และการตีราคาตามคุณภาพข้าว
ด้านโรงสีที่เข้าร่วมโครงการวางเงินค้ำประกันไม่ครบตามเกณฑ์ที่กำหนด คือ 20% ของมูลค่าข้าวเปลือก ซึ่งพบว่าโรงสีส่วนใหญ่รับจำนำข้าวเปลือกสูงเกินกว่ามูลค่าหลักประกัน เพราะหากเกิดความเสียหายรัฐไม่สามารถยึดเงินประกันได้คุ้มกับข้าวที่จำนำไว้
อีกทั้งยังพบว่าระบบการควบคุมและติดตามยุ้งฉางขาดความรัดกุม โดยพบว่ามีข้าวเปลือกขาดบัญชี เพราะเกษตรกรลักลอบนำข้าวไปขาย หรือบริโภคเองอีกด้วย







