
หวั่นน้ำท่วมภาคกลางหนักซ้ำรอยปี53
กรมชลฯห่วงน้ำท่วมภาคกลางหนักซ้ำรอยปี53 หวั่นเกษตรกรเกี่ยวข้าวไม่ทันทำเสียหายหนัก
กรมชลฯห่วงน้ำท่วมภาคกลางหนักซ้ำรอยปี53 หวั่นเกษตรกรเกี่ยวข้าวไม่ทันทำเสียหายหนัก
นายวีระ วงศ์แสงนาค รองอธิบดีกรมชลประทาน แถลงภายหลังร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อประเมินสถานการณ์อุทกภัยว่า จากอิทธิพลร่องความกดอากาศพาดผ่านภาคกลางในวันที่ 9-12 ก.ย. จะส่งผลให้ปริมาณน้ำฝนเพิ่มมากขึ้นในพื้นที่ภาคกลางทั้งหมด ประกอบกับการระบายน้ำจาก 2เขื่อนหลักคือภูมิพลและเขื่อนสิริกิติ์ ทำให้ปริมาณน้ำที่ไหลผ่านแม่น้ำเจ้าพระยา แนวโน้นอาจจะปรับเพิ่มขึ้น กลางเดือนก.ย.
ทั้งนี้ระดับน้ำที่ จ.นครสวรรค์ อาจมีปริมาณถึง 3,500 ลูกบาศก์เมตร(ลบ.ม.)ต่อวินาที ส่วนท้ายเขื่อนเจ้าพระยาไม่เกิน 2,800 ที่อำเภอบางไทร 2,700 ลบ.ม.ต่อวินาที ประกอบระดับน้ำทะเลหนุนสูง จนถึงกลางเดือนกันยายน พร้อมกับต้องเตรียมรับมือฝนรอบใหม่ จึงน่าเป็นห่วงว่าสถานการณ์จะซ้ำรอยกับปี 2545 และคาดว่าในพื้นที่ทุ่งเจ้าพระยาตะวันออก เช่นลพบุรีจะท่วมซ้ำรอยกับปี 2553
“สิ่งที่เป็นห่วงคือเรื่องการเก็บเกี่ยวข้าวในพื้นที่ลุ่มต่ำที่กรมได้ให้ หัวหน้าโครงการชลประทานทุกจังหวัดประชาสัมพันธ์ต่อเนื่องว่าปริมาณฝนปลายเดือนกันยายน จะมามากประกอบกับ ร่องมรสุมาพาดผ่านภาคกลาง น้ำในลำน้ำขึ้นสูงจะให้เก็บเกี่ยวก่อนวันที่ 10 ก.ย. แล้วจะปล่อยน้ำ แต่ปรากฏว่า ชาวนาเดือดร้อนเพราะยังหารถเกี่ยวไม่ได้ แม้ว่าได้เกี่ยวไปบางส่วน แต่ปัญหาเกิดขึ้นในขณะนี้รถเกี่ยวข้าวมาไม่ทันกับพื้นที่ต้องการ ซึ่งกรมพยายามช่วยเกษตรกรหน่วงน้ำได้ถึง 10 ก.ย.เท่านั้น”นายวีระกล่าว







