
โปร่งใสเป็นธรรม
นับเป็นหนึ่งองค์กรอิสระ ที่เป็นความหวัง
นับเป็นหนึ่งองค์กรอิสระ ที่เป็นความหวัง
จะทำให้เกิดความเป็นธรรม โปร่งใส สามารถตรวจสอบได้ ในการบริหารกิจการกระจายเสียง กิจการโทรคมนาคม การจัดสรรคลื่นความถี่ ซึ่งมีผลประโยชน์ปีละหลายแสนล้านบาท สำหรับคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ หรือ กสทช.
หลังจากตั้งแต่รัฐธรรมนูญ 2540 กำหนดให้มีการตั้งองค์กรอิสระ 2 องค์กร ขึ้นมาจัดสรรคลื่นความถี่ทรัพยากรของชาติ กิจการกระจายเสียง กับกิจการโทรคมนาคม แต่ที่ผ่านมามีการฟ้องร้อง ฝ่าด่านตั้งได้แค่คณะกรรมการกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ หรือ กทช. ต่อเนื่องมาถึงรัฐธรรมนูญ 2550 จึงมีการกำหนดในกฎหมายให้เดินหน้าตั้งองค์กรอิสระขึ้นมาหนึ่งองค์กร คือ กสทช. เพื่อขึ้นมาบริหารจัดการอุตสาหกรรมดังกล่าว เมื่อบรรจุในขั้นของวุฒิสภาแล้วต้องเลือกให้เสร็จใน 60 วัน หากไม่ทันจะเป็นอำนาจของนายกรัฐมนตรีเป็นผู้ตั้ง กสทช. ส่วนการฟ้องร้องหากไม่ได้รับความเป็นธรรม สามารถเปลี่ยนกรรมการ กสทช.ในภายหลังได้
เมื่อเป็นเช่นนี้การประชุมวุฒิสภาเมื่อวันที่ 5 ก.ย.ที่ผ่านมา วุฒิสภาจึงพิจารณาคัดเลือก กสทช. ตามมาตรา 17 พ.ร.บ.องค์กรจัดสรรคลื่นความถี่และกำกับการประกอบกิจการวิทยุกระจายเสียง วิทยุโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ พ.ศ. 2553 โดยคัดเลือกผู้ได้รับการเสนอชื่อ 44 คน ที่ผ่านคุณสมบัติ ให้เหลือ 11 คน กระจายตามกลุ่มตัวแทน ด้านโทรคมนาคม 2 คน ด้านวิทยุ 1 คน โทรทัศน์ 1 คน ตัวแทนด้านกฎหมาย 2 คน เศรษฐศาสตร์ 2 คน คุ้มครองผู้บริโภคด้านวิทยุโทรทัศน์ 1 คน คุ้มครองผู้บริโภคด้านโทรคมนาคม 1 คน และตัวแทนด้านการศึกษา วัฒนธรรมหรือพัฒนาสังคม 1 คน
หลังจากได้ กสทช. 11 คน ผู้ได้รับคัดเลือกต้องประชุมภายใน 15 วัน เพื่อเลือกประธานและรองประธาน 2 คน จากนั้นแจ้งผลให้นายกรัฐมนตรีนำความขึ้นกราบบังคมทูลเพื่อทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ โดยงานเร่งด่วนของ กสทช. คือ จัดทำแผนแม่บท 3 ฉบับ ได้แก่ แผนแม่บทด้านโทรคมนาคม แผนแม่บทกิจการกระจายเสียงและกิจการวิทยุโทรทัศน์ และแผนแม่บทบริหารคลื่นความถี่
คาดว่าหลังมีแผนแม่บทดังกล่าว กสทช.จะสามารถแก้ปัญหา เช่น วิทยุชุมชน ทีวีดาวเทียม เคเบิลทีวี ให้เข้ามาถูกต้องตามกฎหมาย และมีจริยธรรมในการดำเนินกิจการ รวมทั้งให้เกิดความเป็นธรรม มีเสรีภาพ ในการเข้าถึงสื่อของกลุ่มคนต่างๆ รวมทั้งควรนำบทเรียนจากความผิดพลาดขององค์กรอิสระอื่นมาวางกฎเกณฑ์เพื่อไม่ให้องค์กรอิสระโดนครอบงำจากกลุ่มผลประโยชน์ หรือกลายเป็นมาเฟียผู้มีอำนาจรายใหม่ ขึ้นมาร่วมทึ้งผลประโยชน์







