posttoday
ก.พ.ค.ลับดาบสู้ศึกไม่เป็นธรรม

ก.พ.ค.ลับดาบสู้ศึกไม่เป็นธรรม

05 กันยายน 2554

กพค.ทำงานมา 3 ปี ในทันทีที่มีการเปลี่ยนแปลงรัฐบาล ขอบอกได้เลยว่าตำแหน่งที่เรียกได้ว่าอ่อนไหวที่สุดคือปลัดกระทรวง

กพค.ทำงานมา 3 ปี ในทันทีที่มีการเปลี่ยนแปลงรัฐบาล ขอบอกได้เลยว่าตำแหน่งที่เรียกได้ว่าอ่อนไหวที่สุดคือปลัดกระทรวง

โดย....ธรรมสถิตย์ ผลแก้ว

คำกล่าวของ จรวยพร ธรณินทร์  หนึ่งในคณะกรรมการพิทักษ์ระบบคุณธรรม หรือ ก.พ.ค.ซึ่งรับรู้ต่อปรากฎการณ์โยกย้ายข้าราชการระดับสูง  ทั้งย้ายระดับเดียวกัน จากกระทรวงหนึ่งไปอีกกระทรวงหนึ่ง  หรือย้ายสับเปลี่ยน  หรือการเลื่อนขั้นจากอธิบดี เลขาธิการ ขึ้นเป็นปลัดกระทรวง  ซึ่งถ้าเป็นไปตามกฎเกณฎ์ของกฎหมายที่กำหนดไว้ก็ดูจะเป็นเรื่องปกติ

แต่ทว่า ทันทีที่อำนาจการเมืองเปลี่ยนผ่านจึงมีความพยายามแต่งตั้งโยกย้ายในลักษณะนอกลู่นอกทาง ทั้งแทรกแซงจัดระเบียบองค์กรเซ็ทพวกพ้อง ดึงคนไว้ใจได้มาทำหน้าที่ ย่อมทำให้มีผู้ได้รับผลกระทบจากการโยกย้ายไม่ถูกต้อง ฮึดเรียกร้องขอความเป็นธรรม ผ่าน กพค.ซึ่งมีอำนาจตามกฎหมายในการวินิจฉัยแก้ไขคำสั่ง 

ครึ่งทางของกพค.หรือ  3 ปี จากวาระทำงาน 6 ปี  ก.พ.ค.ต้องวินิจฉัยให้หน่วยงานแก้ไขคำสั่งโยกย้ายไม่เป็นธรรมจำนวนมากถึงมากที่สุด   จรวยพร  เปิดเผยโพสต์ทูเดย์ว่า  นอกจากก.พ.ค.มีหน้าที่พิจารณาเรื่องอุทธรณ์คำสั่งลงโทษต่างๆแล้ว  เรื่องการร้องทุกข์กรณีแต่งตั้งไม่เป็นธรรม  ไม่ได้รับความดีความชอบ ไม่ได้สองขั้น  ปรากฎว่า การร้องทุกข์โยกย้ายแต่งตั้งครองแชมป์ทำสถิติสูงที่สุด  

ก.พ.ค.ลับดาบสู้ศึกไม่เป็นธรรม จรวยพร

คำถามว่า ทำไมเป็นอย่างนั้น  จรวยพร อธิบายว่า  เพราะตามกฎเกณฑ์ กพ. ให้อำนาจฝ่ายการเมืองโดยตรงว่า  ในการแต่งตั้งปลัดกระทรวง ให้ปลัดกระทรวงคนปัจจุบันก่อนเกษียณเป็นผู้เสนอชื่อให้รัฐมนตรีพิจารณาถ้าเห็นด้วยเสนอเข้าคณะรัฐมนตรี (ครม.). และครม.นำทูลเกล้าฯ  ขณะเดียวกันกฎหมายให้อำนาจปลัดกระทรวงในการเสนอชื่ออธิบดี  โดยผ่านกระบวนการตั้งคณะกรรมการพิจารณาผู้เหมาะสมเป็นอธิบดี จากนั้นปลัดกระทรวงนำรายชื่อเสนอ รมต.พิจารณาต่อไป

"กพค.อยากเตือนฝ่ายการเมือง อยากเตือนท่านปลัดกระทรวงด้วยในฐานะเป็นผู้มีอำนาจแท้จริงในการเสนอชื่อเลือกปลัดกระทรวง และคัดเลือกระดับอธิบดี  ท่านปลัดต้องมีระบบคุณธรรมเพราะว่า ในกฎหมายกำหนดไว้ว่าให้พิจารณาจากความรู้ความสามารถ ประวัติการทำงาน และการเมืองไม่สามารถเข้ามาก้าวก่ายแทรกแซง อยากให้พิจารณาในจุดนี้"

จรวยพร ยกตัวอย่าง ในปีที่หนึ่ง ก.พ.ค.เคยพบกรณีแต่งตั้งอธิบดี ซึ่งกพ.ได้กำหนดระบบใหม่ แบ่งเป็น สี่แท่ง  ตั้งแต่แท่งผู้บริหารประกอบด้วยปลัดรองปลัด ผู้ตรวจ อธิบดี โดยมีสูตรว่า คนที่จะมาเป็นอธิบดี อย่างน้อยต้องเป็นรองอธิบดีมา 1 ปี   ส่วนอีกแท่งในส่วนอำนวยการ ผอ.สำนัก ผอ.กอง  ปรากฎว่าพอเปลี่ยนระบบใหม่นักการเมืองอาจไม่เข้าใจว่าคนเป็นอธิบดีต้องเป็นรองอธิบดีมาหนึ่งปี ก็หยิบผิดเอาคนเป็นผอ.มาเป็น เราก็สั่งให้เปลี่ยนแปลงคำสั่ง

สาเหตุใดปลัดกระทรรวงตกเป็นเป้าหมายแรกที่ฝ่ายการเมืองต้องการโยกย้าย   จรวยพร  กล่าวว่า  ปลัดกระทรวงเป็นตำแหน่งเดียวที่ฝ่ายการเมืองมีอำนาจโยกย้ายมันก็ช่วยไม่ได้จริงๆนะ  เพราะการเมืองเป็นผู้มากำหนดนโยบาย  ถ้าปลัดไม่สนองไม่พากระทรวงให้เคลื่อนก็อยู่ไม่ได้  

“เขาต้องการคนที่ทำให้เขาเกิดผลงาน ซึ่งเป็นความคาดหวังอันดับหนึ่งของฝ่ายการเมือง เขาอยู่สั้นแค่4  ปี บางทีอยู่ไม่ถึงเดี๋ยวก็ยุบสภา  ดังนั้นทันทีที่เข้ามาวันแรกจนถึงวันสุดท้าย พวกเขาต้องให้ประชาชนรู้ว่าทำอะไรไปบ้าง  เมื่อมีผลงานจะได้กลับมาใหม่   จึงให้อำนาจฝ่ายการเมืองเลือกปลัดกระทรวงได้”

ขณะเดียวกันตำแหน่งปลัดกระทรวงถือเป็นตำแหน่งสูงสุดในวงการราชการ  แต่ยิ่งสูงยิ่งหนาว  จรวยพร บอกว่า  กระทรวงหนึ่งมีปลัดกระทรวงคนเดียว จาก 20 กระทรวงมี 140 กรม  30 หน่วยงาน ตำแหน่งระดับสูงแค่พันกว่าตำแหน่ง ขณะที่ข้าราชการสามแสนคน  คิดดูแล้วกัน ทุกคนอยากขึ้นไปอยู่บนยอดสูงสุดแต่มีแค่คนเดียว แต่มันก็ต้องเจออุปสรรค ต้องพิสูจน์ฝีมือ และขึ้นอยู่กับฝ่ายการเมืองและฝ่ายข้าราชการประจำต้องมีคุณธรรม

ไม่ว่าจะเป็นการโยกย้ายตามฤดูกาลหรือนอกฤดูกาล มักจะมีเสียงลือเสียงเล่าอ้างถึงการซื้อขายตำแหน่ง ซึ่ง ก.พ.ค.เฝ้าจับตามองอยู่

“สิ่งสำคัญที่สุดไม่อยากให้เกิดขึ้นเลย คือ การซื้อขายตำแหน่ง  เป็นสิ่งเลวร้ายที่สุดของระบบราชการ ระบบเส้นสายพรรคพวก  พวกใครลากกันเข้าไปโดยไม่คำนึงว่ามีฝีมือหรือไม่อย่างไร และพยายามเชียร์คนของตัวเองทั้งที่คุณสมบัติไม่เข้าหลักเกณฑ์”

ถามย้ำ ตั้งแต่ ก.พ.ค.ทำหน้าที่วินิจฉัยให้ความเป็นธรรมข้าราชการ เจอเรื่องซื้อขายตำแหน่งจังๆหรือยัง   จรวยพร ยอมรับว่า  ปัญหาซื้อขายตำแหน่งน่าจะมี แต่มันไม่มีใบเสร็จ ไม่มีหลักฐาน มันเป็นการสมยอมกันระหว่างผู้ซื้อผู้ขาย หลายหน่วยงานทำวิจัย จึงเป็นสมมติฐานยังไม่สามารถจับได้คาหนังคาเขา  

ก.พ.ค.ลับดาบสู้ศึกไม่เป็นธรรม

จรวยพร รับว่า ปัญหาการแต่งตั้งโยกย้ายมีทุกกระทรวง จะหนักเบา มากน้อยขึ้นอยู่ช่วงวาระด้วยว่าโชคดีไปเจอรมต.ดีมีคุณธรรม  หรือโชคร้ายไปเจอรมต.ที่เล่นพรรคเล่นพวก คราวนี้ขึ้นอยู่กับจังหวะตัวข้าราชการด้วย     

“อยากเรียนว่าคุณธรรมเป็นเกราะป้องกันให้ประสบความสำเร็จ ขอให้เชื่อมั่นทำดีต้องได้ดี และรู้จักละอายต่อบาป   ต้องพิจารณาตัวเราด้วยเพราะเราไม่สามารถแต่งตั้งตัวเราเอง จะต้องแสดงความรู้ความสามารถ ขณะที่มีผู้อื่นมาเทียบเคียงกับเรา อยากให้เปิดใจ ถ้าพบว่าตัวเองบกพร่องตรงไหนก็พัฒนาตัวเอง สักวันหนึ่งเราจะไปถึงจุดสูงสุดที่คาดหวังไว้” จรวยพร กล่าวทิ้งท้าย

แม้ว่าจะคำนึงถึงหลักคุณธรรม แต่เมื่อฝ่ายผู้ใช้อำนาจสร้างความไม่เป็นธรรมเกิดขึ้น  องค์กรตามกระบวนการยุติธรรมเป็นเกราะคุ้มครอง โดยเฉพาะ ก.พ.ค.ได้ทำหน้าที่พิจารณาอุทธรณ์ วินิจฉัยเรื่องร้องทุกข์แก้ไขสิ่งผิดให้เป็นถูกมาแล้ว   

ตรงนี้อย่ามองข้ามเด็ดขาด เพราะจากการแก้ไขคำสั่งอธิบดีกรมการปกครอง(วงศ์ศักดิ์ สวัสดิพานิชย์ )ให้กลับไปดำรงตำแหน่งเหมือนเดิม รวมถึงรายอื่นๆ  เป็นเครื่องการันตีการทำงานภายใต้กรอบกฎหมายให้อำนาจหน้าที่ไว้อย่างรัดกุมเข้มแข็งมีอิสระ

เพราะฉะนั้นผู้มีอำนาจอย่าชะล่าใจไปนักว่าจะสั่งย้ายใครได้ตามอำเภอใจ!!! 

***************************

มท.ขาประจำ แย่งชิงผู้ว่าฯ

ตรวจสอบสถิติการวินิจฉัยเรื่องอุทธรณ์และร้องทุกข์ของ ก.พ.ค. ตลอดสามปี พบว่า กระทรวงมหาดไทยติดอันดับต้นๆ ทั้งแชมป์อุทธรณ์คำสั่งลงโทษ และครองอันดับ3 ร้องทุกข์กรณีโยกย้ายแต่งตั้งไม่เป็นธรรม 

“เดี๋ยวมีการโยกย้ายแน่ๆ รับรองได้ เหตุเกิดขึ้นทุกปี เราคาดการณ์อยู่แล้ว   ช่วงต.ค.นี่แหละโยกเยอะแล้วจะมีการร้องมา เรารอรับเรื่องอยู่ ” จรวยพรกล่าวพร้อมเสียงหัวเราะ แต่ดูเหมือนจะเป็นตลกร้ายอยู่เหมือนกัน

จรวยพร ให้เหตุผลที่กระทรวงมหาดไทยมีเรื่องเข้า ก.พ.ค.มาก เพราะเป็นกระทรวงที่ดูแลการปกครอง มีอำนาจอยู่ในมือ  แค่นายอำเภอก็ใหญ่คับอำเภอ  มีอยู่แปดร้อยกว่าอำเภอต้องชิงขึ้นปลัดจังหวัด สูงสุดคือผู้ว่าราชการจังหวัดมี 77  ตำแหน่ง มันเหมือนระบบจั่วแหลม คือทั้งจังหวัดได้คนเดียวก็ชิงขึ้นไป  

“หลายคนต้องการอยู่จังหวัดใหญ่พื้นที่มากบริวารเยอะ   ซึ่งมี แค่ 20   จังหวัด อย่างภาคเหนือ เชียงใหม่  ภาคอีสาน ขอนแก่น โคราช  ภาคตะวันออก  ชลบุรีพี่เบิ้มใครก็อยากอยู่  ภาคใต้ สงขลา ภูเก็ต ส่วนภาคกลางแถวนนทบุรีท็อปฮิต เพราะใกล้นาย   ส่วนจังหวัดเล็กอย่างสามจังหวัดชายแดนภาคใต้ แม้ไปอยู่มีโปรโมชั่นเร็วแต่เสี่ยงสูง ขึ้นอยู่ว่าคุณอยากเสี่ยงหรือเปล่า     สรุปแล้วการชิงตำแหน่งระดับสูงไม่ง่ายหรอกสำหรับข้าราชการคนหนึ่งที่ขึ้นมาต้องผ่านขวากหนามเยอะแยะ”

เจ้าตัว รับว่า การร้องทุกข์มีมาทุกระดับตั้งแต่ ผู้ว่า รองผู้ว่า แต่กว่าจะแก้ไขเปลี่ยนแปลง กับระยะเวลาที่ต้องรอคนเหล่านี้ต้องเสียสิทธิไปแล้ว  ปัญหาตรงนี้ทำให้กพค.กำลังพิจารณาออกหลักเกณณ์เยียวยา  เพื่อไม่ให้ข้าราชการเหล่านี้เสียสิทธิจากการพลาดหวังตำแหน่งอย่างไม่เป็นไปตามครรลองครองธรรม ซึ่งคาดว่าจะนำมาใช้ในเร็วๆนี้

ก.พ.ค.ลับดาบสู้ศึกไม่เป็นธรรม


 

ข่าวล่าสุด

วัย 60+ ยังมีไฟ จัดหางานดันผู้สูงอายุมีงานทำ สร้างรายได้กว่า 116 ล้านต่อปี

วัย 60+ ยังมีไฟ จัดหางานดันผู้สูงอายุมีงานทำ สร้างรายได้กว่า 116 ล้านต่อปี