
พ.ย.นี้ข้าวถุงขึ้นแน่อีก50บาท
นายกสมาคมข้าวถุง ลั่นเดือน พ.ย.นี้ เห็นข้าวถุงปรับขึ้นแน่ 50 บาท
นายกสมาคมข้าวถุง ลั่นเดือน พ.ย.นี้ เห็นข้าวถุงปรับขึ้นแน่ 50 บาท
เตือนผู้ประกอบการระวังตัว ต้นปีหน้าออร์เดอร์ต่างประเทศชะลอตัว
นายสมเกียรติ มรรคยาธร กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ปทุมไรซมิล แอนด์ แกรนารี ผู้ผลิตและจัดจำหน่ายข้าวสารบรรจุถุงตราข้าวมาบุญครอง ในฐานะนายกสมาคมผู้ประกอบการข้าวถุงไทย เปิดเผยว่า ในเดือน พ.ย.นี้ คาดว่าจะเห็นราคาข้าวขาวบรรจุถุงปรับราคาเพิ่มขึ้นเต็มเพดาน 50 บาทต่อ 1 ถุง (บรรจุ 5 กก.) ซึ่งเป็นไปตามต้นทุนที่เพิ่มขึ้นจากนโยบายการรับจำนำข้าวของรัฐบาล ที่เพิ่มราคารับจำนำเป็น 1.5-2 หมื่นบาทต่อตัน
อย่างไรก็ตาม ก่อนหน้านี้สมาคมได้ยื่นข้อเสนอไปยังรัฐบาลให้ทยอยปรับราคาข้าวถุงแบบค่อยเป็นค่อยไป โดยเมื่อวันที่ 2 ก.ย.ที่ผ่านมา ข้าวถุงได้ปรับราคาขึ้นไปแล้ว 1 บาทต่อ กก. มาอยู่ที่ 16.50 บาทต่อ กก. จากก่อนหน้าเมื่อวันที่ 1 ก.ย. อยู่ที่ 15.50 บาทต่อ กก. ซึ่งการปรับราคาข้าวขาวใหม่บรรจุถุงครั้งนี้ คาดว่าจะไม่ส่งผลกระทบกับผู้บริโภค เนื่องจากในช่วงนี้ห้างค้าปลีกสมัยใหม่ต่างๆ มักจัดรายการส่งเสริมการขาย (โปรโมชัน) เพื่อจำหน่ายข้าวถุงแบรนด์ต่างๆ ในราคาพิเศษอยู่เสมอ
นายสมเกียรติ กล่าวต่อว่า ในขณะนี้ผู้ประกอบการข้าวถุงต่างๆ กำลังจับตามองกลไกของตลาดข้าวอย่างใกล้ชิด เพราะผู้ประกอบการไม่สามารถสต๊อกวัตถุดิบข้าวเปลือกได้มากนัก ทำให้ขณะนี้มีวัตถุดิบไม่เพียงพอในการทำตลาดเท่าที่ควร โดยเฉพาะในเดือน ต.ค.-พ.ย.นี้ เนื่องจากในช่วงที่ผ่านมาไม่มีการปล่อยข้าวเปลือกออกมาขาย เพราะราคาข้าวยังไม่ชัดเจน จากการปรับราคาข้าวตามนโยบายการจำนำของรัฐบาล
นอกจากนี้ ยังมีปัจจัยน่ากังวลในตลาดข้าวส่งออกต่างประเทศ ที่คาดว่าจะได้ผลกระทบจากราคาสินค้าในประเทศปรับสูงขึ้นในขณะนี้ ส่งผลให้ประเทศคู่ค้าอาจชะลอคำสั่งซื้อ (ออร์เดอร์) ข้าวจากประเทศไทยสักระยะหนึ่ง โดยเฉพาะตลาดในประเทศจีนที่อาจชะลอออร์เดอร์จากไทยในต้นปีหน้า เพื่อดูราคาเปรียบเทียบกับราคาข้าวในประเทศคู่แข่งก่อน และอาจส่งผลให้ปริมาณข้าวในประเทศมีจำนวนมากขึ้น
“ผู้ประกอบการทุกรายยังต้องดูสถานการณ์อย่างใกล้ชิดจากราคาที่อาจผันผวน ซึ่งภาครัฐเชื่อมั่นว่าเป็นการยกระดับราคา แต่ก็ต้องระมัดระวังจากการยกระดับราคาข้าวไทยขึ้น แต่ราคาจำนำข้าว 1.5-2 หมื่นบาทต่อตันนั้น ยังไม่มั่นใจว่าเป็นราคาที่เหมาะสมจริงหรือไม่” นายสมเกียรติ กล่าว







