
พลิกแฟ้มคดีไพร่วีไอพี
"ทุกย่างก้าวของการพบปะกลุ่มคนในสังคมก็ต่างถูกโจษขานถึงวีรกรรมที่เคยก่อเอาไว้กับชาติบ้านเมือง"
"ทุกย่างก้าวของการพบปะกลุ่มคนในสังคมก็ต่างถูกโจษขานถึงวีรกรรมที่เคยก่อเอาไว้กับชาติบ้านเมือง"
โดย ทีมข่าวการเมือง
สร้างความปิติยินดีในหมู่มวลชนสีแดง กับการที่บรรดาแกนนำแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ(นปช.) หรือ"นักรบ"ของพวกเขา ได้เปลี่ยนสถานะจากผู้ปลุกระดมประชาชนเรียกร้องประชาธิปไตยก้าวสู่ตำแหน่งทางการเมืองเป็นหน้าเป็นตาให้กับพวกพ้อง วงศ์ตระกูล
จากที่เคยบัญญัติศัพท์ให้กับตัวเองมาโดยตลอดว่าเป็น"ชาวไพร่"แต่วันนี้พวกเขายกระดับเป็น"ไพร่วีไอพี"หรือจะถึงขั้นเป็น”ไพร่กิตติมศักดิ์”ก็แล้วแต่จะประทับตรากันไป แต่ต่างก็มีบทบาทหน้าที่ใหม่ พร้อมให้คำปรึกษา จัดวาระ เช็คงาน คอยติดสอยห้อยตามรัฐมนตรีแต่ละกระทรวง จึงต้องปรับบุคลิกใหม่ตั้งแต่หัวจรดเท้า ใส่สูท สวมชุดขาวให้ดูดี ถึงกระนั้น บรรดาไพร่เทกระโถนก็ยังไม่อาจสลัดภาพลักษณ์เก่าที่ยังติดตาตรึงใจผู้พบเห็นให้หลุดพ้นตัวไปได้ เพราะด้วยพฤติกรรมปลุกระดม ปิดถนน เผาเมือง นำพามาซึ่งคดีติดตัวเป็นหางว่าว
“ทุกย่างก้าวของการพบปะกลุ่มคนในสังคมตั้งแต่ชั้นสูงถึงชั้นล่าง หรือแม้แขกต่างบ้านต่างเมืองก็ต่างถูกโจษขานถึงวีรกรรมที่เคยก่อเอาไว้กับชาติบ้านเมือง”
หากพลิกแฟ้มคดี จะพบว่า หลายรายมีคดีติดตัวและยังต้องเดินหน้าต่อสู้คดีในขณะที่ตัวเองมีตำแหน่งทางการเมือง เริ่มจากคดีก่อการร้าย อันเป็นผลพวงแกนนำคนเสื้อแดงปลุกระดมมวลชนเรียกร้องประชาธิปไตย ปิดราชประสงค์จนเกิดเหตุการณ์เผาบ้านเผาเมือง ทำให้กรมสอบสวนคดีพิเศษหรือดีเอสไอ ตั้งข้อหาก่อการร้ายตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 135/1 และ มาตรา 135/2 ให้กับแกนนำหลายราย นอกจากแกนนำที่ได้รับเลือกตั้งเป็นส.ส. เช่น จตุพร พรหมพันธ์ ณัฐวุฒิ ไสยเกื้อ เหวง โตจิรการ วิภูแถลง พัฒนภูมิไทย ฯลฯ ส่วนกลุ่มที่ได้รับแต่งตั้งเป็นข้าราชการการเมืองชุดล่าสุดก็ตกเป็นต้องหาด้วย เช่น ยศวริศ หรือ ประมวล ชูกล่อม เจ๋ง ดอกจิก ผู้ช่วยเลขานุการรมช.มหาดไทย(รมช.ฐานิสร์ เทียนทอง ) นาวิน บุญเสรฐ เลขานุการรมว.ต่างประเทศและแกนนำแดงพิจิตร วรวุฒิ วิชัยดิษฐ์ ประจำสำนักเลขาธิการนายกฯ ชินวัฒน์ หาบุญพาด ที่ปรึกษารมว.คมนาคมและผู้กว้างขวางวินแท็กซี่ กรณีของชินวัฒน์ยังตกเป็นจำเลยคดีปิดล้อมสำนักพิมพ์เนชั่นด้วย มีโทษจำคุก 2 ปี ไม่รอลงอาญา
คดีหมิ่นสถาบันพระมหากษัตริย์ เป็นอีกคดี ที่เจ๋ง ดอกจิก ตกเป็นเป็นจำเลยในความผิดฐานหมิ่นประมาท ดูหมิ่น แสดงความอาฆาตมาดร้ายพระมหากษัตริย์ ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 112 ทั้งนี้มีแกนนำคนเสื้อแดงบางรายถูกคุมขังไม่ได้รับการประกันตัว แต่สำหรับ เจ๋ง ดอกจิก ขอสู้คดี ล่าสุดได้กลับคำให้การ ส่วนรายอื่นอยู่ระหว่างเรียกมารับทราบข้อกล่าวหา ตั้งแต่นายนนายพิพัฒน์ชัย ไพบูลย์ แกนนำนปช. อดีตผู้สมัคร สส.กรุงเทพ พรรคเพื่อไทยซึ่งเพิ่งได้รับแต่งตั้งเป็นโฆษกกระทรวงมหาดไทยฝ่ายการเมือง รวมถึงชินวัฒน์ หาบุญพาด วรวุฒิ วิชัยดิษฐ์ ตำแหน่งประจำสำนักเลขาธิการนายกฯก็ติดอยู่ในกลุ่มที่ดีเอสไอเรียกมารับข้อกล่าวปราศรัยหมิ่นเบื้องสูง
คดีความมั่นคง มีผู้ต้องหาชื่อเพชรวรรต วัฒนพงศ์ศิริกุล แกนนำกลุ่มรักเชียงใหม่ 51 ปัจจุบันได้ตำแหน่งเป็นที่ปรึกษารมว.พัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ ก่อนรับตำแหน่งเดินทางมอบตัวกับพนักงานสอบสวน สภ.สารภี สภ.แม่ปิง สภ.ภูพิงคราชนิเวศน์ จ.เชียงใหม่ เพื่อรับข้อกล่าวหาตามหมายจับของศาลจังหวัดเชียงใหม่ตามประมวลกฎหมายอาญา เกี่ยวกับความมั่นคง ในมาตรา 116 ขณะที่วิเชียรชนินทร์ สินธุไพร ที่ปรึกษารมช.คมนาคม(พล.ต.ท.ชัจจ์ กุลดิลก ) และแกนนำนปช.ร้อยเอ็ด จัดอยู่ในกลุ่มที่ศูนย์อำนวยการแก้ไขสถานการณ์ฉุกเฉิน(ศอฉ.) เรียกมาสอบสวนธุรกรรมการเงินสนับสนุนคนเสื้อแดงเช่นเดียวกับ สมหวัง อัสราษี เป็นที่ปรึกษา รมว.พาณิชย์ เป็นเจ้าของบริษัทเครื่องใช้ไฟฟ้ามิตซูชิต้า ผู้สนับสนุนรายการความจริงวันนี้ เคยโดน ศอฉ.เรียกสอบสวนเรื่องท่อน้ำเลี้ยงเสื้อแดง
คดีฝ่าฝืนพ.ร.ก.ฉุกเฉิน มีชื่อของอารี ไกรนารา เลขานุการรมว.มหาดไทยและหัวหน้าการ์ดเสื้อแดง นายสุรเชษฐ์ ชัยโกศล รองเลขาธิการนายกฯฝ่ายการเมือง( รองนายกฯ กิตติรัตน์ ณ ระนอง ) วิสา คัญทัพ กรรมการผู้ช่วยรัฐมนตรี พร้อมกับภรรยา ไพจิตร อักษรณรงค์ ตำแหน่งประจำสำนักเลขาธิการนายกรัฐมนตรี ทั้งสองมีคดีติดตัวจากการขึ้นเวทีปราศรัยเมื่อช่วงปี 2553 จึงถูกตั้งข้อหา พูดจายุยง ปลุกปั่น ปลุกระดม ชักจูงหรือใช้ผู้ร่วมชุมนุมฝ่าฝืนหรือกระทำผิดกฎหมายจนเกิดความวุ่นวายปั่นป่วน , มั่วสุมกันตั้งแต่ 10 คนขึ้นไป เพื่อก่อให้เกิดความวุ่นวายในบ้านเมือง และฝ่าฝืนพระราชกำหนดการบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน หรือ พ.ร.ก.ฉุกเฉิน
พล.ต.ต.เสงี่ยม สำราญรัตน์ ตำแหน่งประจำสำนักเลขาธิการนายกรัฐมนตรี นักรบแดงในเครื่องแบบตำรวจบนเวทีชุมนุมตั้งแต่ปี 2552 สร้างวีรกรรมพามวลชนล้มประชุมอาเซียนซัมมิทที่พัทยาทำให้มีคดีติดตัวกลับมาในข้อหาบุกรุกสถานที่ประชุม
และยังพ่วงด้วยคดีอาญาข้อหาบุกรุกสภาผู้แทนราษฎร เมื่อปี 2553
เช่นเดียวกับ ธนฤต ชะเอมน้อย หรือ วันชนะ เกิดดี ตำแหน่งประจำสำนักเลขาธิการนายกฯ แต่จากผลงานอดีตนำมวลชนล้มประชุมอาเซียนซัมมิท ที่พัทยาจึงตกเป็นผู้ต้องหาคดีบุกรุกสถานที่ทำลายทรัพย์สิน ครั้งนั้นต้องหลบหนีคดีไปอยู่ต่างประเทศ เมื่อพรรคเพื่อไทยชนะเลือกตั้งจึงมอบตัวได้รับการประกันตัวก่อนมาผงาดรับตำแหน่งทางการเมือง
สำรวจบัญชีคดีเสื้อแดง พบว่า แกนนำแต่ละรายมีคดีติดตัวเฉลี่ยไม่ต่ำกว่า 3-4 คดี แต่ละข้อหามีบทลงโทษหนักเบาไม่เหมือนกัน ขึ้นอยู่กับพฤติกรรมการสร้างความไม่สงบที่แตกต่างกันในช่วงนั้นๆ
น่าสนใจกว่านั้น บรรดาแกนนำแดงที่ได้ตำแหน่งข้าราชการเมือง และไม่มีคดีติดตัวสักคดี เช่น ผศ.ประแสง มงคลศิริ ที่ปรึกษารัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการ (นางบุญรื่น ศรีธเรศ รมช.ศึกษาธิการ ) อนุสรณ์ เอี่ยมสะอาด รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี และโฆษกทีวีเสื้อแดง โดยเฉพาะรายหลังเปิดเผยสาเหตุที่นายประแสงและเขาไม่ถูกดำเนินคดี อาจเป็นเรื่องของเทคนิคการพูด การปราศรัยไม่รุนแรง ทำให้หลุดรอดสายตาเจ้าหน้าที่รัฐไปได้
ไม่ว่าแกนนำคนเสื้อแดงจะมีคดีหรือไม่มีคดีติดตัว แต่ด้วยบทบาทการทำหน้าที่ในตำแหน่งข้าราชการการเมืองพ่วงด้วยปูมประวัติอันสุดแสนโชกโชน จึงเป็นประเด็นที่หลายฝ่ายเฝ้าจับตามองถึงการตอบแทนรางวัลให้แกนนำคนเสื้อแดง จะส่งผลดีหรือผลเสียต่อการบริหารงานของรัฐบาลนับจากนี้







