
กรณ์อัดขึ้นเบนซิน60สต.เพิ่มกำไรเอกชน
กรณ์ อัด ขึ้นเบนซิน 60 สต. เพิ่มกำไรเอกชน เงินไม่เข้ารัฐ ห่วงกองทุนน้ำมันเป็นที่ซุกหนี้
กรณ์ อัดขึ้นเบนซิน 60 สต. เพิ่มกำไรเอกชน เงินไม่เข้ารัฐ ห่วงกองทุนน้ำมันเป็นที่ซุกหนี้
นายกรณ์ จาติกวณิช สส.ระบบบัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ อดีตรมว.คลัง กล่าวว่า กรณีรัฐาลเตรียมขยายช่วงห่างราคาแก็สโซฮอลกับราคาน้ำมันเบนซินให้กว้างขึ้น ทั้งการปรับราคาน้ำมันเบนซินเพิ่มขึ้น 60 สตางค์ และ ลดภาษีสรรสามิตแกสโซฮอล หลังจากผ่านมา 1-2 วัน เมื่อราคาน้ำมันเบนซินถูกลง ประชาชนได้เลิกใช้แก็สโซฮอล์แล้วกลับมาใช้น้ำมันเบนซิน กระทบให้ราคามันสำปะหลังถูกปรับลดมา1บาท โรงกลั่นเอทานอลยกเลิกซื้อ อีกทั้งชาวไร่เองก็ขาดมาตรการรองรับจากเดิมที่เคยมีนโยบายมาตรการประกันรายได้
อย่างไรก็ตาม การที่รัฐบาลพยายามแก้ปัญหาปลายทางเช่นนี้นั้น ไม่ใช่แนวทางที่ดีที่สุด อีกทั้งการปรับเพิ่มราคาน้ำมันเบนซิน 60 สตางค์ ตอนนี้ส่วนที่จัดเก็บเพิ่มก็กลายเป็นกำไรเพิ่มเติมในบริษัทค้าน้ำมันมัน ซึ่งไม่น่าจะถูกตามหลักการ ส่วนการลดภาษีสรรรพสามิตนั้นทำได้อยู่แล้วแต่อาจมีผลกระทบต่อรายได้ ซึ่งตอนนี้สิ่งที่ปฏิเสธไม่ได้คือทุกอย่างไม่มีของฟรี เมื่อลดการจัดเก็บเข้ากองทุนน้ำมันก็ไปสร้างหนี้ที่กองทุนน้ำมันเพิ่มเติม
นายกรณ์ กล่าวว่า ถ้าคำนวนจากตัวเลข 60 สตางค์ ต้องบอกว่าเงินนี้ไม่ได้กลับมาที่รัฐ แต่ไปที่สถานีบริการที่ขายน้ำมัน เพียงแต่ต้องการให้มีส่วนต่าง แต่ว่าส่วนต่างเคยมีอยู่แล้ว ด้วยกลไกกองทุนน้ำมัน อย่างน้อยการจัดเก็บเข้ากองทุนน้ำมัน เงินก็ยังเป็นของประชาชนอยู่ และก็นำเงินนั้นมาช่วยที่จะลดภาระประชาชนที่ใช้แก็สหุงต้ม แก็สโซออล์ แต่ตอนนี้เมื่อยกเลิกการจัดเก็บแต่ไปหาวิธีรักษาส่วนต่างด้วยการปล่อยให้บริษัทน้ำมันสามารถปรับราคาน้ำมันขึ้นได้ ส่วนที่เป็นกำไรก็เพิ่มขึ้นด้วย
"สาเหตุที่ชัดเจน ที่ไม่ได้มีการยกเลิกกองทุนน้ำมันตามคำมั่นที่เคยให้ไว้ เพราะต้องการรักษากองทุนน้ำมันไว้เป็นที่ซุกหนี้ แทนที่จะทำให้เป็นหนี้โดยตรงของรัฐบาล หนี้ก็ไปปรากฎที่กองทุนน้ำมันมันก็จะเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ และเมื่อมีการลดภาษีสรรพสามิต รายได้หลักของกระทรวงการคลังก็จะลดไปส่วนหนึ่ง ขณะเดียวกันรายจ่ายของรัฐบาลก็เพิ่มมากขึ้น ด้วยนโยบายต่างๆ ก็จะต้องกู้ยืมมากขึ้น หรือจะต้องเก็บภาษีกับพี่น้องประชาชน ส่วนอื่นเพิ่มเติม" นายกรณ์ กล่าว







