
โลกมองไทย
ภายหลังจากที่พรรคเพื่อไทยชนะการเลือกตั้งเมื่อครั้งที่ผ่านมา
ภายหลังจากที่พรรคเพื่อไทยชนะการเลือกตั้งเมื่อครั้งที่ผ่านมา
ความกังวลในเรื่องสถานการณ์ชายแดนไทยกัมพูชา ก็ได้เริ่มลดน้อยลง โดยหลายฝ่ายนั้นมองว่า ความสัมพันธ์ที่ดีระหว่าง พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร กับผู้นำกัมพูชาจะช่วยลดความตึงเครียดระหว่างทั้งสองประเทศได้
อย่างไรก็ตาม บทความในเว็บไซต์ เดอะ ดิโพลแมท ก็แสดงความเห็นว่า กองทัพอาจเป็นอุปสรรคของรัฐบาลชุดใหม่ในการฟื้นฟูความสัมพันธ์นี้
เหตุปะทะระหว่างทหารไทยกับกัมพูชาในช่วงที่ผ่านมานั้น ได้คร่าชีวิตผู้คนราว 28 ราย และประชาชนอีกหลายพันคนต้องอพยพหนีออกจากพื้นที่ อีกทั้งยังได้ส่งผลให้ความสัมพันธ์ระหว่างไทยและกัมพูชาสั่นคลอน โดยผู้นำกัมพูชาถึงกับเคยกล่าวถึงอดีตนายกรัฐมนตรี อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ว่าเป็นบุคคลที่ทำงานด้วยยากที่สุด
เป็นที่ทราบกันดีว่า ทักษิณนั้นมีความใกล้ชิดกับผู้นำกัมพูชา โดยเมื่อปี 2552 ผู้นำกัมพูชาได้แต่งตั้งอดีตนายกรัฐมนตรีของไทยเป็นที่ปรึกษาพิเศษทางด้านเศรษฐกิจของรัฐบาลกัมพูชา อีกทั้งยังเคยกล่าวถึงอดีตนายกฯ ไทยว่าเป็นเพื่อนสนิทคนสำคัญ
อย่างไรก็ตาม แม้ทักษิณจะมีความสนิทสนมกับผู้นำกัมพูชา แต่ต่างชาติก็มองว่า กองทัพ ซึ่งเคยยึดอำนาจทักษิณเมื่อปี 2549 นั้น อาจเป็นอุปสรรคขัดขวางความสัมพันธ์ที่ดีนี้
ทั้งนี้เป็นเพราะหลายฝ่ายนั้นคาดว่า ทักษิณและผู้นำกัมพูชามีผลประโยชน์ร่วมกันในหลายๆ ด้าน และทางกองทัพเองก็มองว่า ทักษิณนั้นไม่ได้ให้ความสำคัญกับผลประโยชน์สูงสุดของประเทศเลย ดังนั้นทางกองทัพก็ไม่อาจให้การสนับสนุนนโยบายหรือแผนการใดๆ ในการปรองดองระหว่างทั้งสองประเทศ หากมองว่าสิ่งเหล่านี้จะสร้างความเสียหายแก่ประเทศชาติ
นายกรัฐมนตรี ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร จึงต้องวางแผนอย่างระมัดระวังว่าจะมีวิธีใดบ้างที่จะสามารถเดินหน้าฟื้นฟูความสัมพันธ์กับกัมพูชา โดยที่ยังคงได้รับการสนับสนุนที่ดีจากกองทัพอยู่







