
รฟท.รับลูกรัฐเร่งระบบรางเชื่อมหัวเมือง
ร.ฟ.ท.ขานรับนโยบายรัฐบาลพัฒนาระบบขนส่งทางราง
ร.ฟ.ท.ขานรับนโยบายรัฐบาลพัฒนาระบบขนส่งทางราง
เร่งศึกษาส่วนต่อขยายในเส้นทางเชื่อมหัวเมืองและชานเมือง
นายยุทธนา ทัพเจริญ ผู้ว่าการการรถไฟแห่งประเทศไทย (ร.ฟ.ท.) เปิดเผยว่า จากนโยบายรัฐบาลที่ต้องการพัฒนาระบบคมนาคมขนส่งทางราง โดยเชื่อมโยงโครงข่ายและการบริหารจัดการขนส่งผู้โดยสารและสินค้า รวมทั้งพัฒนาและขยายระบบรถไฟทางคู่เชื่อมชานเมืองและหัวเมืองหลักในเส้นทางที่มีความสำคัญนั้น ทาง ร.ฟ.ท.ได้มีแผนการศึกษาและบรรจุอยู่ในแผนการลงทุนโครงสร้างพื้นฐานงบประมาณ 1.76 แสนล้านบาท หากรัฐสนับสนุน ร.ฟ.ท.ก็พร้อมที่จะเดินหน้าในทุกโครงการ
ทั้งนี้ ในส่วนโครงการที่ว่าจ้างที่ปรึกษาศึกษาแนวเส้นทางเพื่อก่อสร้างรถไฟทางคู่ระยะเร่งด่วนได้ดำเนินการแล้ว 5 เส้นทาง ได้แก่ ลพบุรีนครสวรรค์ปากน้ำโพ มาบกะเบาชุมทางถนนจิระ ชุมทางถนนจิระขอนแก่น นครปฐมหนองปลาดุกหัวหิน และประจวบคีรีขันธ์-ชุมพร ระยะทางรวม 767 กม. ส่วนโครงการรถไฟทางคู่สายฉะเชิงเทรา-คลองสิบเก้า-แก่งคอย 106 กม.นั้น อยู่ระหว่างการพิจารณาของคณะกรรมการสิ่งแวดล้อมแห่งชาติ และจะเสนอคณะรัฐมนตรีในเร็วๆ นี้เพื่อขอออก พ.ร.ฎ.เวนคืนที่ดิน
“โครงการรถไฟทางคู่ เชื่อมปริมณฑลมีเป้าหมายที่ต้องการลดต้นทุนการขนส่งทางถนนและเพิ่มสัดส่วนการขนส่งทางราง ลดการใช้เชื้อเพลิงของประเทศ ซึ่งจะต้องพัฒนาควบคู่ไปกับการพัฒนาระบบเทคโนโลยีของการรถไฟฯ เพื่อเพิ่มความสะดวกแก่ผู้ใช้บริการ ซึ่งแผนลงทุนโครงสร้างพื้นฐานของการรถไฟฯ ได้แบ่งแผนการดำเนินการไว้หมดแล้ว รอเพียงรัฐบาลตัดสินใจเท่านั้น” นายยุทธนา กล่าว
นายภากรณ์ ตั้งเจตสกาว รองผู้ว่าการ ร.ฟ.ท. ในฐานะรักษาการกรรมการผู้อำนวยการใหญ่ บริษัท รถไฟฟ้า ร.ฟ.ท. กล่าวว่า การขยายเส้นทางแอร์พอร์ตลิงก์ไปชลบุรีและพัทยามีความเป็นไปได้เพราะเส้นทางที่เชื่อมต่อไปยังพัทยาได้ คือ เส้นทางจากสถานีลาดกระบังจะเป็นแนวทางที่สะดวกที่สุด และหากมีการต่อขยายจริงจะทำให้การเดินทางจากกรุงเทพ ที่สถานีพญาไทพัทยา ใช้เวลาเพียงชั่วโมงกว่าเท่านั้น
ทั้งนี้ คาดว่าการขยายการต่อเชื่อมรถไฟฟ้าแอร์พอร์ตลิงก์ ให้เป็นเส้นทางยาวขึ้นจะต้องใช้รถเอ็กเพรสไลน์ ที่ใช้เวลาวิ่ง 160 กม./ชม. ซึ่งสามารถรองรับการเดินทางได้ง่ายขึ้น อีกทั้งยังใช้เงินลงทุนน้อยกว่าการก่อสร้างโครงการรถไฟความเร็วสูงไปทางภาคตะวันออก อย่างไรก็ตาม คาดว่ารัฐบาลคงต้องนำข้อมูลทั้งหมดในการเชื่อมระบบรางมาทบทวนถึงแนวโน้มและความเป็นไปได้ในการดำเนินการ







