
อัญชลี ชวนิชย์ นำวิศวกหญิงพัฒนาโรงเรียนเชิงนิเวศ
หลังจากเกษียณจากงานในตำแหน่ง ผู้ว่าการนิคมอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทยมาเมื่อ 2 ปีก่อน
หลังจากเกษียณจากงานในตำแหน่ง ผู้ว่าการนิคมอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทยมาเมื่อ 2 ปีก่อน
โดย..วิมลพรรณ ปีตธวัชชัย
นอกจากจะได้ดำรงตำแหน่งที่ปรึกษาการนิคมอุตสาหกรรมฯ แล้ว ผู้หญิงเก่งที่ไม่เคยหยุดนิ่งอย่าง อัญชลี ชวนิชย์ คงรับตำแหน่งประธานมูลนิธินิคมอุตสาหกรรมไทย ประธานมูลนิธิเพื่อการอนุรักษ์ฟื้นฟูปะการังและชายหาด นายกสมาคมนิคมอุตสาหกรรมไทยและพันธมิตร ประธานวิศวกรหญิงไทย ภายใต้วิศวกรรมสถานแห่งประเทศไทยในพระบรมราชูปถัมภ์ ประธานกรรมการบริษัท สยามโซล่า กรรมการบริษัท โกรเอนเนอร์ยี่ ซึ่งในแต่ละตำแหน่งที่เธอดำรงอยู่ อัญชลี ชวนิชย์ ได้พยายามผลักดันและสนับสนุนให้องค์กรเหล่านั้นได้ออกมาขับเคลื่อนเพื่อทำประโยชน์ให้สังคมโดยส่วนร่วมในแง่มุมต่างๆ ที่องค์กรเหล่านั้นมีส่วนเกี่ยวข้องให้เกิดเป็นรูปธรรมและบรรลุผลไปสู่ประโยชน์ในวงกว้างอยู่เสมอ ดังจะเห็นได้จากโครงการ “ก้าวสู่โรงเรียนเชิงนิเวศด้วยกัน (Towards Eco School Together หรือชื่อย่อว่า “Test”)” ที่มูลนิธินิคมอุตสาห กรรมไทยและนิคมอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย ร่วมมือกับชมรมวิศวกรหญิงไทย ภายใต้วิศวกรรมสถานแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์และสมาคมนิคมอุตสาหกรรมไทย ร่วมกันจัดขึ้น เพื่อเฉลิมฉลองมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว 84 พรรษา โดยมีระยะเวลาดำเนินระหว่างปี 25542556 ในแนวทางการดำเนินชีวิตตามหลักเศรษฐกิจพอเพียง ตลอดจนแนวพระราชดำริและพระราชกรณียกิจในด้านอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมเพื่อให้อยู่อย่างยั่งยืนตลอดไป และเพื่อให้โรงเรียนชุมชนนิคมอุตสาหกรรมในพื้นที่รวมทั้งสังคมโดยรอบ เกิดความสมดุลด้านนิเวศและเศรษฐกิจชุมชน โดยมีโรงเรียนเป้าหมายทั้งหมด จำนวน 84 แห่ง ด้วยวงเงินดำเนินการทั้งสิ้น 58,339,286 บาท เริ่มด้วยการสนับสนุนส่งเสริมโรงเรียนรอบนิคมอุตสาหกรรม จำนวน 9 แห่ง เป็นโรงเรียนต้นแบบ มุ่งสู่โรงเรียนเชิงนิเวศภายในปี 2555 แล้วคัดเลือกโรงเรียนที่จะดำเนินการขยายผลโครงการจนครบ 84 แห่งในปี 2556
สำหรับโรงเรียนนำร่องของโครงการนี้ประกอบด้วย โรงเรียนระยองวิทยาคม ภายใต้การกำกับดูแลของนิคมอุตสาหกรรมมาบตาพุด มีวิศวกรหญิง อรสา วิมลเฉลา เป็นผู้รับผิดชอบโครงการ โรงเรียนมาบตาพุดพันพิทยาคาร ภายใต้การกำกับดูแลของนิคมอุตสาหกรรมเหมราชตะวันออก (มาบตาพุด) มีวิศวกรหญิง ดวงพร เที่ยงวัฒนธรรม เป็นผู้รับผิดชอบโครงการ โรงเรียนบ้านมาบตาพุด ภายใต้การกำกับดูแลของนิคมฯ อาร์ไอแอล มีวิศวกรหญิง อัจฉรินทร์ พัฒนพันธ์ชัย เป็นผู้รับผิดชอบโครงการ โรงเรียนบ้านฉางกาญจนกุลวิทยา ภายใต้การกำกับดูแลของนิคมฯ เอเชีย รับผิดชอบโครงการโดยวิศวกรหญิง จันทร์เพ็ญ พิทักษ์สิทธิ์ โรงเรียนปลวกแดงพิทยาคม ภายใต้การกำกับดูแลของนิคมฯ อีสเทิร์นซีบอร์ด ระยอง รับผิดชอบโครงการโดยวิศวกรหญิง ปรียานุช ศุภสิทธิ์ โรงเรียนวัดทิพพาวาส ภายใต้การกำกับดูแลของนิคมฯ ลาดกระบัง รับผิดชอบโครงการโดยวิศวกรหญิง ภัทรา ภูกำพล โรงเรียนจักรคำคณาทร ภายใต้การกำกับดูแลของนิคมฯ ภาคเหนือลำพูน รับผิดชอบโครงการโดยวิศวกรหญิง อัจฉรินทร์ พัฒนพันธ์ชัย โรงเรียนบางปะอิน ภายใต้การกำกับดูแลของนิคมฯ บางปะอิน รับผิดชอบโครงการโดยวิศวกรหญิงปิยพรรณ หันนาคิน โรงเรียนบ้านอ้อมโรงหีบ ภายใต้การกำกับดูแลของนิคมฯ สมุทรสาคร รับผิดชอบโครงการโดยวิศวกรหญิง ลิซ่า งามตระกูลพานิช
วัตถุประสงค์ของโครงการนี้ มุ่งส่งเสริมโรงเรียนรอบนิคมอุตสาหกรรม 9 แห่ง ให้เป็นต้นแบบเชิงนิเวศเพื่อให้สอดรับกับแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ฉบับที่ 11 (พ.ศ. 25552559) และเป็นส่วนหนึ่งของการพัฒนาเมืองเชิงนิเวศในพื้นที่เศรษฐกิจหลัก เพื่อพัฒนาศักยภาพของนักเรียนให้มีการเรียนรู้คิดอย่างเป็นระบบ และริเริ่มโครงการ ยกระดับคุณภาพสิ่งแวดล้อมด้วยกระบวนการมีส่วนร่วมจากทุกคนในโรงเรียนและชุมชน เป็นการเผยแพร่แนวคิดโรงเรียนเชิงนิเวศและขยายผลไปยังโรงเรียนอื่นๆ ในวงกว้างต่อไป
โรงเรียนเชิงนิเวศ (EcoSchool) หมายถึง โรงเรียนที่มุ่งเน้นพัฒนาการเรียนรู้ทางด้านสิ่งแวดล้อมแบบผู้เรียนเป็นศูนย์กลาง เพื่อสร้างความตระหนักการใช้ทรัพยากรอย่างคุ้มค่าและมุ่งยกระดับสมรรถนะทางด้านสิ่งแวดล้อมให้ดียิ่งขึ้น โดยบูรณาการประเด็นทางด้านสิ่งแวดล้อม เชื่อมโยงกับหลักสูตรและกิจกรรมการเรียนรู้ต่างๆ เพื่อให้นักเรียนและทุกคนในโรงเรียน รวมทั้งชุมชนและโรงงานอุตสาหกรรมรอบโรงเรียนมีส่วนร่วมในการคิด และพัฒนาอย่างเป็นระบบองค์รวม เพื่อนำไปสู่การอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม การใช้ทรัพยากรธรรมชาติอย่างยั่งยืน และความเข้าใจเรื่องความสมดุลเชิงนิเวศ และเศรษฐกิจชุมชนโดยมีขั้นตอนดำเนินการคือ
1.แต่งตั้งคณะทำงานด้านเศรษฐกิจนิเวศ (EcoCommittee) คณะทำงานด้านเศรษฐกิจนิเวศจะเป็นตัวขับเคลื่อน โดยสมาชิกของคณะทำงานฯ ควรจะประกอบด้วยผู้แทนนักเรียนจากทุกชั้นเรียน คุณครู ผู้บริหารโรงเรียน ผู้ปกครอง พนักงานโรงเรียน (ได้แก่ ภารโรง แม่ครัว ฯลฯ) รวมประมาณ 100 คน
2.จัดตั้ง “ศูนย์ Eco” ในโรงเรียนเชิงนิเวศ (EcoCenter) เพื่อเป็นสถานที่พบปะ/แลกเปลี่ยนความรู้และดำเนินกิจกรรมร่วมกัน โดยผ่านการจัดประชุม EcoForum ร่วมกัน ซึ่ง EcoCenter จะจัดให้มีสิ่งอำนวยความสะดวก เช่น ชุดคอมพิวเตอร์ ระบบ Internet และอาจรวมถึงระบบสื่อสารทางไกล เช่น จานดาวเทียม เป็นต้น เพื่อใช้ในการศึกษาค้นคว้าข้อมูล
3.จัดตั้งชมรม Eco ในโรงเรียนเชิงนิเวศ (EcoClub) เพื่อรณรงค์และชักชวนให้นักเรียนเป็นสมาชิกของชมรมเพื่อขยายความรู้และความเข้าใจในแนวคิดโรงเรียนเชิงนิเวศเพื่อนำไปสู่การปฏิบัติจริงและจัดทำฐานข้อมูลสมาชิกโครงการเพื่อสร้างเครือข่าย EcoClub ให้แพร่หลายและขยายผลต่อไป
4.วิเคราะห์ข้อมูลด้านสิ่งแวดล้อม/พลังงานที่ใช้ในโรงเรียน
5.จัดทำแผนปฏิบัติการด้านสิ่งแวดล้อม/พลังงาน จัดเรียงลำดับความสำคัญของผลลัพธ์ที่ได้จากการวิเคราะห์ข้อมูลด้านสิ่งแวดล้อม/พลังงานที่ใช้ในโรงเรียน เพื่อคัดเลือกประเด็นที่มีนัยสำคัญมาจัดทำแผนปฏิบัติการด้านสิ่งแวดล้อม
6.ประกาศเจตนารมณ์ด้านสิ่งแวดล้อม (EcoCode) แสดงเจตนารมณ์และความมุ่งมั่นที่จะยกระดับสมรรถนะทางด้านสิ่งแวดล้อมให้ดีขึ้น โดยเจตนารมณ์ที่จะประกาศต้องเป็นที่จดจำได้ง่ายของทุกคนในโรงเรียน
7.ลงมือปฏิบัติตามแผนปฏิบัติการฯ โดยการมีส่วนร่วมของทุกคนในโรงเรียน รวมทั้งจัดกิจกรรมรณรงค์ส่งเสริมทางด้านสิ่งแวดล้อมอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้ทุกคนในโรงเรียน (ได้แก่ นักเรียน คุณครู พนักงานโรงเรียน ฯลฯ) ได้ร่วมกันปฏิบัติตามแผนปฏิบัติการฯ เพื่อให้บรรลุเป้าหมายที่ได้ตั้งไว้
8.การบูรณาการเรียนรู้ด้านสิ่งแวดล้อมศึกษาและการจัดการความรู้เผยแพร่สู่ชุมชน/จัดทำ Database สู่ Information และ Knowledge (องค์ความรู้) เพื่อเผยแพร่ในลักษณะสื่อหลากหลายรูปแบบ เช่น สิ่งพิมพ์ ระหว่างครู นักเรียน ผู้ปกครอง และเครือข่าย
9.ติดตามและประเมินผลพร้อมทั้งพัฒนาอย่างต่อเนื่อง มีการบันทึกข้อมูลและติดตามผลความก้าวหน้าพร้อมทั้งปรับปรุงและพัฒนาอย่างต่อเนื่อง
ทั้งหมดนี้ เป็นเพียงก้าวแรกของโครงการพัฒนาโรงเรียนเชิงนิเวศที่ อัญชลี ชวนิชย์ และบรรดาวิศวกรหญิงพร้อมด้วยความร่วมมือร่วมใจขององค์กรภาคเอกชน ที่หวังจะเห็นโรงเรียนและชุมชนทั่วประเทศมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น เพื่อการอยู่ร่วมกันอย่างผาสุกของคนไทย อนาคตจึงหวังว่าก้าวแรกนี้จะนำไปสู่ก้าวต่อไปที่มีพลังและสร้างสรรค์ เพื่อประโยชน์ส่วนรวมอย่างจริงจัง







