
ผบช.ภ.2ปูด165ศพเป็นเหยื่อพายุเกย์
ผบช.ภ.2 อ้างมีหลักฐานยืนยัน 165 ศพ เป็นเหยื่อพายุเกย์ ปัดโยงการเมือง ด้านชัจจ์ โต้เอี่ยว บอกจุ้นเพราะมีคนร้องเรียน
ผบช.ภ.2 อ้างมีหลักฐานยืนยัน 165 ศพ เป็นเหยื่อพายุเกย์ ปัดโยงการเมือง ด้านชัจจ์ โต้เอี่ยว บอกจุ้นเพราะมีคนร้องเรียน
พล.ต.ท.ไถง ปราศจากศัตรู ผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 2 เปิดเผยความคืบหน้าคดี 165 ศพปริศนา ที่ถูกฝังไว้ที่วัดคลองตากวา วัดสมอโพรง และวัดห้วยยาง อ.แกลง จ.ระยอง ว่า ศพทั้งหมดนั้นยืนยันได้จากเอกสารที่ระบุก่อนนำศพมาฝังทั้ง 3 วัน ว่าเป็นศพไร้ญาติ ที่ประสบเหตุจากพายุเกย์เมื่อปี 2532 และศพทั้งหมดก็เป็นโครงกระดูกหมดแล้ว ซึ่งก่อนที่จะนำมาฝังนั้น ก็มีการถ่ายรูปติดตามหาญาติมาเป็นเวลานานเกิน 5 ปี และไม่มีผู้มาติดต่อ จนศพเน่าเปื่อย เหลือแต่กระดูก ทาง จ.ชุมพร จึงประสานส่งมาฝังในวัด 3 แห่ง เพื่อทำพิธีทางศาสนา
ส่วนจะมีศพมาขอฝังเพิ่มนั้น ทางวัดยืนยันว่าไม่มีแน่นอน และการฝังศพไร้ญาติแต่ละครั้ง จะมีทั้งตัวแทนชาวบ้าน ผู้ใหญ่บ้าน เข้าร่วมตรวจสอบและตรวจเอกสารการขอฝังอย่างถูกต้องตามหลักการ หากพบศพที่ไร้ญาติ ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจก็จะประสานมูลนิธิ ให้นำศพไปดูแลและประกาศหาญาติ จนกระทั่งนำมาฝังที่วัด
ทั้งนี้ พล.ต.ท.ไถง ยังระบุว่า เรื่องที่เกิดขึ้นนั้น เคยมีข่าวมาแล้ว 1 ครั้ง และมีเอกสารชี้แจงไปแล้ว แต่ก็ไม่เข้าใจว่าเกิดขึ้นได้อีกเช่นไร ซึ่งไม่ขอโต้แย้งว่าเป็นเรื่องการเมืองหรือไม่ ขณะที่กองพิสูจน์หลักฐาน สตช. ได้ส่งกำลังเสริมเข้าไปตรวจสอบเรื่องดังกล่าวแล้ว
ด้าน พล.ต.ท.ชัจจ์ กุลดิลก รมช.คมนาคม เปิดเผยถึงกรณีที่มีผู้สงสัยว่า ตนเกี่ยวข้องอย่างไรกับเหตุการณ์ 165 ศพ ว่า ตนได้รับเรื่องร้องเรียนมาก่อนหน้านี้ว่า มีการนำศพดังกล่าวมาฝังไว้ที่วัด 2 แห่ง เป็นจำนวนมากและมีพฤติกรรมไม่ชอบมาพากล เมื่อพบว่ามีมูลจึงลงพื้นที่ไปตรวจสอบเอง
ส่วนที่มีข่าวว่า ตนสั่งการให้ พล.ต.ท.สัณฐาน ชยนนท์ ผู้บัญชาการสำนักงานกฎหมายและคดี ลงไปตรวจสอบนั้น ไม่ได้เป็นการสั่งการแต่อย่างใด เนื่องจากไม่มีอำนาจ แต่เนื่องจากเคยเป็นตำรวจมาก่อน และรู้จักกับ พล.ต.ท.สัณฐาน ที่ดูเรื่องกฎหมายและคดี ซึ่งเกี่ยวข้องกับเรื่องดังกล่าวโดยตรง จึงขอให้ไปช่วยตรวจสอบว่าสุสานดังกล่าวมีการขออนุญาตหรือไม่ การขนศพมีใบมรณบัตร รวมถึงมีใบอนุญาตเป็นสุสานที่ถูกต้องหรือไม่ เพราะเป็นข้อละเอียดอ่อนปลีกย่อย ซึ่งหากได้ข้อมูล หรือข้อสรุปในเบื้องต้น ทั้งที่ไปที่มาของศพแล้ว ต่อไปก็เป็นหน้าที่ของตำรวจท้องที่ หรือ สตช. ที่ต้องดำเนินการตามขั้นตอนของกฎหมายต่อไป เพื่อให้เกิดความกระจ่าง
ขณะเดียวกัน รมช.คมนาคม ยังกล่าวถึงความพร้อมเรื่องการแถลงนโยบายรัฐบาล ในวันที่ 23-24 สิงหาคมนี้ ว่า ในส่วนของกระทรวงคมนาคมนั้น รัฐมนตรีว่าการฯ จะเป็นคนแถลงนโยบายทั้งหมด ส่วนความชัดเจนเรื่องนโยบายเร่งด่วน บทบาทและหน้าที่ในกระทรวง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคมจะเรียกประชุมอีกครั้งหลังการแถลงนโยบาย โดยยืนยันว่า ไม่รู้สึกหนักใจเกี่ยวกับการทำหน้าที่ เนื่องจากตนเคยทำงานในหลายๆ บทบาทที่ยากกว่านี้ อีกทั้งกระทรวงก็มีแผนแม่บทที่ชัดเจนอยู่แล้ว







