
ประชุมแบ่งเค้กกมธ.สภาฯเดือด
ประชุมแบ่งเค้กกมธ.สภาฯเดือด "ปชป."ไม่พอใจกระบวนการเลือกปธ.กมธ. หลังเพื่อไทยอ้างเสียงข้างมากมีสิทธิเลือกก่อน
ประชุมแบ่งเค้กกมธ.สภาฯเดือด "ปชป."ไม่พอใจกระบวนการเลือกปธ.กมธ. หลังเพื่อไทยอ้างเสียงข้างมากมีสิทธิเลือกก่อน
ที่ประชุมตัวพรรคการเมืองเพื่อจัดสรรสัดส่วนคณะกรรมาธิการ(กมธ.)สามัญประจำสภาผู้แทนราษฎร ทั้ง 35 คณะ ที่มีนายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาฯเป็นประธานการประชุม ได้ข้อสรุปร่วมกันว่าในเรื่องสัดส่วนตำแหน่งประธานกมธ.ของแต่ละพรรคการเมือง โดยพรรคเพื่อไทย 19 คณะ พรรคประชาธิปัตย์ 11 คณะ พรรคภูมิใจไทย 2 คณะ พรคชาติไทยพัฒนา 1 คณะ พรรคชาติพัฒนาเพื่อแผ่นดินและพรรคมหาชน 1 คณะ พรรคพลังชลและพรรคประชาธิปไตยใหม่1 คณะ
ทั้งนี้พรรคมาตุภูมิ พรรครักประเทศไทย และ พรรครักษ์สันติได้ประกาศรวมเสียงทั้งหมด 7เสียงเพื่อขอให้ที่ประชุมจัดสรรให้มีประธานกมธ.1คณะแต่มีค่าเฉลี่ยไม่พอเมื่อเทียบกับพรรคการเมืองอื่นทำให้ไม่มีสัดส่วนประธานกมธ.แต่อย่างใด
อย่างไรก็ตาม ที่ประชุมไม่สามารถหาข้อสรุปในเรื่องการกำหนดวิธีการเลือกประธานกมธ.ได้เนื่องจาก พรรคเพื่อไทยและพรรคประชาธิปัตย์มีความเห็นไม่ตรงกัน ทำให้บรรยากาศในห้องประชุมเป็นไปอย่างตึงเครียดเมื่อตัวแทนของพรรคเพื่อไทยนำโดยนายวิชาญ มีนชัยนันท์ สส.กทม. นายไพจิต ศรีวรขาน สส.นครพนม และ นายวิรัช รัตนเศรษฐ์ สส.บัญชีรายชื่อ เสนอว่าให้การเลือกประธานกมธ.เป็นไปตามสัดส่วนของสส.แต่ละพรรคการเมืองโดยให้พรรคที่มีสส.มากที่สุดเป็นผู้เลือกก่อน
ขณะที่ พรรคประชาธิปัตย์ นำโดยนายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฎ์ สส.บัญชีรายชื่อ แสดงความไม่พอใจว่า สภาฯมีหน้าที่ตรวจสอบการทำงานของฝ่ายบริหาร จึงไม่เข้าใจทำไมพรรคเพื่อไทยต้องเสนอวิธีการดังกล่าวแบบนี้เพราะสภาฯเป็นกลไกตรวจสอบไม่ใช่กลไกปกป้อง ขอให้ดูเจตนารมณ์ตรงนี้ด้วย
จากนั้น นายจุรินทร์ ได้เสนอว่า ให้แต่ละพรรคการเมืองแสดงความจำนงต่อที่ประชุมว่าต้องการประธานกมธ.คณะใด หากเสนอไม่ตรงกันก็ให้พรรคการเมืองนั้นได้รับตำแหน่งทันที แต่ถ้าพรรคการเมืองมีความประสงค์ต้องการตำแหน่งประธานกมธ.เดียวกัน เบื้องต้นให้มีการเจรจากันก่อน ซึ่งถ้าถึงที่สุดแล้วไม่สามารถตกลงกันจึงจะชี้ขาดด้วยการจับฉลาก
ภายหลังจากใช้เวลาอภิปรายกันอย่างกว้างขวางนานกว่า2 ชั่วโมง ทำให้นายเจริญ สรุปต่อที่ประชุมว่าขอให้แต่ละพรรคการเมืองนำข้อเสนอของนายจุรินทร์ไปหารือเป็นการภายในถ้าเห็นด้วยหรือไม่เห็นด้วยอย่างไรให้มาเสนอต่อที่ประชุมเพื่อหาข้อสรุปอีกครั้งในวันที่ 31 ส.ค.เวลา 13.00น.







