
ปาฏิหาริย์ ไม่มีแล้ว
ถ้าประชากรบนโลกใบนี้ใช้ชีวิตอย่างคนอเมริกัน แน่นอนว่าเราไม่มีทรัพยากรเพียงพอหรอกครับ
ถ้าประชากรบนโลกใบนี้ใช้ชีวิตอย่างคนอเมริกัน แน่นอนว่าเราไม่มีทรัพยากรเพียงพอหรอกครับ
โดย..ภาสกร พุทธิชีวิน
ถ้าประชากรบนโลกใบนี้ใช้ชีวิตอย่างคนอเมริกัน แน่นอนว่าเราไม่มีทรัพยากรเพียงพอหรอกครับ แต่ถ้าจะให้พอเราจะต้องมีโลกของเรามากถึง 5 ใบครึ่ง...เขาว่ากันแบบนั้น
เรื่องราวของคนอเมริกันน่าสนใจขึ้นมาอีกครั้งครับ หลังจาก เอส แอนด์ พี สถาบันการจัดอันดับความน่าเชื่อถือลดเกรดสหรัฐอเมริกาจาก AAA เป็น AA+ ซึ่งถือว่าเป็นครั้งแรกในรอบ 70 ปี เล่นเอาตระหนกกันไปทั้งโลก อาการหนักกว่าเพื่อนคือ ประเทศจีน ครับ เพราะมีเงินดอลลาร์สหรัฐสำรองมากที่สุด และถือเป็นเจ้าหนี้รายใหญ่ที่สุดของอเมริกา
สำนักข่าวแห่งหนึ่งของจีนบอกว่า สาเหตุที่อเมริกาเกิดปัญหา เพราะเสพติดหนี้สิน เอะอะอะไรก็กู้ อเมริกาจะแก้ปัญหาได้ก็ต่อเมื่อจะต้องมีสามัญสำนึกว่าจะต้องใช้ชีวิตจากสิ่งที่ตัวเองมีเท่านั้น
ว่ากันว่านอกจากเรื่องกู้แล้ว ยังมีปัญหาอีกส่วนหนึ่งที่อาจจะเป็นสาเหตุให้อเมริกาเกิดปัญหาครั้งนี้ ผมจะพาไปดูครับ
สหรัฐอเมริกามีประชากรอยู่ราวๆ 5% ของโลก แต่อเมริกาเป็นผู้ใช้พลังงานมากที่สุดในโลก คือ 23% ทั้งนี้คนอเมริกันถือว่ามีอัตราบริโภคต่อคนสูงที่สุดในโลก ถ้าจัดอันดับการบริโภคจากมากไปน้อย คนอเมริกันถือว่าบริโภคมากที่สุด และบริโภคมากกว่าประเทศที่อยู่ท้ายตาราง 127 ประเทศ รวมกันเสียอีก
ที่สำคัญอัตราอาหารเหลือทิ้ง ทั้งๆ ที่ยังเป็นอาหารที่ดีอยู่ มีมากถึง 27% หากเอาอาหารเหล่านั้นกลับมาใช้ใหม่ จะสามารถเลี้ยงปากท้องคนบนโลกนี้ได้ถึง 22 ล้านคนครับ
อเมริกายังเป็นประเทศที่ใช้พลังงานมากที่สุดในโลก โดยเฉพาะน้ำมัน โดยมีจีนกับญี่ปุ่นเป็นผู้ใช้มากเป็นอันดับ 2 และ 3 ตามลำดับ แต่การใช้น้ำมันของอเมริกามากกว่าจีนกับญี่ปุ่นรวมกันเสียอีก ที่สำคัญจีนกับญี่ปุ่นรวมกันยังบริโภคน้ำมันไม่ถึงครึ่งหนึ่งของอเมริกาเลยครับ หากพวกเราทุกคนบริโภคน้ำมันเหมือนคนอเมริกันแล้ว การบริโภคน้ำมันของโลกจะเพิ่มขึ้นถึง 110%
ยังไม่หมดครับ คนอเมริกันยังผลิตขยะต่อคนสูงที่สุดในโลกอีกด้วย คือประมาณ 2 กิโลกรัมต่อคนต่อวัน จนทำให้อเมริกามีที่ทิ้งขยะที่ใหญ่ที่สุดชื่อ “ปานเดฮิจส์ วิตติเออร์” รัฐแคลิฟอร์เนีย ในแต่ละวันรองรับขยะถึง 1.2 หมื่นตัน/วัน และสามารถนำก๊าซมีเทนที่เกิดจากการย่อยสลายของขยะอินทรีย์มาผลิตกระแสไฟฟ้า จ่ายไฟฟ้าให้กับบ้านเรือนถึง 7 หมื่นหลังคาเรือน
อเมริกาถือเป็นผู้นำด้านนิวเคลียร์ทุกด้าน ในวันนี้อเมริกาเป็นผู้บริโภคและเป็นผู้ผลิตพลังงานจากนิวเคลียร์มากที่สุด ในส่วนของพลังงานลม อเมริกาเป็นผู้ผลิตพลังงานของลมเป็นอันดับ 2 รองจากประเทศเยอรมนี
คนอเมริกันเป็นผู้นำด้านเทคโนโลยี จึงมีคอมพิวเตอร์มากติดอันดับต้นๆ ของโลก ซึ่งทำให้เกิดความสูญเปล่าในด้านพลังงานจากการเปิดเครื่องคอมพิวเตอร์ทิ้งไว้
รู้กันหรือเปล่าครับว่าอเมริกาประเทศเดียวสูญเสียพลังงานไปโดยเปล่าประโยชน์ถึงปีละ 3,000 ล้านเหรียญสหรัฐ คิดเป็นเงินไทยก็ประมาณ 1 แสนล้านบาท นอกจากเสียเงินแล้วการเปิดคอมพิวเตอร์ทิ้งไว้ยังก่อให้เกิด CO2 ซึ่งเป็นตัวการทำโลกร้อนอีกปีละ 20 ล้านตันคาร์บอน
ถ้าเกิดมีการรณรงค์ให้คนอเมริกันปิดคอมพิวเตอร์หลังจากไม่ใช้งานแล้วสัก 1 ล้านเครื่องในเวลา 1 ปี จะมีไฟฟ้าเหลือเพียงพอต่อการใช้ไฟทั้งภายใน ภายนอกของตึกเอมไพร์สเตตในเมืองนิวยอร์กได้นานถึง 30 ปีทีเดียวครับ
ในโลกนี้ผืนป่าประมาณ 5% เป็นผืนป่าที่ถูกปลูกทดแทนขึ้นมา จีนเป็นประเทศที่มีผืนป่าจากการปลูกทดแทนมากที่สุดคือ 71% ของป่าทั้งหมดในจีน เพราะจีนให้ความสำคัญกับเรื่องนี้มาก ถึงกับมีคำสอนว่า
“หากปรารถนาความรุ่งเรืองใน 1 ปี จงเพาะปลูก หากปรารถนาความรุ่งเรืองเป็น 10 ปี จงปลูกต้นไม้ หากปรารถนาความรุ่งเรืองนานเป็น 100 ปี จงปลูกฝังจิตสำนึก และความรู้แก่ผู้คน”...คมทีเดียวครับ
ส่วนอเมริกานับว่ามีป่าทดแทนมาเป็นอันดับ 2 คือ 17% ของพื้นที่ป่าทั้งหมดของอเมริกา และมีพื้นที่ที่กันไว้สำหรับเพาะปลูกมากที่สุดในโลก คือ 178 ล้านเฮกเตอร์
ทั้งหมดคือภาพของอเมริกา ปัญหาต่างๆ ที่โหมพัดกระหน่ำอเมริกา จะโทษว่าเพราะการใช้ชีวิตของคนอเมริกันอย่างเดียวคงไม่ได้ แต่การใช้ชีวิตของคนอเมริกันก็น่าจะมีส่วนไม่มากก็น้อยที่ทำให้ปัญหาของประเทศลุกลามใหญ่โตขึ้น
การเปลี่ยนแปลงใดๆ ที่อเมริกา ย่อมมีผลกระทบต่อโลกใบนี้ ถึงขนาดพูดกันว่าเพียงแค่อเมริกาจาม โลกทั้งใบก็เป็นหวัดในทันที
ถึงตอนนี้อเมริกาต้องกล้าเปลี่ยนแปลงครับ ไม่ใช่เพื่อคนอเมริกันเท่านั้น แต่เพื่อคนทั้งโลก การใช้ชีวิตเหมือนเดิมทุกวัน ทุกเดือน ทุกปี แล้วหวังว่าโลกจะดีขึ้น เป็นสิ่งที่เป็นไปไม่ได้
โลกทุกวันนี้ “ไม่มีปาฏิหาริย์” อีกแล้วครับ







