
ศิริราชพัฒนาผ่าตัดบวมน้ำเหลืองสำเร็จ
ศิริราชเจ๋ง ผ่าตัดภาวะบวมน้ำเหลืองครั้งแรกในไทย เผยบรรจุในสิทธิประกันสุขภาพให้ประชาชนรักษาได้ฟรี
ศิริราชเจ๋ง ผ่าตัดภาวะบวมน้ำเหลืองครั้งแรกในไทย เผยบรรจุในสิทธิประกันสุขภาพให้ประชาชนรักษาได้ฟรี
นพ.ธีรวัฒน์ กุลทนันทน์ คณบดีคณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล มหาวิทยาลัยมหิดล เปิดเผยว่า ศิริราชพยาบาลได้พัฒนาการผ่าตัดรักษาผู้ป่วยภาวะบวมน้ำเหลืองตามร่างกาย อาทิ แขน ขา ด้วยวิธีการต่อหลอดน้ำเหลืองเข้าหลอดเลือดดำขนาดเล็กด้วยกล้องจุลทรรศน์ สำเร็จเป็นครั้งแรกของประเทศไทย
นพ.ศิริชัย กำเนิดนักตะ แพทย์ผู้เชี่ยวชาญการผ่าตัดด้วยกล้องจุลทรรศน์ กล่าวว่า การผ่าตัดชนิดนี้เรียกว่าเทคนิค supermicrosurgery เริ่มจากให้ยาสลบคนไข้ จากนั้นเปิดแผลกว้าง 3-4 เซนติเมตร ต่อทางเดินน้ำเหลืองเข้าหลอดเลือดดำ 3-4 ตำแหน่ง ด้วยอุปกรณ์พิเศษร่วมกับกล้องจุลทรรศน์กำลังขยายสูง โดยใช้เวลาทั้งสิ้น 4-5 ชั่วโมง ผู้ป่วยใช้เวลาพักฟื้น 1 คืนก็สามารถกลับบ้านได้
นพ.ศิริชัย กล่าวว่า หลังการผ่าตัดผู้ป่วยควรดูแลตัวเองด้วยการออกกำลังกายเบาๆ ที่ไม่เป็นอันตรายต่อสุขภาพ เช่น พันผ้ายืดหรือใส่ถุงน่องหลังผ่าตัดประมาณ 1 เดือน และทำต่อเนื่องอีก 6 -12 เดือน พร้อมตรวจติดตามอาการของผู้ป่วยเป็นระยะๆ
“เทคนิคนี้จะช่วยให้เสียเลือดน้อย บาดแผลเล็ก ฟื้นตัวเร็ว และลดภาวะแทรกซ้อนจากโรคอื่นๆ เช่น แผลติดเชื้อ แผลแยก หรือเลือดคั่ง ได้มากกว่าการผ่าตัดวิธีอื่น”
นพ.อภิรักษ์ ช่วงสุวนิช หัวหน้าสาขาวิชาศัลยศาสตร์ตกแต่ง กล่าวว่า ค่าบริการสำหรับการผ่าตัดหลอดน้ำเหลืองอุดตันประมาณ 1 แสนบาท แต่วิธีการนี้ได้บรรจุลงในชุดสิทธิประโยชน์ของระบบประกันสุขภาพแล้ว ทั้งผู้ที่ใช้สิทธิหลักประกันสุขภาพถ้วนหน้า (บัตรทอง) ประกันสังคม และสวัสดิการข้าราชการ สามารถรักษาได้โดยไม่เสียค่าใช้จ่ายใดๆ
ทั้งนี้ อาการบวมดังกล่าวเกิดได้จากหลายกรณี อาทิ พันธุกรรม หรือเกิดภายหลังการเข้ารับผ่าตัดต่อมน้ำเหลืองออกไป เช่น การผ่าตัดมะเร็งหรือเนื้องอกบริเวณปากมดลูก เต้านม หรืออัณฑะ ความถึงภายหลังได้รับการฉายรังสีรักษาใกล้ขาหนีบ รักแร้ และการติดเชื้อและอับเสบรุนแรง
สำหรับอาการ ระยะแรกอาจไม่แสดงอาการใดๆ จากนั้นจะเริ่มบวม เมื่อใช้นิ้วกดจะเป็นรอยบุ๋ม ต่อมาผิวหนังมีความผิดปกติ เริ่มมีการสะสมของพังผืดใต้ผิวหนังมาก ผิวมีสีคล้ำและหนาขึ้น หากปล่อยทิ้งไว้จะเกิดการอักเสบติดเชื้อใต้ผิวหนัง หากไม่ได้รับการรักษาอย่างเหมาะสมอาจนำไปสู่ภาวะแทรกซ้อนที่รุนแรง







