
นายกฯหญิงแถลงขอร่วมทุกฝ่ายแก้ปัญหาชาติ
"ยิ่งลักษณ์"รับสนองพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯเป็นนายกฯ แถลงพร้อมร่วมทุกฝ่ายแก้ปัญหา ย้ำไม่ทำเพื่อกลุ่มใดกลุ่มหนึ่ง
"ยิ่งลักษณ์"รับสนองพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯเป็นนายกฯ แถลงพร้อมร่วมทุกฝ่ายแก้ปัญหา ย้ำไม่ทำเพื่อกลุ่มใดกลุ่มหนึ่ง
เมื่อเวลา 18.30น. นายพิทูร พุ่มหิรัญ เลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร ได้อัญเชิญพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯแต่งตั้ง น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ส.ส.บัญชีรายชื่อพรรคเพื่อไทยเป็นนายกรัฐมนตรี มายังบริเวณชั้น 7 อาคารที่ทำการพรรคเพื่อไทยเพื่อประกอบพิธีรับสนองพระบรมราชโองการ โดยนายอนุสรณ์ อมรฉัตร สามี และ ด.ช.ศุภเสกข์ อมรฉัตร บุตรชาย น.ส.ยิ่งลักษณ์ เดินทางมาร่วมพิธีด้วย
ทั้งนี้บรรยากาศที่พรรคเพื่อไทยคับคั่งไปด้วย กรรมการบริหารรวมทั้งส.ส.ของพรรคที่ได้แต่งชุดขาวเต็มยศมาร่วมพิธี ตลอดจนกลุ่มคนเสื้อแดงที่เดินทางมาให้กำลังใจเป็นจำนวนมาก
น.ส.ยิ่งลักษณ์ แถลงภายหลังพิธีรับสนองพระบรมราชโองการว่า พี่น้องประชาชนคนไทยที่เคารพรักทุกคน ในวาระที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงมีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ ให้ดิฉันดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรี เพื่อรับสนองพระบรมราชโองการ รับใช้เบื้องพระยุคลบาท ประเทศชาติและประชาชนในวาระนี้
ดิฉันถือเป็นเกียรติอันสูงสุดและเป็นมิ่งมงคลแก่ชีวิตหาที่สุดมิได้ ดิฉันและครอบครัวรู้สึกสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณในพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวเป็นล้นพ้น นับเป็นพลังอันยิ่งใหญ่ ที่ดิฉันขอเทิดทูนไว้เหนือเกล้าเหนือกระหม่อม ด้วยความจงรักภักดี ดิฉันพร้อมที่จะทุ่มเท มุ่งมั่นอย่างเต็มที่ และจะอุทิศตนเพื่อตอบแทนบุญคุณแผ่นดินให้เกิดประโยชน์สูงสุดต่อประเทศชาติ และประชาชนตลอดไป
โดยเฉพาะอย่างยิ่งในวโรกาสที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว จะทรงเจริญพระชนมายุครบ 7 รอบหรือ 84 พรรษาในเดือนธันวาคมนี้ และในวโรกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษา สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชชินีนาถ ในวันที่ 12 สิงหาคมปีนี้ นับเป็นวโรกาสพิเศษที่สำคัญยิ่งต่อพี่น้องคนไทยทุกคน ดิฉันขอเชิญชวนพี่น้องประชาชนทุกหมู่เหล่าได้ร่วมกันถวายพระพร เพื่อแสดงความสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณแด่ล้นเกล้าทั้ง 2 พระองค์ เพื่อเป็นสิริมงคลแก่ทุกท่านโดยพร้อมเพรียงกัน
ดิฉันขอขอบคุณพี่น้องประชาชนคนไทย ขอบคุณสมาชิกพรรค ขอบคุณพี่น้องผู้ร่วมอุดมการณ์ประชาธิปไตย และสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรทุกท่าน ที่ได้กรุณาให้โอกาสแก่ดิฉันได้ทำงานในตำแหน่งนายกรัฐมนตรี ดิฉันถือเป็นภาระหน้าที่อันยิ่งใหญ่ที่ต้องการพลังจากทุกภาคส่วน ร่วมกันผลักดันให้ประเทศชาติของเราก้าวข้ามอุปสรรคและปัญหาต่างๆ เพื่อประกาศเกียรติยศศักดิ์ศรี ให้เป็นที่ประจักษ์และยอมรับของนานาประเทศในสากล
ดิฉันระลึกถึง พระบรมราโชวาท ที่ได้รับพระราชทานแก่บัณฑิตมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ เมื่อวันที่ 24 ม.ค. 2532 ซึ่งดิฉันเป็นบัณฑิตจบรุ่นนั้น โดยดิฉันขออัญเชิญพระบรมราโชวาทบางตอน ดังนี้ “ประการสำคัญ ต้องพยายามใช้ความคิด ความเฉลียวฉลาด ปรับปรุงตัว ปรับปรุงงานให้มีประสิทธิภาพเสมอ พร้อมทั้งพยายามประสานงาน ประสานประโยชน์กับทุกคนและทุกฝ่ายสัมพันธ์ที่เกี่ยวข้องด้วย โดยสอดคล้องทั่วถึง งานจึงสัมฤทธิ์ผลเป็นประโยชน์ที่พึงประสงค์ คือ เป็นประโยชน์แก่งาน แก่ตัวผู้ปฏิบัติ และแก่ส่วนรวม พร้อมทุกส่วน จึงขอให้บัณฑิตนำสิ่งที่พูดนี้ ไปพิจารณาให้เข้าใจเพื่อใช้เป็นแนวทางต่อไป” ซึ่งดิฉันได้นอบนำมาเทิดทูนไว้เหนือเกล้า เหนือกระหม่อม และจะใช้เป็นแนวทางในการทำงานเพื่อผลักดันงานต่างๆ ของรัฐบาล ต่อไป
ดิฉันขอปวารณาตน ที่จะนำความรู้ ความสามารถและสติปัญญาทุ่มเททำงานด้วยความซื่อสัตย์สุจริต และตั้งใจอย่างเต็มที่ เพื่อนำพาประเทศชาติของเราไปสู่ความสงบสุข ความสามัคคีปรองดอง และมีเจตนารมณ์แน่วแน่ที่จะเข้ามาทำงานเพื่อแก้ไขปัญหาให้พี่น้องประชาชน ดิฉันพร้อมทำงานร่วมกับพี่น้องข้าราชการ รัฐวิสาหกิจ ภาคเอกชน สื่อมวลชนทุกแขนง และพี่น้องประชาชนทุกพื้นที่อย่างตั้งใจเต็มใจ เพื่อให้ความสุขกลับคืนมาสู่พี่น้องคนไทยทั้งประเทศอีกครั้ง
ดิฉันตระหนักดีว่า การเป็นนายกรัฐมนตรีหญิง ในสถานการณ์ขณะนี้ เป็นความท้าทายและความคาดหวังอย่างมาก จากพี่น้องประชาชน แต่ดิฉันเชื่อมั่นว่าความเป็นผู้หญิงจะไม่เป็นอุปสรรคต่อการทำงาน ในทางตรงกันข้ามความเข้มแข็งที่ควบคู่กับความอ่อนโยน การรับฟังปัญหาทัศนะที่แตกต่าง จะช่วยให้เราเห็นทางเลือกใหม่ๆ ในการแก้ไขปัญหาได้ง่ายขึ้น
สุดท้ายดิฉันขอขอบคุณพี่น้องประชาชนทั่วประเทศ ที่ให้โอกาสดิฉัน ซึ่งถือว่าเป็นพันธะสัญญาทางใจ ให้ตระหนักถึงหน้าที่และความรับผิดชอบที่ยิ่งใหญ่ในการตอบแทนคุณแผ่นดินด้วยความภาคภูมิใจ “ดิฉันจะมุ่งมั่น สร้างสุข สลายทุกข์” ให้แก่พี่น้องประชาชนอย่างสุดกำลังความสามารถ ดิฉันจะไม่ทำเพื่อกลุ่มใด กลุ่มหนึ่ง แต่จะทำเพื่อประเทศชาติและคนไทยทุกคน
"เสนาะ"คาดนายกฯนำรายชื่อครม.ใหม่ทูลเกล้าฯ 9 ส.ค.
นายเสนาะ เทียนทอง ส.ส.ระบบบัญชีรายชื่อพรรคเพื่อไทย กล่าวว่า คาดว่าน.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี จะนำรายชื่อคณะรัฐมนตรี (ครม.) ชุดใหม่ขึ้นทูลเกล้าฯได้ในวันที่9ส.ค. และคาดว่าจะเข้าเฝ้าฯเพื่อถวายสัตย์ปฏิญาณในวันที่ 10ส.ค.







