
นักล่าอสรพิษ สยบสัตว์ร้ายทั่วกรุง
8...อิทธิกร เถกิงมหาโชค
ปัญหาอสรพิษรุกรานเคหสถานในเมืองหลวงอย่างกทม. ใครเป็นเจ้าของบ้านต้องคิดหนักทุกราย วันดีคืนดีเจองูเห่าเลื้อยเข้ามาในบ้าน หรือแม้แต่สัตว์เลื้อยคลายอีกนานาชนิด ก็ไม่รู้จะหันหน้าไปพึ่งใคร
สมภพ ศรีดารณพ อาสาสมัครป้องกันภัยฝ่ายพลเรือน (อปพร.) เขตคลองสาน วัย 57 ปี คร่ำหวอดในวงการนักล่าอสรพิษมานานกว่า 40 ปี ให้คำแนะนำว่า ปัญหางูเลื้อยเข้าบ้านมีให้เจอทุกวัน ทั้งงูเห่า งูเขียวหางไหม้ต่อหัวเสือที่มีพิษร้ายแรง รวมถึงตัวเงินตัวทอง ฯลฯ
ส่วนใหญ่เมื่อชาวบ้านพบเห็นสัตว์เหล่านี้ จะโทร.แจ้งที่หมายเลขฉุกเฉิน 191 หรือ 199 แต่เมื่อความเกลียดกลัวสุดขีดบีบคั้นจนรอเจ้าหน้าที่ไม่ไหว อาสาสมัครกู้ภัยที่มาถึงจุดเกิดเหตุเร็วกว่าจึงกลายเป็น
“ฮีโร่” ของชาวบ้าน... นี่คือดีกรีความแรงของสมภพที่สะสมมาทั้งชีวิตกับงานล่าอสรพิษ 24 ชั่วโมง ที่ถูกโทร.ตามผ่านหมายเลข 0890438445 จนสายแทบไหม้สมภพ วิเคราะห์ทำเลทองที่มักเจองูชุกชุมว่า มักเป็นบ้านที่มีโพรงใต้ถุน มีมุมมืดอับชื้นซ่อนอยู่ ยิ่งเป็นสถานที่รกชัฏ วางของระเกะระกะจนเห็นหนูวิ่งเข้าออกกันวุ่น นั่นแหละอาหารอันโอชะของงูที่พาเหรดกันมาขอร่วมชายคาบ้านด้วยจนคนในบ้านคนหัวลุก วิธีกำจัดงูจึงไม่ใช่แค่จับ แต่ต้องตัดวงจรชีวิตของมันไม่ให้ยุ่มย่ามกับมนุษย์
เริ่มกันที่ชีวิต งูเหลือม ด้วยขนาดที่ใหญ่จนน่าสยอง บางครั้งยาว 56 เมตร น้ำหนัก 3040 กก. ลำตัวอวบใหญ่เท่าท่อนขาคน
สมภพ ขยายความว่า งูเหลือมขนาดใหญ่สามารถกลืนกินคนเป็นๆ ได้ทั้งตัว โดยงูจะรัดจนกระดูกแตก ยิ่งดิ้นก็ยิ่งรัดจนขาดใจ กล้ามเนื้องูมี 500 เส้น มากกว่าคน 10 เท่าตัว จะเอาแรงที่ไหนสู้ไหว งูเหลือมกัดทีเหมือนเข็มแทงรวดเดียว 72 เข็ม สุดเจ็บปวดและแสนทรมาน
สมภพ ประดิษฐ์เครื่องมือง่ายๆ ที่คิดค้นขึ้นเอง โดยซื้อไม้กอล์ฟใช้แล้วจากตลาดคลองถม 100 บาท เอามาเชื่อมต่อปลายกับก้านลูกกลิ้งทาสีที่ใช้แล้ว รูปร่างจะเป็นตะขอรูปตัวแอล แค่นี้ก็ใช้เกี่ยวงูใส่กระสอบได้แล้ว แต่ก็ต้องระมัดระวัง เผลอเมื่อไรเป็นถูกงูฉกกัดเอาได้
แผลที่หน้าแข้งและรอยเขี้ยวตรงง่ามมือ คือหลักฐานยืนยันว่า ขนาด
“หมองู” ยังไม่พ้นเขี้ยวงู แล้วชาวบ้านจะไปเหลืออะไร!งูเห่า ยิ่งร้ายกว่างูเหลือม หากถูกฉกพิษจะแล่นเข้าสู่หัวใจช้าๆ
สมภพ บอกว่า หากเป็นงูวัยเจริญพันธุ์อายุ 3 ปีขึ้นไป จะออกไข่ 1517 ตัว งูอายุ 4 ปี จะมีลูกครอกละ 1720 ตัว หากโตถึง 5 ปี จะมีลูกดก 2025 ตัว
เฉลี่ยแล้วหากเจอลูกงูเห่า 1 ตัวในบ้าน มันคือสัญญาณอันตรายที่บอกว่า ยังมีกองทัพงูเห่าอีก 20 ตัว หลบซ่อนอยู่ใกล้ๆ โดยเฉพาะช่วงเดือนก.พ.มี.ค.นี้ ลูกงูเห่าจะฟักตัวออกจากไข่ หลังพ่อแม่งูผสมพันธุ์ไปเมื่อเดือนธ.ค.ที่ผ่านมา
ลูกจ้างประจำผู้ซึ่งทำงานในกรมเจ้าท่ามากว่า 27 ปี คนนี้ใช้หลัก
“รู้เขารู้เรา” กับเกมล่าอสรพิษ แค่มองดูงูที่เจอก็พอคำนวณอายุได้ว่าโตมาในครอกไหนอุปกรณ์สยบงูเห่าของเขาคือ ท่อยาวพีวีซีที่ตรงปลายใส่ห่วงเชือกไว้รัดงู แค่นี้เจ้าเห่าไฟก็สิ้นฤทธิ์แล้ว
สมภพ บอกว่า หลังจับงูได้แล้วจะไม่เอาไปฆ่า แต่เอาไปส่งสถานเสาวภา สวนสัตว์ดุสิต หรือเอาไปปล่อยในป่าลึกต่างจังหวัดเอาบุญ ไม่เคยคิดทำร้ายกัน
ประสบการณ์กว่า 40 ปี ในการไล่ล่าอสรพิษ สมภพย้ำชัดว่า งูไม่ใช่ศัตรูของมนุษย์ตามสถิติแล้วแต่ละปีมีคนถูกงูกัดไม่ถึง 2 ราย แต่อสรพิษที่ร้ายกว่างูเห่าคือ
“ตัวต่อ”ที่มีสถิติทำร้ายคนจนเจ็บตายไม่ต่ำกว่าปีละ 2030 ราย พันธุ์ขึ้นชื่อคือ “ต่อหัวเสือ” ที่กินแต่ของดิบ จึงมักพบตามตลาดสดที่มีของสดล่อตาล่อใจต่อหัวเสือดุที่สุดจึงเป็นเหมือน
“ผีดิบ” ในบรรดาแมลงพิษด้วยกัน กินทั้งเนื้อหมู เนื้อวัว เนื้อปลา ตัวอ่อนหนอนผีเสื้อ ฯลฯ บ้านไหนที่มีรังต่อหัวเสืออยู่ก็ไม่ต่างกับถูกคุกคามจากนักล่าอำมหิตที่พร้อมโจมตีเจ้าบ้านได้ทุกเวลา สมภพใช้หลัก “มือนิ่งใจกล้า” เป็นต้นทุนลุยทำลายรังต่อ ใช้ผ้านุ่มหรือผ้าขนหนูอุดปากรังต่อไว้ จากนั้นใช้ยาฆ่าแมลงระดมฉีดจนน็อกยกรังการทำลายรังต่อต้องใช้ไฟเผาทั้งรัง แต่ก็ไม่ใช่เรื่องง่ายๆ ต้องใช้ความเชี่ยวชาญขั้นเทพ ยิ่งช่วงเดือนพ.ค.ส.ค. เป็นช่วงที่ตัวต่อดุร้ายที่สุดต้องระวังให้ดี รังต่อทุกรังจะมี
“ต่อยาม” 1 ตัว คอยดูแลผู้คุกคาม ถ้าคนเข้าใกล้ในระยะ 3 เมตร ต้องโดนต่ออีกไม่ต่ำกว่า 200 ตัวรุมต่อยแน่นอนคนไม่รู้วงจรชีวิตตัวต่อจึงเสียชีวิตไปหลายรายคนกรุงวันนี้ต้องย้ำเตือนกันให้ดี
“อสรพิษ” เหล่านี้มีพิษร้ายแรง หากพบเห็นรีบแจ้ง 191 หรือ 199 ให้ผู้เชี่ยวชาญจัดการดีกว่า อย่าคิดไปยุ่งกันมัน...อันตรายถึงชีวิต






