
เหนือ-อีสานจมน้ำ492หมู่บ้าน ใต้หมอกควันไฟป่าอิเหนาถล่ม
กรมป้องกันภัยและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) รายงานสถานการณ์อุทกภัยภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือ
กรมป้องกันภัยและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) รายงานสถานการณ์อุทกภัยภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือ
โดย...ทีมข่าวภูมิภาค
กรมป้องกันภัยและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) รายงานสถานการณ์อุทกภัยภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือตั้งแต่วันที่ 25 ม.ค.-2 ส.ค. ว่า พายุโซนร้อน “นกเตน” ถล่ม ส่งผลทำให้เกิดน้ำท่วมฉับพลันน้ำป่าไหลหลาก ดินโคลนถล่ม และน้ำล้นตลิ่ง บ้านเรือน พื้นที่เกษตรเสียหายหนักทั้งหมด 14 จังหวัด คือ ภาคเหนือ 9 จังหวัด ได้แก่ จ.แพร่ เชียงใหม่ น่าน ลำพูน ลำปาง แม่ฮ่องสอน อุตรดิตถ์ พิจิตร และพิษณุโลก ขณะที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ 5 จังหวัด คือ จ.นครพนม อุดรธานี หนองคาย บึงกาฬ และสกลนคร รวม 43 อำเภอ 134 ตำบล 492 หมู่บ้าน พื้นที่การเกษตรเสียหายหลายหมื่นไร่ โดยมีผู้เสียชีวิต 2 คน คือที่ จ.ลำปาง และอุดรธานี
ขณะเดียวกัน ยังได้ประกาศเตือน 37 จังหวัดภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือที่อยู่บริเวณลาดเชิงเขา ใกล้ทางน้ำไหลผ่าน เสี่ยงน้ำท่วมฉับพลัน น้ำป่าไหลหลาก และดินถล่ม ในช่วง 1-2 วันนี้ ซึ่งภาคเหนือเหนือ 17 จังหวัด คือ จ.แม่ฮ่องสอน เชียงใหม่ ลำปาง ลำพูน เชียงราย พะเยา น่าน แพร่ ตาก กำแพงเพชร พิจิตร นครสวรรค์ อุทัยธานี สุโขทัย พิษณุโลก เพชรบูรณ์ และอุตรดิตถ์
ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ 20 จังหวัด คือ จ.นครราชสีมา ชัยภูมิ สุรินทร์ บุรีรัมย์ ขอนแก่น มหาสารคาม ร้อยเอ็ด กาฬสินธุ์ สกลนคร นครพนม มุกดาหาร อุดรธานี หนองคาย บึงกาฬ เลย หนองบัวลำภู อุบลราชธานี อำนาจเจริญ ศรีสะเกษ และยโสธร
ทั้งนี้ หากเกิดฝนตกหนักนานเกินกว่า 6 ชั่วโมง ปริมาณน้ำฝนมากกว่า 100 มิลลิเมตร ระดับน้ำในแม่น้ำเพิ่มสูงขึ้นอย่างรวดเร็ว มีต้นไม้ขนาดเล็กไหลมากับน้ำ เป็นต้น ให้สันนิษฐานว่าอาจเกิดน้ำป่าไหลหลากและดินถล่มขึ้นได้ ให้รีบอพยพออกจากพื้นที่ในทันทีอย่างไรก็ตามพายุหมุ่ยฟ้าจะไม่ส่งผลกระทบน้ำท่วมซ้ำนกเตนเพราะคลื่นตัวเข้าไต้หวันแล้ว
นวลอนงค์ วงษ์จันทร์ หัวหน้ากองประชาสัมพันธ์ การรถไฟแห่งประเทศไทย (ร.ฟ.ท.) กล่าวว่า ได้ประกาศให้เปิดเดินขบวนรถไฟจาก กรุงเทพฯ ตลอดปลายทางเชียงใหม่ได้ตั้งแต่เวลา 11.00 น. ของวันที่ 2 ส.ค. เป็นต้นไป หลังจากระดับน้ำเริ่มคลี่คลายลดลงสู่ภาวะปกติ
ล่าสุด เมื่อเวลาประมาณ 20.00 น. รฟท. ได้ประกาศหยุดวิ่งอีกครั้ง เนื่องจากฝนยังคงตกหนัก ทำให้น้ำท่วมรางรถไฟระหว่างสถานีแก่งหลวงผาคัน และสถานีแม่ตานน้อยขุนตาล จ.ลำปาง
ธีระ วงศ์สมุทร รมว.เกษตรและสหกรณ์ กล่าวว่า กรมชลประทานได้ประสานงานกับเขื่อนสิริกิติ์เพื่อหยุดผลิตกระแสไฟฟ้า 3 วัน ลดการระบายน้ำออกจากเขื่อน บรรเทาความเดือดร้อนของชาวบ้าน และเตรียมแผนบริหารจัดการน้ำที่เขื่อนเจ้าพระยา เพื่อรองรับน้ำก้อนใหญ่ไหลจากเหนือไปรวมกับปริมาณน้ำจากลุ่มน้ำยม ลุ่มน้ำปิง และปริมาณน้ำที่แม่น้ำสะแกกรัง จ.นครสวรรค์
โดยน้ำเหนือไหลบ่าจะทำให้มีปริมาณน้ำสูงสุดที่เขื่อนเจ้าพระยาประมาณ 2,500 ล้านลูกบาศก์เมตร ในวันที่ 6-7 ส.ค.นี้ ซึ่งจะเร่งระบายน้ำออกสู่ฝั่งตะวันออกและฝั่งตะวันตกประมาณ 500 ล้านลูกบาศก์เมตรต่อวินาที ที่เหลือจะระบายออกลงสู่ทะเล จะใช้ระยะเวลาประมาณ 3-4 วัน ผ่านทาง จ.อ่างทอง และพระนครศรีอยุธยา ซึ่งยังรองรับได้ไม่ล้นตลิ่ง
ที่ จ.พระนครศรีอยุธยา แม้ว่าน้ำเหนือยังมาไม่ถึง แต่ฝนตกติดต่อกันหลายวัน ทำให้ อ.บางบาล เสนา ผักไห่ และบางปะหัน ซึ่งเป็นชุมชนสองฝั่งแม่น้ำเจ้าพระยา แม่น้ำน้อย แม่น้ำลพบุรี น้ำท่วมสูงกว่า 50 เซนติเมตร หากแม่น้ำทั้งสามสายดังกล่าวยังเพิ่มระดับต่อไป และแม่น้ำป่าสักเพิ่มสูงขึ้นมาอีก ทำให้ อ.นครหลวง พระนครศรีอยุธยา บางปะอิน บางไทร และลาดบัวหลวง เสี่ยงน้ำท่วมสูง
ส่วนประชาชนชาว จ.ยะลา พัทลุง สตูล และสงขลา ขณะนี้ได้รับความเดือดร้อนจากหมอกควันไฟป่าจากประเทศอินโดนีเซียแผ่นปกคลุมทั่วเมือง จนทำให้ทัศนวิสัยการมองเห็นลดลง ซึ่ในช่่วง 2-3 วันนี้ หากไม่มีฝนตก หมอกควันจะแผ่ขยายปกคลุมทั่วภาคใต้







