
ซัดค่าจ้าง300พ่นพิษค่าตัวรปภ.ทะลุ2หมื่น
สมาคม รปภ.โอดขึ้นค่าจ้าง 300 บาท ดันราคากลางจ้าง รปภ.พุ่งเป็น 2.2 หมื่นบาทต่อคน
สมาคม รปภ.โอดขึ้นค่าจ้าง 300 บาท ดันราคากลางจ้าง รปภ.พุ่งเป็น 2.2 หมื่นบาทต่อคน
นายวัชรพล บุษมงคล นายกสมาคมผู้ประกอบการรักษาความปลอดภัยแห่งประเทศไทย เปิดเผยว่า นโยบายการขึ้นค่าจ้างขั้นต่ำ 300 บาทต่อวัน จะมีผลกระทบต่อธุรกิจรักษาความปลอดภัย (รปภ.) และธุรกิจรักษาความสะอาด เนื่องจากมีต้นทุนค่าจ้างกว่า 80-90% ของต้นทุนรวม หากปรับขึ้นค่าจ้าง 300 บาท จะทำให้ต้นทุนเพิ่มขึ้น 60-70% จนทำให้ราคากลางของพนักงาน รปภ.เพิ่มจาก 1.4 หมื่นบาทต่อคน เป็น 2.2-2.3 หมื่นบาทต่อคน
นายวัชรพล กล่าวว่า ผลกระทบที่ตามมาคือลูกค้าไม่มีกำลังแบกรับค่าจ้างที่เพิ่มสูงขึ้นได้จนต้องลดจำนวนพนักงาน รปภ.ลง จึงมีความเสี่ยงเรื่องความปลอดภัยที่สูงขึ้น หรืออาจตัดสินใจเลิกจ้างบริษัทรักษาความปลอดภัยแล้วหาพนักงานมาทำเอง
“คาดว่าหากค่าแรงเพิ่มขึ้นจะทำให้ลูกค้าเลิกจ้างพนักงาน รปภ.ประมาณ 15%” นายวัชรพล กล่าว
นายวัชรพล กล่าวอีกว่า ปัจจุบันมีแรงงานในธุรกิจ รปภ.กว่า 5 แสนคน รวมทั้งธุรกิจรับทำความสะอาด (แม่บ้าน) อีกกว่า 3 แสนคนทั่วประเทศ กระจายตามกลุ่มลูกค้าโรงแรม โรงเรียน หมู่บ้านจัดสรรและโรงงานต่างๆ คนกลุ่มนี้จะได้รับผลกระทบจากการที่ลูกค้าลดปริมาณการจ้างแน่นอน
“ในภาวะเช่นนี้ ยังไม่สมควรปรับเพิ่มค่าจ้างแบบก้าวกระโดด ถ้าจะขึ้นควรปรับขึ้นแบบขั้นบันไดทีละ 10-15% ก็ยังพบรับไหวจะได้มีเวลาปรับตัว” นายวัชรพล กล่าว
ทั้งนี้ สมาคมผู้ประกอบการรักษาความปลอดภัยแห่งประเทศไทยจะจัดสัมมนาในวันที่ 8 ส.ค.นี้ เพื่อหารือถึงผลกระทบและข้อเสนอต่อรัฐบาล
อย่างไรก็ตาม ภายหลังนโยบายขึ้นค่าจ้างถูกต่อต้านจากภาคเอกชน พรรคเพื่อไทยได้ออกมาชี้แจงว่าอาจจะปรับขึ้นค่าจ้างเฉพาะกรุงเทพฯ ปริมณฑลและภูเก็ตเท่านั้น แต่จะไม่ขึ้นเท่ากันทั่วประเทศตามที่ได้ประกาศไว้ขณะหาเสียง







