posttoday
ลุ้นเศรษฐกิจรุ่ง-ร่วงเงินเฟ้อพุ่ง5%

ลุ้นเศรษฐกิจรุ่ง-ร่วงเงินเฟ้อพุ่ง5%

23 กรกฎาคม 2554

นโยบายของรัฐบาลใหม่มาแรงจริงๆ ฟากศูนย์วิจัยกสิกรไทยกลับมองเป็นมาตรการกระตุ้นกำลังซื้อให้คึกคัก

นโยบายของรัฐบาลใหม่มาแรงจริงๆ ฟากศูนย์วิจัยกสิกรไทยกลับมองเป็นมาตรการกระตุ้นกำลังซื้อให้คึกคัก

ประกาศปรับเป้าหมายอัตราการขยายตัวทางเศรษฐกิจของปีนี้และปีหน้าตั้งแต่ไก่โห่ ขณะที่ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) คงประมาณการปีนี้ไว้ที่ 4.1% ปีหน้า 4.2% แต่ยังไม่รวมผลของนโยบายการคลังของรัฐบาล แต่ทุกฝ่ายห่วงเรื่องการขึ้นค่าจ้างขั้นต่ำ 300 บาท จะดันเงินเฟ้อขึ้นสูงลิ่ว และมีโอกาสเห็น 5% เตือนเป็นจุดอันตรายสำหรับประเทศไทย

พิมลวรรณ มหัจฉริยวงศ์ ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการ บริษัท ศูนย์วิจัยกสิกรไทย กล่าวว่า ได้ปรับเป้าหมายอัตราการเติบโตทางเศรษฐกิจเป็น 3.5-4.5% เฉลี่ยทั้งปี 4% จากเป้าหมายเดิม 3-4% เฉลี่ยทั้งปี 3.6% เช่นเดียวกับปี 2555 ได้ปรับประมาณการเป็น 4.5-5.8% จากเดิม 4.5-5.5% เฉลี่ยทั้งปี 5%

บริษัท ศูนย์วิจัยกสิกรไทย มีมุมมองเป็นบวกต่อการใช้จ่ายที่เกิดจากการบริโภค ซึ่งเป็นผลจากนโยบายของรัฐบาลที่กระตุ้นเศรษฐกิจ ได้แก่ การปรับขึ้นเงินเดือนเริ่มต้น 1.5 หมื่นบาท และปรับขึ้นค่าจ้างขั้นต่ำ 300 บาท คาดว่าบางนโยบายจะเริ่มขึ้นได้ในไตรมาสสุดท้ายปีนี้ ขณะที่การลงทุนโครงสร้างพื้นฐานใหม่กว่าเม็ดเงินจะสู่ระบบได้น่าจะเป็นปี 2556

ลุ้นเศรษฐกิจรุ่ง-ร่วงเงินเฟ้อพุ่ง5%

อย่างไรก็ดี ผลที่จะตามมามีโอกาสเงินเฟ้อปรับตัวสูง หากรัฐบาลมีการปรับค่าจ้างครั้งเดียว 300 บาท ก็มีโอกาสที่เงินเฟ้อทั่วไปจะแตะระดับ 5% สูงกว่าที่คาดไว้ โดยเงินเฟ้อทั่วไปปีนี้คาดอยู่ที่ 3.8-4.4% ปีหน้า 3.55%

เชาว์ เก่งชน กรรมการผู้จัดการ บริษัท ศูนย์วิจัยกสิกรไทย กล่าวว่า เงินเฟ้อของไทยเคยเกินระดับ 5% ในช่วงที่เกิดปัญหาน้ำมันแพง และครั้งนี้น่าจะเห็นเงินเฟ้อหลุดกรอบเป้าหมายของ ธปท. ที่ตั้งไว้ 0.53%

อย่างไรก็ตาม เมื่อเงินเฟ้อเร่งตัว ธปท.ก็หนีไม่พ้นต้องใช้นโยบายดอกเบี้ย ซึ่งคาดว่าดอกเบี้ยจะขึ้นอีก 0.25% อยู่ที่ 3.5% ในเดือน ส.ค.นี้

ด้านศูนย์วิเคราะห์เศรษฐกิจ ธนาคารทหารไทย ระบุว่า หากรัฐบาลปรับขึ้นค่าจ้างขั้นต่ำ จะทำให้เงินเฟ้อพื้นฐานอาจทะยานขึ้นสู่ระดับ 5% ในช่วงปลายปี 2555 ซึ่งถือเป็นความเสี่ยงระดับอันตรายต่อเศรษฐกิจไทย

ทางด้านศูนย์วิจัยมหาวิทยาลัยกรุงเทพ (กรุงเทพโพลล์) ได้สำรวจความคิดเห็นเรื่อง “นโยบายที่หาเสียงไว้ของรัฐบาลชุดใหม่ กับสิ่งที่นักเศรษฐศาสตร์เป็นห่วง” โดยสำรวจความคิดเห็นจากนักเศรษฐศาสตร์จากสำนักชั้นนำจำนวน 26 แห่ง จำนวน 62 คน พบว่า จากนโยบายที่พรรคเพื่อไทยหาเสียงไว้ 26 นโยบาย มีถึง 14 นโยบายที่นักเศรษฐศาสตร์รู้สึกเป็นห่วง และอยากให้รัฐบาลคิดให้รอบคอบ เพราะส่วนใหญ่ตรงข้ามกับนโยบายโครงการลงทุนขนาดใหญ่ที่เกี่ยวกับโครงสร้างพื้นฐานทางเศรษฐกิจของประเทศ

ทั้งนี้ นักเศรษฐศาสตร์ส่วนใหญ่ต้องการให้คิดให้รอบคอบก่อนดำเนินการมากที่สุด 3 ลำดับแรก คือ นโยบายขึ้นค่าจ้างขั้นต่ำ 300 บาท ภายใน 90 วัน (93.5%) นโยบายแจกเครดิตการ์ดให้เกษตรกรเพื่อใช้ซื้อปัจจัยการผลิต (80.6%) และนโยบายแจกแท็บเล็ต พีซี ให้เด็กนักเรียน (80.6%)

ส่วนนโยบายที่เชื่อมั่นว่าดีและต้องการให้เดินหน้าอย่างเต็มที่ คือ นโยบายจัดให้มีศูนย์ฝึกในอาชีวศึกษาทุกแห่ง (93.5%) นโยบายขจัดยาเสพติดใน 12 เดือน (87.1%) และนโยบายจัดให้มีอินเทอร์เน็ตฟรีในที่สาธารณะ (79.0%)

ด้าน ธปท.เปิดเผยผลการสำรวจความเห็นของผู้ประกอบการทั่วประเทศ ล่าสุดในเดือน พ.ค.ปีนี้ พบว่าผู้ประกอบการส่วนใหญ่ยังคาดการณ์ราคาสินค้าและบริการที่เป็นต้นทุนในระยะ 12 เดือนข้างหน้าว่าจะขึ้นที่ระดับ 3-6% ใกล้เคียงกับเดือนก่อนหน้า และผู้ประกอบการส่วนใหญ่คาดว่าเงินเฟ้อใน 12 เดือนข้างหน้าน่าจะอยู่ที่ระดับ 2-4%

 

ข่าวล่าสุด

“ศุภณัฐ” แฉงบเยียวยาน้ำท่วม 5,290 ล้านใกล้หมด แต่ประชาชนอีก 1.7 ล้านรายยังไม่ได้เงิน

“ศุภณัฐ” แฉงบเยียวยาน้ำท่วม 5,290 ล้านใกล้หมด แต่ประชาชนอีก 1.7 ล้านรายยังไม่ได้เงิน