
ศก.โตกู้กระจาย
แบงก์แห่ปรับเป้าสินเชื่อยุคขาขึ้นธนาคารชาติยันรัฐบาลไม่ควรกระตุ้นอีก
แบงก์แห่ปรับเป้าสินเชื่อยุคขาขึ้นธนาคารชาติยันรัฐบาลไม่ควรกระตุ้นอีก
เศรษฐกิจไทยเริ่มกลับทางเป็นขาขึ้น ธนาคารพาณิชย์แห่ปรับเป้าสินเชื่อขึ้น หลังครึ่งปีแรกปล่อยกู้ทะลุเป้ากำไรเฉียด 8 หมื่นล้าน
นางกรรณิกา ชลิตอาภรณ์ กรรมการผู้จัดการใหญ่ ธนาคารไทยพาณิชย์ กล่าวว่า ธนาคารจะปรับเป้าหมายสินเชื่อทั้งปีเพิ่มขึ้นเป็น 1518% จากเป้าสินเชื่อเดิม 1012% เนื่องจากไตรมาสแรกสินเชื่อขยายตัวแล้ว 11%
การที่สินเชื่อขยายตัวในอัตราที่สูงมาก เป็นผลมาจากเศรษฐกิจขยายตัวดีขึ้น มีการลงทุนเกิดขึ้นทั้งจากภายในและต่างประเทศ
“ครึ่งปีแรกสินเชื่อที่อยู่อาศัยขยายตัวได้ดี ส่วนครึ่งปีหลังยังเน้นการขยายสินเชื่อในทุกกลุ่ม ทั้งลูกค้ารายใหญ่ เอสเอ็มอี และรายย่อย โดยมองว่าคนเริ่มมีความมั่นใจต่อเศรษฐกิจ และการจับจ่ายที่จะได้อานิสงส์ต่อการกระตุ้นเศรษฐกิจของรัฐบาลใหม่” นางกรรณิกา กล่าว
นายชาติศิริ โสภณพนิช กรรมการผู้จัดการใหญ่ ธนาคารกรุงเทพ กล่าวว่า เชื่อว่าสินเชื่อของธนาคารในครึ่งปีหลังจะเติบโตได้ดี เนื่องจากครึ่งปีแรกสินเชื่อเติบโตแล้ว 8.5% เกินเป้าหมายที่วางไว้ทั้งปีเติบโต 68% แต่อัตราการเติบโตในช่วงครึ่งปีหลัง ไม่ได้หมายความว่าจะต้องเท่ากับครึ่งปีแรก เพราะครึ่งปีแรกสินเชื่อที่ขยายตัวส่วนหนึ่งมาจากรายการพิเศษ เช่น การลงทุนในต่างประเทศ
นายชาติศิริ กล่าวว่า ครึ่งปีหลังแม้จะมีปัจจัยเรื่องเศรษฐกิจโลก แต่เศรษฐกิจและการลงทุนที่เกิดขึ้นในประเทศแถบเอเชียยังเติบโตได้ดี แต่ก็เป็นเรื่องที่ต้องติดตามสถานการณ์อย่างต่อเนื่อง
อย่างไรก็ดี "ปีนี้เศรษฐกิจดี ทำให้สินเชื่อธนาคารพาณิชย์ทั้งระบบเติบโตดี การลงทุนเราอัดอั้นมาหลายปี นี่เป็นปีแรกที่เราดี และเชื่อว่าจะดีขึ้นเรื่อยๆ ตอนนี้สินเชื่อที่เติบโตมาจากการลงทุนจริง" นางกรรณิกา กล่าว นางกรรณิกา มองว่า แม้สินเชื่อจะขยายตัวได้ดี แต่การแข่งขันเงินฝากพิเศษดอกเบี้ยสูงเริ่มส่งผลต่อส่วนต่างอัตราดอกเบี้ยสุทธิของธนาคารให้มีแนวโน้มแคบลง ดอกเบี้ยมีระยะเวลาที่ปรับขึ้นจึงแทบไม่มีความหมาย อย่างไรก็ดีปีนี้ธนาคารจะรักษาส่วนต่างอัตราดอกเบี้ยไว้ที่ประมาณ 3.2% ซึ่งเป็นระดับปัจจุบัน เนื่องจากการแข่งขันเงินฝากยังมีสูงอยู่ ทำให้ต้นทุนทางการเงินสูงขึ้น ทำให้กำไรในช่วงครึ่งปีหลังจึงจะมาจากรายได้ที่ไม่ใช่ดอกเบี้ยเป็นหลัก
ขณะที่สัดส่วนสินเชื่อต่อเงินฝาก (L/D) ของธนาคารอยู่ที่ระดับ 9293% เนื่องจากปล่อยสินเชื่อได้มาก ทำให้ต้องบริหารการหาเงินฝากให้สอดรับกับทิศทางการปล่อยสินเชื่อ สำหรับตั๋วบีอีของธนาคารนั้น พยายามรักษาระดับให้สอดรับกับเงินฝาก ปัจจุบันตั๋วบีอีของธนาคารยังมีไม่มาก เพราะมาจากลูกค้ารายใหญ่เป็นหลักมากกว่า 90% บีอีที่มาจากลูกค้ารายย่อยยังน้อย
นายประสาร ไตรรัตน์วรกุล ผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) กล่าวว่า แนวโน้มการขยายตัวของเศรษฐกิจไทยในขณะนี้ไม่สามารถหยุดนิ่งได้ต้องเดินหน้า ด้วยการเร่งเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันทางการค้า และการเพิ่มประสิทธิ ภาพของการผลิตและคุณภาพของสินค้าเป็นประเด็นสำคัญ
“ในช่วงที่เศรษฐกิจไทยขยายตัวเต็มศักยภาพเช่นนี้ การเร่งกระตุ้นการใช้จ่ายให้มากขึ้นไม่ใช่เรื่องจำเป็น แล้ว เพราะจะไปกระตุ้นให้เกิดเงินเฟ้อ แต่การกระตุ้นเศรษฐกิจเหมาะสมในขณะนี้ควรช่วยยกระดับศักยภาพของเศรษฐกิจไทย” ผู้ว่าการ ธปท. กล่าว







