
เมื่อนักฆ่าเจอนักค้า
ยาเสพติดเป็นปัญหาหนักอกของทุกรัฐบาลในรอบ 15 ปีที่ผ่านมา
ยาเสพติดเป็นปัญหาหนักอกของทุกรัฐบาลในรอบ 15 ปีที่ผ่านมา
โดย..ภุมรัตน์ ทักษาดิพงศ์
ปัญหายาเสพติดมีระดับความรุนแรงถึงขั้นวิกฤต ที่รัฐบาลทุกยุคได้บรรจุไว้เป็นเรื่องที่มีความสำคัญเร่งด่วนลำดับต้นๆ ในการแก้ปัญหา
หน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับการแก้ปัญหามีมากมาย แต่หน่วยงานที่เกี่ยวข้องหลังจากผู้ค้าผู้เสพถูกจับกุมแล้วคงหนีไม่พ้นกรมราชทัณฑ์ กรมพินิจและคุ้มครองเด็ก ซึ่งถือว่าเป็น “ปลายน้ำ” ที่เข้ามาฟื้นฟูให้คนเหล่านี้กลับคืนเป็นคนดีในสังคมเมื่อได้รับการปลดปล่อย
ผู้ต้องขังของเรือนจำบางแห่งกว่า 40% เกี่ยวข้องกับยาเสพติด เช่นเดียวกับเด็กและเยาวชนภายใต้การดูแลของกรมพินิจและคุ้มครองเด็ก กว่า 40% เจอคดียาเสพติด
ส่วนใหญ่เป็นเรื่องของยาบ้าเกือบ 100% เรือนจำที่มีความมั่นคงสูง 2 แห่ง ในภาคกลางและตะวันออกเฉียงเหนือที่ควบคุมผู้ต้องขังที่ก่ออาชญากรรมขั้นร้ายแรงประเภท มือปืน ปล้น ฆ่า ฯลฯ และผู้ค้ายาเสพติดรายใหญ่ที่ถูกจำคุกตั้งแต่หลาย 10 ปีขึ้นไปจนตลอดชีวิตนั้นกว่า 50% ของจำนวนผู้ต้องขังทั้งหมดเป็นคดียาเสพติดทั้งผู้ค้ารายใหญ่และรายกลาง พวกนี้แม้เข้าไปอยู่ในคุกแล้ว ยังมีการรวมตัวเป็นกลุ่มอิทธิพลในคุกที่ยังดำเนินการยาเสพติดต่อ
ผู้ต้องขังที่เป็นนักค้ารายใหญ่ที่สามารถใช้คุกเป็นสำนักงานในการรับใบสั่งและค้ายาเสพติดได้ต่อเนื่อง สิ่งที่คนกลุ่มนี้ต้องการมากที่สุด คือ โทรศัพท์มือถือ เพราะเรือนจำไม่ยอมให้ใช้โทรศัพท์ติดต่อคนข้างนอก
ดังนั้น โทรศัพท์มือถือจึงเป็นสิ่งที่คนพวกนี้ต้องการมาก และพยายามกระทำทุกวิถีทางเพื่อให้ได้โทรศัพท์มือถือและอุปกรณ์ต่อเนื่อง อาทิ ซิมการ์ด ชุดชาร์จแบตเตอรี่ ชุดหูฟัง เมื่อได้แล้วก็เอาไปซุกซ่อนบนเพดานและพื้นปาร์เก แต่ก็ไม่สามารถรอดพ้นการตรวจค้นของเจ้าหน้าที่ไปได้
วิธีการที่พรรคพวกจากภายนอกหาทางส่งโทรศัพท์มือถือให้กับขาใหญ่ในเรือนจำมีมากมายอย่างที่เราคาดไม่ถึง โทรศัพท์ที่จะลักลอบนำเข้าไปได้มีเพียง 2 ช่องทางเท่านั้น คือ ผ่านประตูเรือนจำ กับ ข้ามกำแพงคุกเข้าไป
วิธีแรกผ่านเข้าไปโดยญาติ หรือนายหน้าที่มาเยี่ยม โดยซุกซ่อนไวในสิ่งของที่เอามาเยี่ยม แม้แต่ผลไม้กวน ไม้ยันรักแร้สำหรับคนพิการ เป็นต้น บางทีเรือนจำสั่งวัสดุก่อสร้างเพื่อเอาไปซ่อมแซมอาคาร พวกนี้ยังแอบรู้มาได้และเอาโทรศัพท์ไปซ่อนไว้อย่างแนบเนียนแทบมองไม่ออก แต่สุดท้ายก็ไม่รอดการตรวจสอบของเจ้าหน้าที่ไปได้
ส่วนช่องทางผ่านกำแพงคุกนั้น พวกนี้มีวิธีการแปลกแหวกแนวไปเรื่อยๆ นอกจากการขว้างเข้าไปแล้ว บางรายใช้หนังสติ๊กขนาดใหญ่ยิงโทรศัพท์เข้ามา บางรายใช้หน้าไม้แบบชาวเขาเป็นเครื่องส่ง
บางรายใช้แบบยิงจรวดส่งแรงดันด้วยน้ำ ฯลฯ มีรายหนึ่งใช้เฮลิคอปเตอร์บังคับด้วยวิทยุ โดยสามารถไปหย่อนโทรศัทพ์ไปครั้งละ 23 กก. โชคดีที่ยังไม่ได้ลงมือปฏิบัติการ เพราะเจ้าหน้าที่สามารถจับกุมตรวจค้นได้ก่อน
เรือนจำแห่งหนึ่งถูกตรวจค้นระหว่างเดือน ต.ค. 2553มิ.ย. 2554 เจ้าหน้าที่สามารถยึดโทรศัพท์ 336 เครื่อง ซิมการ์ด 567 อัน เครื่องชาร์จแบตเตอรี่ 149 ชุด หูฟัง 248 ชุด การลักลอบส่งโทรศัพท์มือถือและอุปกรณ์มีแนวโน้มลดลง เจ้าหน้าที่ยังยึดโทรศัพท์มือถือและอุปกรณ์จากนอกคุกที่เตรียมจะส่งเข้าไปได้อีกจำนวนมาก
โทรศัพท์มือถือที่ขายตามท้องตลาดในราคาหลักพันบาทต้นๆ แต่ถ้าเอาเข้าไปในคุกราคาจะพุ่งไปถึง 2.5 แสนบาท จึงมีคนจำนวนหนึ่งที่คิดจะรวยทางลัดแม้ว่าต้องเสี่ยงมากก็ตาม เงินแสนเงินล้านแทบไม่มีความหมายสำหรับนักค้ารายใหญ่ในคุก เพราะเพียงสั่งขายยาล็อตเดียวก็ได้เงินเป็นหลายสิบล้านหรือร้อยล้านบาทแล้ว
ครั้งหนึ่งผู้ค้ารายใหญ่ในคุกขอโทรศัพท์ที่เจ้าหน้าที่ยึดไปคืน ซึ่งแสดงว่าในนั้นน่าจะมีข้อมูลสำคัญ ซึ่งพ่อค้าคนดังกล่าวได้เสนอรถเก๋งยี่ห้อดังหลายล้านบาทเป็นการแลกเปลี่ยน แต่เจ้าหน้าที่ไม่ได้หวั่นไหวกับข้อเสนอเย้ายวนดังกล่าว แต่ก็มีเคยเจ้าหน้าที่ระดับล่างที่ทนต่อสิ่งเย้ายวนเหล่านี้ไม่ไหว อย่างไรก็ตามก็ถูกจับได้และโดนไล่ออกไปแล้ว
อาชญากรดังๆ ที่เป็นมือปืนเป็นนักฆ่าที่เหี้ยมโหด เมื่อต้องมาติดคุกเรือนจำเดียวกับพ่อค้ายาเสพติด นักฆ่าหลายรายได้เรียนรู้ ยอมเป็นลูกน้องของนักค้า มีไม่น้อยที่พัฒนาตัวเองจากนักฆ่ามาเป็นนักค้าก็มี โดยอ้างเพื่อให้ลูกเมียที่อยู่นอกคุกมีเงินใช้สอย เพราะตัวเองต้องติดคุกจนตาย
เจ้าหน้าที่เรือนจำนอกจากต้องทำงานหนักเพราะคนไม่พอแล้ว ยังต้องต่อสู้กับตัวเองกับสิ่งเย้ายวนและต้องสู้กับ “ทนายโจร” อีกด้วย ซึ่งปัจจุบันมีทนายจำนวนไม่น้อยหันมาเอาดีในการเป็นทนายให้กับนักค้ายาเสพติด เราต้องชมเชยเจ้าหน้าที่เหล่านี้ที่มีจิตใจมั่นคง บางครั้งก็โดนข่มขู่คุกคามจะเอาชีวิตจากนักค้ายา
สิ่งที่เจ้าหน้าที่ต้องการมากที่สุด คือ จำนวนเจ้าหน้าที่ให้เพิ่มมากขึ้นเ เพื่อให้สอดคล้องกับภารกิจที่เพิ่มขึ้น เพราะจำนวนผู้ต้องหาที่มีจำนวนมาก รวมไปถึงการจัดซื้ออุปกรณ์เสริม เช่น กล้องโทรทัศน์วงจรปิด เพื่อให้การทำงานมีประสิทธิภาพมากขึ้น ซึ่งปัจจุบันราคาของอุปกรณ์เหล่านี้ก็ไม่ได้สูงเหมือนในอดีต
การป้องกันและปราบปรามยาเสพติดเป็นความสำคัญเร่งด่วนอันดับต้นๆ ในนโยบายของรัฐบาลทุกชุด เมื่อจับกุมคนทำผิดได้มากขึ้นก็ต้องส่งคนพวกนี้เข้าคุก นอกจากคนพวกนี้จะล้นคุกแล้ว ยังสร้างปัญหาให้กับเจ้าหน้าที่เรือนจำมากขึ้นด้วย
เราหวังว่ารัฐมนตรียุติธรรมคนใหม่จะให้ความสนใจและเอาใจใส่ดูแลคำร้องขอของเรือนความมั่นคงสูงเป็นลำดับต้นๆ







