เรื่องเล่าจากนักข่าวอาวุโส "พลเอกเปรม ติณสูลานนท์" ในภาพจำของสื่อมวลชน

  • วันที่ 26 พ.ค. 2562 เวลา 21:13 น.

เรื่องเล่าจากนักข่าวอาวุโส "พลเอกเปรม ติณสูลานนท์" ในภาพจำของสื่อมวลชน

เปิดเรื่องราว "พล.อ.เปรม ติณสูลานนท์" ในความทรงจำของผู้สื่อข่าวอาวุโสที่เคยติดตามทำข่าวรัฐบุรุษผู้นี้ ตั้งแต่ยุคที่ดำรงตำแหน่งทางทหาร ไปจนถึงสิ้นสุดการเป็นนายกฯ

*******************************

โดย...ทีมข่าวโพสต์ทูเดย์

26 พ.ค. 2562 "พล.อ.เปรม ติณสูลานนท์" อดีตประธานองคมนตรีและรัฐบุรุษ ถึงแก่อสัญกรรมอย่างสงบปิดฉากบุคคลสำคัญที่นับว่าเป็นอีกหนึ่งตำนานของการเมืองไทย 

เรื่องราวของ พล.อ.เปรม ถูกจารึกไว้มากมาย และหนึ่งในนั้นก็คือเรื่องราวที่จารึกอยู่ในความทรงจำของ สื่อมวลชนอาวุโส จำนวนหนึ่งที่เคยติดตามทำข่าว พล.อ.เปรม ตั้งแต่สมัยดำรงตำแหน่งทางทหารไปจนถึงนายกมนตรี

"วิโชค อาจหาญ" อดีตผู้สื่อข่าวสถานีโทรทัศน์ อ.ส.ม.ท ในวัย 67 ปี และ "ปราโมทย์ ฝ่ายอุประ" อดีตผู้สื่อข่าวไทยรัฐ อายุ 69 ปี สองอดีตสื่อมวลชนรุ่นใหญ่ที่เคยติดตามทำข่าว พล.อ.เปรมไปทุกหนแห่ง ได้เล่าถึงภาพจำของ "ป๋า" ให้โพสต์ทูเดย์ได้ฟังอย่างน่าสนใจ.....

ประโยชน์ชาติมาก่อนเรื่องตัวเอง นี่คือ "พล.อ.เปรม"

วิโชค หรือบุคคลที่หมู่นักข่าวเรียกว่า "ลูกป๋า" เล่าว่า ติดตามทำข่าว พล.อ.เปรม ตั้งแต่ดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย ราวปี 2521 จนสิ้นสุดการเป็นนายกรัฐมนตรี เอกลักษณ์การทำงานเป็นคนซื่อตรง ซื่อสัตย์ สุจริต ตรงต่อเวลา ทำทุกอย่างเพื่อประชาชน ประเทศชาติ และสถาบันพระมหากษัตริย์ อย่างแน่วแน่และจริงจัง

ขณะที่นิสัยส่วนตัว พล.อ.เปรม เป็นคนพูดน้อย แต่คำพูดเมื่อถูกเอ่ยออกมักมีความหนักแน่นจริงใจจริงจัง แฝงไปด้วยความห่วงใย ไม่เคยผิดไปจากที่พูด ตรงนี่้จึงเป็นสิ่งทำให้ พล.อ.เปรม เป็นที่รักของใครหลายคนและทำให้มีหน้าที่การงานสูงขึ้นเรื่อยๆ

“สิ่งหนึ่งที่สัมผัสได้ในตัวป๋า มักจะอิงความถูกต้อง แม้ต้องยอมเสียบ้าง แต่ถ้าอะไรไม่ถูกต้อง ป๋าจะไม่มีวันยอมเด็ดขาด”

วิโชค เล่าถึงหนึ่งวีรกรรมอันกล้าหาญของ พล.อ.เปรม ให้ฟังว่า เมื่อช่วงปี 2528 ตอนนั้นติดตามคณะนายกรัฐมนตรี พล.อ.เปรม ไปประเทศอินโดนีเซีย โดยคืนวันที่ 9 กันยายน 2528 ประเทศไทยเกิดการรัฐประหารโดยทหารกลุ่มยังเติร์ก และเมื่อถึงตอนเช้าก่อนเข้าพบ ซูฮาร์โต อดีตประธานาธิบดีคนที่ 2 ของอินโดนีเซีย นายกฯคนที่ 16 ได้บอกเล่าเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในประเทศไทยให้คณะทราบ พร้อมบอกตนเตรียมอุปกรณ์ทำข่าวไว้ จากนั้นเข้าพบกับประธานาธิบดีอินโดนีเซียตามปกติ 

ภายหลังการหารือราชการเสร็จก็สั่งคณะเดินกลับประเทศไทย ทั้งที่ตอนนั้นคณะปฎิวัติสั่งห้ามเข้าประเทศ และเมื่อเครื่องบินของกองทัพอากาศลงจอดที่สนามบินหาดใหญ่ จังหวัดสงขลา สั่งให้บันทึกเทปแถลงต่อประชาชนว่ารัฐบาลจะไม่ยอมแพ้และบอกให้คณะปฏิวัติวางมือพร้อมนำกำลังพลกลับเข้ากรม จากนั้นตนนั่งเครื่องบินกองทัพกลับกรุงเทพเพื่อนำเทปกลับมายังสถานีเพื่อออกอากาศ จากนั้น พล.อ.เปรม เดินทางไปเข้าเฝ้าในหลวงรัชกาลที่ 9 ซึ่งตอนนั้นประทับอยู่พระตำหนักทักษิณราชนิเวศน์ จังหวัดนราธิวาส ซึ่งภายหลังสถานการณ์ก็คลี่คลายด้วยในที่สุด

อดีตผู้สื่อข่าวที่่ได้รับฉายาว่าลูกป๋า บอกว่า วีรกรรมอันกล้าหาญดังกล่าวแสดงให้เห็นว่า พล.อ.เปรม เมื่อถึงบทเข้มแข็งจะมีความเป็นผู้นำจริงๆ แต่คราวใดต้องอยู่ในบทบาทผ่อนปรนก็จะโอนอ่อน เหมือนครั้งที่ลาออกจากนายกรัฐมนตรีพร้อมประกาศยุบสภา ปี 2531 ตอนนั้นแม้พรรคร่วมรัฐบาลประกาศสนับสนุน แต่ พล.อ.เปรม ยินดีที่จะส่งต่ออำนาจตให้รัฐบาลต่อไป

ขณะที่ ปราโมทย์ ผู้ที่ติดตามทำข่าว พล.อ.เปรม ตั้งแต่สมัยเป็นทหาร เล่าว่าการทำงานอดีตประธานองคมนตรีสมัยเป็นทหาร จะมีลักษณะตามแบบฉบับทหารม้านักรบ “ป๋าเป็นคนที่มีความทหารแบบนักรบ ตรงไปตรงมา คนรักมาก และก็เป็นที่ชื่นชนในหมู่ทหารม้า” แต่ทว่าเมื่อเข้าสู่แวดวงการเมือง พล.อ.เปรม ก็วางตัวเหมาะสมกับการเป็นนักการเมืองคอยให้ข้อมูลนักข่าวเป็นประจำ

ส่วนนิสัยของ พล.อ.เปรม ในสายตาของผู้สื่อข่าวรุ่นใหญ่ มองว่ามีความเป็นผู้นำสูง มีทักษะความสามารถในการเลือกใช้คนดีมาก จนสามารถแก้ไขปัญหาของประเทศได้หลายเรื่อง ซึ่งแม้การทำงานตอนนั้นแม้มีปัญหาแต่สามารถกอบกู้เหุตการณ์ต่างกลับมาได้

ที่มาฉายา "เตมีย์ใบ้"

ปราโมทย์ เล่าว่าสมัยที่ พล.อ.เปรม เป็น รมช.มหาดไทย เป็นแหล่งข่าวที่อัธยาศัยดีคุยได้ทุกเรื่องตลอด 3 เวลา และถ้าเกิดความผิดพลาดนายกฯตอนนั้นก็จะคอยแก้ข่าวให้ แต่เมื่อขึ้นเป็นนายกฯเองก็รู้สึกว่าเมื่อพูดทุกวันบางครั้งอาจทำให้ผิดพลาดและไม่มีใครมาแก้ให้เหมือนสมัยเป็น รมช.มหาดไทย ทำให้ตอนหลังจึงพูดน้อยลงจนได้ฉายา "เตมีย์ใบ้"

แต่ถึงอย่างไรแม้จะพูดน้อยแต่ทุกครั้งที่ให้สัมภาษณ์ไม่ว่าสั้นหรือยาวก็มักเป็นประเด็นขึ้นหน้า 1 ทุกครั้ง

ส่วนการทำงานสมัยเป็นนายกฯ จะขยันมาทำเนียบประมาณ 8 โมงเช้า และทำงานจนเย็นค่ำมืด ซึ่งหากวันได้ไม่มีประเด็นอะไรจะบอกมากนักข่าวให้กลับเลย แต่ถ้ามีประเด็นเรื่องที่เป็นปัญหาจะให้สัมภาษณ์ด้วยตนเองหรือให้คนใกล้ชิดมาคอยบอก

สิ่งที่ทำให้คนรัก “ป๋าเปรม”

ปราโมทย์ เผยความประทับใจต่อรัฐบุรุษผู้นี้ ว่า จากที่ตามทำข่าวตั้งแต่สมัยเป็นทหารยศพลตรี จนเป็นนายกฯ รู้สึกว่าตั้งแต่รู้จัก พล.อ.เปรม ท่านทำเพื่อคนอื่นและประเทศชาติมาตลอด ไม่เคยทำอะไรเพื่อตนเอง

"เขาสร้างบ้านพักให้ที่จังหวัดสงขลา หรือนครราชสีมา พล.อ.เปรม ก็ไม่เคยรับ แต่มอบให้เป็นของหลวงเหมือนดังที่พูดตลอดว่า ทำเพื่อตอบแทนบุญคุณแผ่นดิน"

ส่วนสิ่งที่คนรุ่นหลังควรนำ พล.อ.เปรม ไปเป็นแบบอย่าง คือควรมีความคิดรับผิดชอบต่อบ้านเมืองและการดำเนินชีวิตที่เรียบง่าย

ขณะที่ วิโชค ชื่นชมในตัวของอดีตประธานองคมนตรี เป็นบุคคลที่เมื่อถึงบทบาทเข้มแข็งจะมีความเป็นผู้นำสูงมาก แต่คราวใดที่ควรผ่อนปรนก็จะโอนอ่อน

ส่วนสิ่งที่อยากให้คนรุ่นหลังนำนิสัย พล.อ.เปรม ยึดเป็นแบบอย่างคือควรเป็นคนที่ซื่อสัตย์ สุจริต เห็นแก่ประโยชน์ส่วนรวมของประชาชน ประเทศชาติ และสถาบันมาก่อนเรื่องตัวเอง

 

เรื่องอื่นๆที่คุณอาจสนใจ

Nytive

ข่าวอื่นๆ