7 พรรคชูนโยบาย ลดความเหลื่อมล้ำ

  • วันที่ 26 ม.ค. 2562 เวลา 08:49 น.

7 พรรคชูนโยบาย ลดความเหลื่อมล้ำ

 

งานสัมมนานโยบายเศรษฐกิจและตลาดทุนไทยภายใต้รัฐบาลเลือกตั้ง ที่จัดโดยสภาธุรกิจตลาดทุนไทย ซึ่งได้เชิญพรรคการเมืองต่างๆ เข้าร่วมแสดงวิสัยทัศน์ โดยมี สัมพันธ์ แป้นพัฒน์ รองหัวหน้าพรรคชาติไทยพัฒนา สุวัจน์ ลิปตพัลลภ ประธานที่ปรึกษาพรรคชาติพัฒนา กรณ์ จาติกวณิช ประธานคณะกรรมการนโยบายพรรคประชาธิปัตย์ อุตตม สาวนายน หัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ นฤมล สอาดโฉม กรรมการบริหารพรรคพลังประชารัฐ กิตติรัตน์ ณ ระนอง รองหัวหน้าพรรคเพื่อไทย อนุทิน ชาญวีรกูล หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย และพิชัย นริพทะพันธุ์ คณะทำงานเศรษฐกิจพรรคไทยรักษาชาติ

สัมพันธ์ รองหัวหน้าพรรคชาติไทยพัฒนา กล่าวว่า มองภาพตลาดทุนวันนี้ยังไม่มีความมั่นคง เพราะกลุ่มคนมีเงินถึงจะสามารถมาระดมทุนในตลาดหลักทรัพย์ได้ ซึ่งควรหาแนวทางช่วยให้กลุ่มรัฐวิสาหกิจและเอสเอ็มอีสามารถเข้ามาระดมทุนในตลาดหลักทรัพย์ได้

สุวัจน์ ประธานที่ปรึกษาพรรคชาติพัฒนา กล่าวว่า ใน 4 ปีข้างหน้า ควรทำให้โครงสร้างเศรษฐกิจแข็งแรง เติบโตอย่างมีเสถียรภาพและต่อเนื่อง ซึ่งจุดแข็งของประเทศคือมีอุตสาหกรรมเกษตรและอุตสาหกรรมท่องเที่ยว ที่ถือเป็นโครงสร้างเศรษฐกิจหลักของประเทศ ให้ความช่วยเหลือภาคเกษตรและเอสเอ็มอี หรือบริษัทที่มีมูลค่าหลักทรัพย์ตามราคาตลาดไม่สูงมาก ให้เข้ามาระดมทุนในตลาดหลักทรัพย์มากขึ้น เพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขัน

พิชัย คณะทำงานเศรษฐกิจพรรคไทยรักษาชาติ กล่าวว่า ควรแก้ไขปัญหาความเหลื่อมล้ำโดยไม่เก็บภาษีจากผู้สูงอายุและเปลี่ยนโครงสร้างประเทศไทย เดินหน้าเจรจาลดภาษีทางการค้ากับประเทศคู่ค้า ดึงคนจากภาคเกษตรให้ไปเป็นแรงงานในภาคบริการและภาคอุตสาหกรรมมากขึ้น

กิตติรัตน์ รองหัวหน้าพรรคเพื่อไทย กล่าวว่า ความสำคัญกับการบริหารเศรษฐกิจในอนาคตข้างหน้า คือต้องมีความสมดุลที่มาจาก 3 ประการ คือ การเจริญเติบโต การมีเสถียรภาพ และการกระจายรายได้ โดยหน้าที่ของรัฐบาลในอนาคตไม่ว่าจะเป็นพรรคไหนก็ตาม เนื่องจากขณะนี้เราเสียสมดุลในการบริหารเศรษฐกิจ เรื่องการกระจายรายได้จะต้องแก้ไขอย่างจริงจัง โดยเป็นเรื่องที่จะต้องให้ความสำคัญ

อนุทิน หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย กล่าวว่า นโยบายที่สำคัญคือ การลดความเหลื่อมล้ำ ลดอำนาจภาครัฐให้กลับมาสู่สภาพปกติ จัดลำดับความสำคัญการใช้งบประมาณรัฐ ควรหยุดซื้ออาวุธยุทโธปกรณ์ก่อน เน้นสิ่งที่เกี่ยวข้องเพื่อทำให้ความสะดวกเกิดขึ้นตามยุทธศาสตร์ชาติ ไม่ต้องซื้ออาวุธมากมายขนาดนั้น แต่นำเงินทั้งหมดมาพัฒนาประเทศ

ทั้งนี้ ในเวทีสัมมนานโยบายเศรษฐกิจและตลาดทุนไทยภายใต้รัฐบาลเลือกตั้ง ไพบูลย์ นลินทรางกูร ประธานกรรมการสภาธุรกิจตลาดทุนไทย กล่าวถึงกรณีที่กองทุนรวมหุ้นระยะยาว (LTF) กำลังจะหมดอายุภายในปีนี้ ซึ่งแต่ละพรรคการเมืองต่างแสดงวิสัยทัศน์ที่ต้องการสานต่อ LTF แต่จะมีการพัฒนาและปรับปรุงให้มีความทันสมัย เพิ่มจำนวนผู้ที่ต้องการออมใน LTF ซึ่งถือเป็นการเสริมแกร่งให้กับตลาดทุนด้วย

ข่าวอื่นๆ

ข่าวอื่นๆ