ปัดฝุ่น "พรรคพลังธรรมใหม่" บนเส้นทางสาย "พธม.แท้"

  • วันที่ 15 ต.ค. 2561 เวลา 08:15 น.

ปัดฝุ่น "พรรคพลังธรรมใหม่" บนเส้นทางสาย "พธม.แท้"

อีกหนึ่งพรรคที่น่าจับตาในการเลือกตั้งครั้งนี้คือ "พรรคพลังธรรมใหม่" ที่รีเทิร์นกลับมาพร้อมแกนนำรุ่นที่2

*************************************

โดย...ทีมข่าวการเมืองโพสต์ทูเดย์

บรรดาพรรคขนาดกลางและเล็ก มีหนึ่งพรรคที่น่าสนใจ คือ “พรรคพลังธรรมใหม่” ที่รีเทิร์นกลับมาสู้ศึกเลือกตั้งอีกครั้ง ท่ามกลางสถานการณ์การเมืองอึมครึมกับกระแสดูดอดีต สส.ที่ดุเดือดรุนแรง ท้าทายความสามารถของ “นพ.ระวี มาศฉมาดล” แกนนำรุ่น 2 จะสามารถนำพาพรรคกลับมายิ่งใหญ่ได้อย่างยุค “พรรคพลังธรรม” ที่ก่อตั้งโดย พล.ต.จำลอง ศรีเมือง อดีตหัวหน้าพรรคและแกนนำพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย (พธม.) แต่วันนี้อำลาการเมืองไปแล้ว

นพ.ระวี ในฐานะหัวหน้าพรรคพลังธรรมใหม่ มองว่าในการเลือกตั้งครั้งนี้ทางพรรคมีความพร้อมเต็มที่สามารถส่งผู้สมัครครบได้ครบทุกเขต เพราะผู้สมัครของพรรคทุกคนออกเงินกันเองไม่มีนายทุน จึงเป็นพรรคของประชาชนอย่างแท้จริง ฐานคะแนนเสียงสำคัญมาจากทุกกลุ่มไม่ใช่เฉพาะกลุ่มพันธมิตรฯ หรือ กลุ่มสันติอโศก ภายใต้การนำของ สมณะโพธิรักษ์ โดยมีอดีต สส.และคนรุ่นใหม่เข้ามาร่วมจำนวนมาก เพราะเรายึดอุดมการณ์เดียวกัน คือ คุณธรรมนำการเมือง และความซื่อสัตย์สุจริต รูปแบบการทำงานการเมืองด้วยการเดินตามรอยแนวนโยบายอัมโน หรือ United Malays National Organisation - UMNO ของ ดร.มหาเธร์ โมฮัมหมัด นายกรัฐมนตรีที่ครองอำนาจยาวนานกว่า 2 ทศวรรษ มาเป็นแบบอย่าง

“พรรคพลังธรรมใหม่ไม่ได้ใส่เสื้อม่อฮ่อมอีกต่อไป จะเป็นพรรคที่สามารถเข้าร่วมได้กับทุกกลุ่มการเมือง เช่น สมาคมครู สมาพันธ์เกษตรกร หรืออดีตนายทหาร เช่น พล.อ.ดร.ปกิต สันตินิยม หรือแม้แต่ผู้นำศาสนาคริสต์ พุทธ หรืออิสลามสายกลาง ยังมาร่วมกันทำงาน”

นพ.ระวี กล่าวว่า เหตุผลที่จะร่วมรัฐบาลกับฝ่ายใดไม่ว่าพรรคเพื่อไทย หรือพรรคที่สนับสนุน พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ต้องสอดคล้องกับนโยบายพรรค ดังนี้ 1.ปูถนนทุกเส้นด้วยทองคำ คือ เน้นการป้องกันการทุจริตคอร์รัปชั่น 2.พรรคเพื่อไทย ประกาศตัวว่าเป็นสายประชาธิปไตย หรือพรรคประชาธิปัตย์ประกาศตัวเป็นเสรีประชาธิปไตย แต่พรรคพลังธรรมใหม่ คือ ธรรมาธิปไตย คือ คุณธรรมนำการเมือง 3.นโยบายปฏิรูปพลังงานด้วยการเลิกอิงราคาเสมือนจริงนำเข้า เพราะจะสามารถเพิ่มรายได้เข้าประเทศนับแสนล้านบาท และจะทำให้ราคาน้ำมันถูกลง 3-4 บาท/ลิตร หรือการแก้ทีโออาร์สัมปทานแหล่งพลังงาน บงกช และเอราวัณ

นอกจากนี้ 4.นโยบายสาธารณสุข จะผลักดันโครงการหมอประจำตัวทั่วไทย โดยภายใน 1 ปี ประชาชนทุกคนจะมีหมอดูแลสุขภาพประจำตัวผ่านโทรศัพท์มือถือ โดยหมอ 1 คน จะมีข้อมูลสุขภาพประชาชน 1,000 คน นับเป็นแนวทางใหม่ในการดูแลสุขภาพประชาชนอย่างใกล้ชิดด้วยการนำเทคโนโลยีมาปรับใช้ และพัฒนาอาสาสมัครสาธารณสุข (อสม.) เป็นผู้ช่วยหมอทั่วประเทศ คาดอาจใช้งบประมาณราว 1-2 หมื่นล้านบาท 5.ปรับลดปลดหนี้เกษตรกรด้วยการให้เกษตรกรเข้าโครงการเศรษฐกิจพอเพียงด้วยการทำบัญชีครัวเรือน เพื่อไม่ให้เกษตรกรไปก่อหนี้ใหม่ และ 6.สินค้าเกษตรทุกชนิดต้องมีคณะกรรมการเฉพาะเพื่อดูแลอย่างครบวงจรทั้ง 70 สินค้าเกษตร เป้าหมายเพื่อแก้ไขปัญหาราคาตกต่ำ อาทิ ผัก ผลไม้ หอม กระเทียม ปาล์ม ยางพารา โดยแต่ละคณะชุดละ 15-20 คน ประกอบด้วยตัวแทนจากทุกภาคส่วนทั้งภาครัฐและเกษตรกร ดังนั้น ทางพรรคพลังธรรมใหม่ มีความพร้อมสูงที่จะทำหน้าที่ใน 3 กระทรวง คือ กระทรวงสาธารณสุข กระทรวงศึกษาธิการ และงานด้านการป้องกันและปราบปรามการทุจริต

“ท่าน พล.ต.จำลอง ไม่ได้มาช่วยพรรคทั้งต่อหน้าและลับหลัง เพราะท่านอยากให้คนรุ่น 2 ได้ทำงานการเมืองเต็มที แต่อาจให้คำปรึกษาบ้าง สำหรับแนวร่วมกลุ่มสันติอโศก ได้ปิดพรรคเพื่อฟ้าดินไปแล้ว ส่วนผมจะอยู่กับ พล.อ.ประยุทธ์ หรือจะอยู่ฝ่ายตรงข้าม หรือจะไปร่วมหรือไม่ร่วมกับกลุ่มใดต้องมีอุดมการณ์เดียวกัน”

หัวหน้าพรรคพลังธรรมใหม่ กล่าวว่า ตลอดระยะเวลา 3 ปีที่ผ่านมา ได้ศึกษาและวิเคราะห์ว่าเหตุใดพรรคพลังธรรมเดิมถึงสูญพันธุ์ไปจากการเมือง คำตอบ คือ การสร้างพรรคการเมืองที่ยั่งยืนอย่างแท้จริง สมาชิกพรรคทุกคนต้องร่วมกันออกทุนเองโดยไม่มีนายทุนพรรคมาสั่งการ และต้องให้สมาชิกพรรคมีส่วนร่วมในการตัดสินใจ อาทิ คัดเลือกผู้นำ หรือกรรมการบริหารพรรค รูปธรรมการมีส่วนร่วมโดยให้สมาชิกพรรคมาร่วมการโหวตผ่านระบบออนไลน์ เช่น จะเลือกใครเป็นนายกรัฐมนตรี หากพรรคจะไปเป็นพรรคร่วมรัฐบาล โดยให้สมาชิกทุกคนลงคะแนนผลการลงคะแนนนับเสียงส่วนใหญ่เป็นมติพรรค นี่คือ บทพิสูจน์ว่าเป็นพรรคพลังธรรมใหม่ คือ พรรคประชาชน

“ผมเชื่อว่าแนวทางของพรรคที่ดำเนินการอยู่ในขณะนี้ คือ แนวทางของกลุ่มพันธมิตรฯ แท้ ที่มีแนวร่วมอยู่กว่า 2 ล้านคน ซึ่งไม่เอากลุ่มสุเทพ เทือกสุบรรณ แกนนำพรรครวมพลังประชาชาติไทย แต่จะเลือกพรรคพลังธรรมใหม่” นพ.ระวี กล่าว

นพ.ระวี กล่าวอีกว่า นโยบายสำคัญของพรรคคือการป้องกันการทุจริตภายในพรรค ด้วยการตั้งคณะกรรมการธรรมาภิบาลของพรรคจำนวน 5 คน ที่จะทำหน้าที่ป้องกันและตรวจสอบการทุจริตของนักการเมืองของพรรค หัวหน้าพรรค และสมาชิกพรรคทั่วประเทศ หรือรัฐมนตรีของพรรคที่เข้าไปเป็นพรรคร่วมรัฐบาล รวมทั้งแก้ไขความขัดแย้งที่เกิดขึ้นภายในพรรคด้วย โดยมีนาม ยิ้มแย้ม อดีตประธานคณะกรรมการตรวจสอบการกระทำที่ก่อให้เกิดความเสียหายแก่รัฐ (คตส.) เป็นประธานคณะกรรมการ ซึ่งคณะกรรมการชุดนี้มีอำนาจปลดรัฐมนตรีของพรรค สมาชิก หรือแม้แต่หัวหน้าพรรคได้ทันทีหากพบว่าใช้ตำแหน่งหน้าที่ไปในทางทุจริต

“พรรคประชาชนแท้ คือ พรรคที่ไม่มีนายทุน และสมาชิกพรรคมีสิทธิเลือก สส.เขตตัวเอง หรือมีสิทธิปลดหัวหน้าพรรคได้นั้นคือ พรรคพลังธรรมใหม่”

 

ข่าวอื่นๆ

ข่าวอื่นๆ