"สามมิตร"เป็นมิตรทุกพรรค ขอทำประโยชน์ให้ประชาชน

  • วันที่ 02 ก.ย. 2561 เวลา 10:19 น.

"สามมิตร"เป็นมิตรทุกพรรค ขอทำประโยชน์ให้ประชาชน

"ธนกร วังบุญคงชนะ" โฆษกกลุ่มสามมิตรกับการขยับก้าวพร้อมเป็นมิตรกับทุกพรรคหากได้เป็นรัฐบาล

***********************************

โดย...ทีมข่าวการเมืองโพสต์ทูเดย์

กลุ่มการเมืองในนาม “สามมิตร” นับเป็นกลุ่มการเมืองที่ถูกจับตามองอย่างมากในช่วงนี้ จนถูกจับจ้องจากฟากการเมืองว่าอาจเป็นกลไกหนึ่งให้กับ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ได้กลับมาเป็นรัฐบาลอีกครั้งหลังการเลือกตั้งที่กำลังจะมาถึง

“ธนกร วังบุญคงชนะ” โฆษกกลุ่มสามมิตร เล่าผ่าน “โพสต์ทูเดย์” พร้อมย้อนหลังถึงจุดเริ่มต้นของกลุ่มมาจาก สุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ สมศักดิ์ เทพสุทิน อนุชา นาคาศัย และ ภิรมย์ พลวิเศษ ซึ่งได้พูดคุยจนเห็นพ้องร่วมกันว่าอยากให้ประเทศเดินไปข้างหน้า และมีเป้าหมายต้องการสร้างความเข้มแข็งให้กับกลุ่มเกษตรกร รวมถึงสร้างความปรองดองให้คนในชาติ

ธนกร ขยายความต่อว่า ตลอดการลงพื้นที่ของกลุ่มสามมิตรที่ผ่านมาจนถูกจับตาจากหลายฝ่ายว่าทำเพื่อประโยชน์ทางการเมือง แต่ในข้อเท็จจริงกลุ่มสามมิตรลงไปเพื่อรับฟังปัญหาของประชาชนและนำเสนอผ่านรัฐบาลตามช่องทางของสื่อต่างๆ จนหลายปัญหาทำให้ได้รับการแก้ไขเร่งด่วน เช่น เรื่องราคาข้าว จนรัฐบาลมีมาตรการปรับราคาข้าวจากเดิม 6,000 บาท เป็น 8,000 บาท

“เราเข้าไปช่วยเขา วันนี้ทุกคนได้ประโยชน์หมด แต่คำถามต่อมาพอเราเดินมากๆ ก็ถูกวิพากษ์วิจารณ์จากทุกฝ่ายว่าเราขัดคำสั่ง คสช.หรือไม่ แต่จริงๆ ในการลงพื้นที่เราทำตามกติการะเบียบของ คสช.อย่างเคร่งครัด ไม่เคยชุมนุมหรือพูดคุยทางการเมือง สามารถไปตรวจสอบได้ เราไปเพื่อรับฟังปัญหาอย่างเดียว”

อย่างไรก็ตาม แม้รัฐบาลจะฟังทุกกลุ่ม แต่เวลากลุ่มสามมิตรสะท้อนปัญหาไป เชื่อว่ารัฐบาลเข้าใจในเจตนาบริสุทธิ์ของกลุ่มสามมิตร เช่น ไปต่างจังหวัด ชาวบ้านพูดเลยว่านโยบายบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ ชาวบ้านพอใจ บัตรคนจน 11 ล้านใบ เดี๋ยวจะเพิ่มอีก 5 ล้านใบ

“วันแรกที่เราไป ชาวบ้านรูดได้ 200 300 500 ได้แต่ของอย่างเดียว ขณะนั้นมีเครื่องรูดแค่ 2 หมื่นเครื่อง เราสะท้อนไป รัฐบาลเพิ่มเครื่องรูดให้อีก 1 แสนเครื่อง พอสะท้อนไปอีกว่าชาวบ้านอยากได้เงินสดสัก 200 บาทได้ไหม เสนอผ่านไปยังรัฐบาลตอนลงพื้นที่ วันนี้ให้อีก 100-200 บาท สามารถรูดเป็นเงินสดได้ ไปซื้อร้านอื่นได้ วันนี้พี่น้องประชาชนคนยากจนได้ประโยชน์

การที่หลายฝ่ายบอกว่าเกษตรกรหรือคนยากจนเขาเริ่มมีความรู้สึกดี หรืออาจจะรักท่านนายกฯ ก็เป็นไปได้ หลังจากที่เราได้ลงพื้นที่ ผมไม่ได้เชียร์ท่านนายกฯ แต่นโยบายหลายอย่างตอบโจทย์คนยากคนจน วันนี้เมืองไทยเราอย่ามองว่ามันเป็นประชานิยม แต่เมืองไทยต้องมีสวัสดิการส่วนหนึ่งเหมือนประเทศสวีเดน”

ทั้งนี้ เมืองไทยคนยากคนจน 70% เพราะฉะนั้นต้องมีสวัสดิการบ้างถึงอยู่ได้ วันนี้ฐานล่างของประเทศยังเหนื่อยอยู่ ถ้าทำให้เกษตรกรมีความเข้มแข็ง มีอาชีพช่วย ไม่ใช่แค่ให้ปลาหรือเบ็ดไปดูแลตัวเองได้ นโยบายหลายอย่างของรัฐบาลมันต้องตอบโจทย์ของประเทศ

ธนกร วังบุญคงชนะ โฆษกกลุ่มสามมิตร

โฆษกกลุ่มสามมิตร เล่าพร้อมยกตัวอย่าง เวลาไปพบเกษตรกรหรือชาวบ้าน พอเห็นหน้าคุณสมศักดิ์ บอกว่าอยากเลี้ยงโค เพราะจำได้ว่าคุณสมศักดิ์เคยคิดนโยบาย “โคแก้จน คนปลดหนี้” วันนี้ชาวบ้านเป็นหนี้กองทุนหมู่บ้านสามกองแต่ไม่มีปัญญาจ่าย วันนี้กองทุนหมู่บ้านที่เห็นมันกลายเป็นสิ่งดีๆ ที่ปรากฏในสื่อ แต่ขณะเดียวกันล้มเหลวเยอะมาก

“ประชาชนเป็นหนี้กองทุนหมู่บ้านก็ไปกู้หนี้นอกระบบมา เป็นวงจรแบบนี้ แต่วันนั้นถ้าคุณเอาเงินส่วนหนึ่งไปแจกโคเพศเมียให้ชาวบ้านครอบครัวละ 2 ตัว ตอนแจกเราคิดเป็นน้ำหนักให้ยืม และอีก 10 ปีมาคืน เชื่อหรือไม่ เมื่อดูตัวเลขมีโค 45 ตัว เราเป็นคนต่างจังหวัด เรารู้วิถีชีวิตว่าอยู่ได้ แต่วันนี้ไม่ใช่ไปสร้างหนี้อย่างเดียว

อย่างไรก็ตาม นอกจากปัญหาเรื่องภาคเกษตรแล้วยังมีปัญหาเรื่องหนี้นอกระบบเยอะมาก แต่เป็นเรื่องดีที่พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกฯ และ รมว.กลาโหม เข้าไปดูในเรื่องดังกล่าว ฉะนั้นขอนแก่นโมเดล ถือว่าเป็นเรื่องดีมาก มันมีนโยบายหลายอย่าง เศรษฐกิจกระเตื้องขึ้น แต่ในเศรษฐกิจฐานรากของประเทศ อาจใช้เวลาอีกนิด

ส่วนกรณีที่หลายฝ่ายมองว่ากลุ่มสามมิตรเคลื่อนไหวในหลายพื้นที่จะเป็นเครื่องมือให้กับรัฐบาลนั้น ธนกร อธิบายว่า วันนี้ไม่ใช่กลุ่มสามมิตรอย่างเดียวลงพื้นที่พบประชาชน แต่ยังมีพรรคการเมืองอื่นๆ ด้วย ซึ่งส่วนตัวเข้าใจ คสช.ไม่สองมาตรฐาน เพราะเวลาปฏิวัติมันเนิ่นนานมาแล้ว ช่วงแรกๆ อาจจะห้าม แต่ก็ผ่อนคลายมาช่วงหนึ่ง ไม่ได้จับ ฉะนั้นไม่ได้สองมาตรฐาน ปล่อยให้กลุ่มสามมิตรไปอย่างเดียว

“กลุ่มสามมิตรพร้อมน้อมรับคำวิพากษ์วิจารณ์จากทุกฝ่าย แต่วันนี้น่าจะเอาเวลาไปคิดนโยบาย หรือทำประโยชน์ให้กับประชาชนดีกว่า ดีกว่ามานั่งจับผิดหรือวิพากษ์วิจารณ์ เพราะการเมืองไม่ควรจะเป็นวงจรแบบนี้แล้ว วันนี้ควรหยุดกันได้แล้ว เนื่องจากเป็นภาวะพิเศษ เราน่าจะหยุดสักพักเพื่อให้บ้านเมืองเดินไปข้างหน้าได้

เหมือนหมูป่าเกิดวิกฤต คนไทยทุกภาคส่วน ทุกสี ทุกกลุ่ม ที่เคยขัดแย้งมาร่วมมือกันหมด ผมอยากให้กรณีมาใช้กับทางการเมือง ในช่วงภาวะพิเศษ ผมเชื่อว่าประเทศไปได้ เราลองมาคิดทบทวน แต่วันนี้เป็นเรื่องประเทศชาติ จึงอยากให้คิดก่อน เพราะถ้าคิดก่อนประเทศจะไม่มีความขัดแย้ง”

ทั้งนี้ ยอมรับว่าในการรวมตัวของกลุ่มสามมิตรอาจจะมีบุคคลสำคัญทางการเมืองในอดีตมาร่วม แต่กลุ่มสามมิตรมีจุดยืนชัดเจนว่า วันนี้เป็นกลุ่มแล้ว มีอดีตนักการเมืองระดับชาติ อดีตรัฐมนตรี หรืออดีต สส.ที่มา เพราะเชื่อมั่นในตัวสมศักดิ์และสุริยะ เนื่องจากคร่ำหวอดในเวทีการเมืองเป็นที่น่าเชื่อถือของนักการเมืองหลายคน แม้วันนี้ยังเป็นกลุ่ม แต่เดือนหน้าเข้าใจว่ากระบวนการตัดสินใจจะไปอยู่ตรงไหนคงจะเริ่มต้นขึ้น

สำหรับประเด็นที่กำลังถูกมองโดยเฉพาะเรื่องการทาบทามอดีตนักการเมืองจากพรรคต่างๆ มาเข้าร่วมกลุ่มสามมิตรนั้น โดยส่วนตัวมองว่าเวลา สส.ย้ายพรรคมองว่าเป็นการดูด ซึ่งฟังแล้วไม่สบายใจ แต่มันเป็นเสรีภาพ สส. หรือกล่าวหาว่าเอาเงินไปซื้อตัว ซึ่งมันซื้อไม่ได้

“วันนี้เวลาเราอยู่พรรคไหน ถามว่าต้องอยู่ตลอดชีวิตหรือไม่ คือ ไม่ใช่ วันหนึ่งในช่วงเวลาหนึ่งเราอยู่ตรงนี้แล้วสบายใจ แล้วทำประโยชน์ให้กับประชาชนได้ก็อยู่ แต่วันหนึ่งเราอยู่พรรคนี้แล้วทำประโยชน์ให้ประชาชนไม่ได้ เพราะเราไม่ได้เป็นรัฐบาล ก็อาจจำเป็นต้องย้ายพรรค อย่าไปต่อว่าหรือตำหนิคนย้ายพรรค ถือเป็นเรื่องปกติในทางสังคม แต่พอย้ายไปส่วนใหญ่ชอบมองกันในแง่มุมเชิงลบ

ธนกร ยืนยันหนักแน่นว่า วันนี้กลุ่มสามมิตรไปเช็กดูได้ไม่มีเรื่องต่อรองผลประโยชน์ ไม่มีการใช้เงินซื้อ สส. ไม่มีเรื่องเหล่านี้ สุริยะและสมศักดิ์ทำการเมืองสร้างสรรค์ ไม่มีศัตรูทางการเมืองเลย แต่เรื่องบิ๊กเซอร์ไพรส์ ถ้าลงตัวมันสำคัญมาก ไม่ใช่ สส. หรืออดีตรัฐมนตรีย้ายมาแล้วเซอร์ไพรส์ แต่ความสำคัญบริบทหลายอย่างที่ย้ายมาสำคัญ แต่การวิจารณ์ว่าดูด ไม่สร้างสรรค์ เป็นเสรีภาพทุกคน ที่ทำให้มั่นใจ ตรงไหนที่ทำประโยชน์ให้กับประชาชนได้ ก็อยู่ตรงนั้น

ขณะเดียวกันยืนยันกลุ่มสามมิตรไม่ได้ตั้งมาเฉพาะกิจ การวิจารณ์ทางการเมืองก็ว่ากันไป แต่กระบวนการเป็นพรรคเดือนหน้าก็รู้แล้วว่าอยู่ตรงไหน และอยู่ในจุดที่ดีด้วย อยู่ในจุดที่ทำประโยชน์ให้กับพี่น้องประชาชนได้ ถ้าเป็นรัฐบาลสามารถทำประโยชน์ให้กับประชาชนได้ ไม่ว่าพรรคไหนมีนโยบายดีอย่างไร ถ้าไม่ได้เป็นรัฐบาล มันทำไม่ได้

ส่วนจะสนับสนุนให้ พล.อ.ประยุทธ์ เป็นนายกรัฐมนตรีต่อหรือไม่หลังจากการเลือกตั้ง ซึ่งวันนี้นโยบายรัฐบาลตอบโจทย์ประชาชนได้หลายอย่าง อาทิ รถไฟฟ้า โครงสร้างพื้นฐานหรืออีอีซี คิดว่าอีก 5-6 ปี ข้างหน้า คนไทยจะเห็นสิ่งที่ พล.อ.ประยุทธ์ ทำให้กับบ้านเมือง แม้จะไม่ได้มาตามระบอบประชาธิปไตย แต่ก็ทำประโยชน์ให้กับประเทศ ฉะนั้นการเลือกตั้งครั้งหน้า ประชาชนมีความสุข กลุ่มสามมิตรก็อยู่ตรงนั้น แต่ก็เป็นเรื่องอนาคต และขึ้นอยู่กับผู้ใหญ่ในกลุ่มจะตัดสินใจ

สำหรับนโยบายของกลุ่มสามมิตรก็มีคิดไว้ประมาณ 10 ข้อ อาทิ ส่งเสริมให้เกษตรกรเลี้ยงโค สร้างความเข้มแข็งให้เกษตรกร เช่น ในเรื่องของการจัดสวัสดิการให้กับเจ้าหน้าที่ อปพร. กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน อสม. เบี้ยคนชรา ซึ่งต้องปรับตรงนี้ เพราะได้น้อยเกินไป เนื่องด้วยปริมาณงานที่ทำมีมาก จึงต้องปรับให้อยู่ได้

“เราไปอยู่พรรคไหนในอนาคต เราต้องเป็นคนเลือกพรรค ไม่ใช่พรรคมาเลือกเรา เรานำเสนอนโยบายกับเขา ถ้าเขารับนโยบายที่เราคิด ยอมรับกันได้ เราก็ไปอยู่ตรงนั้น และยืนยันว่าเราไม่ตั้งพรรคการเมืองเด็ดขาด”

เรื่องอื่นๆที่คุณอาจสนใจ

Nytive

ข่าวอื่นๆ