เปิดร่าง พรบ.ท้องถิ่น ปรับอำนาจ กกต.ตีกรอบคุมเข้ม

  • วันที่ 19 มิ.ย. 2561 เวลา 10:46 น.

เปิดร่าง พรบ.ท้องถิ่น ปรับอำนาจ กกต.ตีกรอบคุมเข้ม

โดย...ทีมข่าวการเมืองโพสต์ทูเดย์ 

เส้นทางสู่การเลือกตั้งท้องถิ่นเริ่มเป็นรูปเป็นร่างชัดเจนขึ้นตามความคืบหน้าในการแก้ไขกฎหมายที่เกี่ยวข้องทั้ง 6 ฉบับ ฉบับสำคัญที่สุดคือ เปิดร่าง พ.ร.บ.การเลือกตั้งสมาชิกสภาท้องถิ่น หรือผู้บริหารท้องถิ่น ที่ปรับเนื้อหาให้สอดคล้องกับรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ ตลอดจนกฎหมายประกอบรัฐธรรมนูญที่เกี่ยวข้อง 

ล่าสุด เว็บไซต์สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ทำการเผยแพร่เพื่อรับฟังความคิดเห็นจากประชาชนและผู้ที่เกี่ยวข้องเป็นเวลา 30 วัน หลังจากนั้น กกต.จะนำมาพิจารณาและส่งให้สภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) พิจารณาต่อไป โดยคาดว่าจะสามารถประกาศใช้ได้ภายในเดือน ธ.ค.ปีนี้ 

สำหรับเนื้อหา พ.ร.บ.การเลือกตั้งสมาชิกสภาท้องถิ่นฯ แตกต่างออกไปจากเดิมนั้นมีหลายส่วน​ เริ่มตั้งแต่ประเด็นแรกเรื่องลักษณะต้องห้ามไม่ให้ใช้สิทธิเลือกตั้งจากเดิมที่ห้ามแค่ 1.วิกลจริต จิตฟั่นเฟือนไม่สมประกอบ 2.เป็นภิกษุ สามเณร นักพรต หรือนักบวช 3.ต้องคุมขังอยู่โดยหมายของศาล หรือคำสั่งที่ชอบด้วยกฎหมาย แต่ครั้งนี้กฎหมายใหม่เพิ่มเนื้อหา ข้อ 4 ห้ามบุคคลที่อยู่ระหว่างถูกเพิกถอนสิทธิเลือกตั้ง ไม่ว่าคดีนั้นจะถึงที่สุดแล้วหรือไม่

ต่อเนื่องด้วยลักษณะต้องห้ามลงสมัครรับเลือกตั้ง กฎหมายเดิม มาตรา 45 (8) เขียนแค่ห้ามบุคคลเคยต้องคำพิพากษาหรือคำสั่งของศาลให้ทรัพย์สินตกเป็นของแผ่นดิน เพราะร่ำรวยผิดปกติหรือมีทรัพย์สินเพิ่มขึ้นผิดปกติ แต่ร่างกฎหมายฉบับใหม่ปรับเป็น “เคยต้องคำพิพากษา หรือคำสั่งของศาลอันถึงที่สุดให้ทรัพย์ตกเป็นของแผ่นดิน เพราะร่ำรวยผิดปกติหรือเคยต้องคำพิพากษาอันถึงที่สุดให้ลงโทษจำคุก เพราะการกระทำความผิดตามกฎหมายว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต”

พร้อมเพิ่มรายละเอียดใน (9) เป็นเคยต้องคำพิพากษาอันถึงที่สุดว่ากระทำความผิดต่อตำแหน่งหน้าที่ราชการ หรือต่อตำแหน่งหน้าที่ในการยุติธรรม หรือกระทำความผิดตามกฎหมายว่าด้วยความผิดของพนักงานในองค์การหรือหน่วยงานของรัฐ หรือความผิดเกี่ยวกับทรัพย์ที่กระทำโดยทุจริต ตามประมวลกฎหมายอาญาความผิดตามกฎหมายว่าด้วยการกู้ยืมเงินที่เป็นการฉ้อโกงประชาชน กฎหมายว่าด้วยยาเสพติดในความผิดฐานเป็นผู้ผลิต นำเข้า ส่งออก หรือผู้ค้า กฎหมายว่าด้วยการพนันในความผิดฐานเป็นเจ้ามือหรือเจ้าสำนัก กฎหมายว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการค้ามนุษย์ กฎหมายว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการฟอกเงินในความผิดฐานฟอกเงิน

ส่วนประเด็นการห้ามจัดมหรสพล้อตาม พ.ร.บ.เลือกตั้ง สส.นั้น เดิมกฎหมาย​ในมาตรา 64 ห้ามมิให้ผู้สมัครหรือผู้ใดกระทำการอย่างหนึ่งอย่างใด เพื่อจูงใจผู้มีสิทธิเลือกตั้ง ลงคะแนนให้แก่ตนหรือผู้สมัครอื่น ให้งดเว้นการลงคะแนนให้แก่ผู้สมัครอื่น ให้งดเว้นการลงคะแนนให้แก่ผู้สมัคร หรือการชักชวนให้ไปลงคะแนนไม่เลือกผู้ใดเป็นสมาชิกสภาท้องถิ่น หรือผู้บริหารท้องถิ่น ​ซึ่งการห้ามหาเสียงเลือกตั้งด้วยการจัดให้มีมหรสพหรือการรื่นเริงต่างๆ นั้นมีการกำหนดไว้ก่อนหน้านี้อยู่แล้ว 

ที่สำคัญร่างกฎหมายใหม่ห้าม ผู้บริหารท้องถิ่น หรือสมาชิกสภาท้องถิ่น อนุมัติโครงการหรือกิจกรรมใหม่ ที่เข้าข่ายจูงใจผู้ใช้สิทธิ ภายใน 90 วัน ก่อนวันครบวาระการดำรงตำแหน่ง หรือก่อนการลาออกจากตำแหน่ง เว้นแต่โครงการหรือกิจกรรมดังกล่าวมีลักษณะเป็นการบรรเทาทุกข์จากภัยธรรมชาติ หรือภัยพิบัติสาธารณะ หรือเป็นโครงการหรือกิจกรรมต่อเนื่อง หรือเป็นโครงการที่ดำเนินการตามมติ ครม.

อีกประเด็นน่าสนใจที่เพิ่มขึ้นคือ มาตรา 72 กรณีการหาเสียงเลือกตั้งโดยวิธีการทางอิเล็กทรอนิกส์ และความปรากฏต่อคณะกรรมการการเลือกตั้งไม่ว่า โดยทางใดว่าการหาเสียงเลือกตั้งนั้น ฝ่าฝืนหรือไม่ถูกต้องตาม พ.ร.บ.หรือคำสั่ง ระเบียบ หรือข้อบังคับ ของคณะกรรมการการเลือกตั้งให้คณะกรรมการการเลือกตั้งมีหน้าที่แจ้งข้อเท็จจริง ให้ประชาชนทราบเป็นการทั่วไปโดยพลัน และมีอำนาจสั่งให้ผู้ที่เกี่ยวข้องดำเนินการแก้ไข เปลี่ยนแปลง หรือลบข้อมูลโดยทันที

นอกจากนี้ ตามมาตรา ​106 ก่อนประกาศผลการเลือกตั้งถ้าคณะกรรมการการเลือกตั้ง สืบสวนหรือไต่สวนแล้วเห็นว่ามีหลักฐานควรเชื่อได้ว่า ผู้สมัครผู้ใดกระทำการอันเป็นเหตุให้การเลือกตั้งนั้น มิได้เป็นไปโดยสุจริตและเที่ยงธรรม หรือมีหลักฐานอันควรเชื่อได้ว่าผู้สมัครผู้ใด ก่อให้ผู้อื่นกระทำสนับสนุน หรือรู้เห็นเป็นใจ ให้คณะกรรมการการเลือกตั้ง สั่งระงับสิทธิสมัครรับเลือกตั้ง ของผู้สมัครที่กระทำการเช่นนั้นทุกรายไว้เป็นการชั่วคราวไม่เกิน 1 ปี โดยคำสั่งของคณะกรรมการการเลือกตั้งเป็นที่สิ้นสุด 

จากนั้นให้คณะกรรมการการเลือกตั้งยื่นคำร้องต่อศาลอุทธรณ์​เพื่อพิจารณา ในกรณีที่ศาลพิจารณาว่าผู้นั้นกระทำผิดให้ศาลอุทธรณ์​สั่งเพิกถอนสิทธิสมัครรับเลือกตั้ง หรือเพิกถอนสิทธิเลือกตั้งของผู้นั้น 10 ปี และเมื่อประกาศผลเลือกตั้งแล้วปรากฏหลักฐานอันควรเชื่อได้ว่าผลเลือกตั้งเกิดจากการเลือกตั้งที่มิได้เป็นไปโดยสุจริต ให้ กกต.ยื่นคำร้องต่อศาลอุทธรณ์​เพื่อพิจารณา ในกรณีที่ศาลอุทธรณ์​วินิจฉัยผลการเลือกตั้งเกิดจากการเลือกตั้งมิได้เป็นไป โดยสุจริตเที่ยงธรรมให้ศาลส่งให้มีการเลือกตั้งใหม่และสั่งเพิกถอนสิทธิสมัครรับเลือกตั้ง หรือเพิกถอนสิทธิของผู้ที่กระทำให้การเลือกตั้งมิได้เป็นไปโดยสุจริตเป็นเวลา 10 ปี

ข่าวอื่นๆ